โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะชีวิต ซีเค เจิง จากเด็กไร้บ้านสู่นักล่าฝัน ผู้ท้าทายระบบคนจนทั้งประเทศ

แนวหน้า

เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 17.00 น.

ในสมรภูมิคอนเทนต์ความสำเร็จที่เกลื่อนหน้าฟีด ชื่อของ ซีเค เจิง (CK Cheong) คือแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงที่สุดคนหนึ่งในขณะนี้ เขาไม่ได้เป็นเพียงแม่ทัพใหญ่แห่ง Fastwork แพลตฟอร์มฟรีแลนซ์เบอร์หนึ่งของไทยเท่านั้น แต่ยังกลายเป็น ไอดอลของแนวคิดสุดโต่งที่บีบให้สังคมไทยต้องหันมาขบคิดว่า สิ่งที่เขาพ่นออกมานั้นคือ ความจริงที่แสบสัน หรือเป็นเพียง ทัศนคติเหยียดชนชั้น กันแน่

เบื้องหลังหน้ากากหนุ่มนักเรียนนอกที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เส้นทางชีวิตของซีเคไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนเข้าใจ เขาคือลูกครึ่งไทย-มาเก๊า ที่ต้องเผชิญมรสุมครอบครัวแตกแยกตั้งแต่อายุ 13 ปี ก่อนจะถูกส่งไปผจญภัยลำพังกับครอบครัวอุปถัมภ์ในรัฐไอดาโฮ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยไร้ซึ่งคอนเนกชันหรือแต้มต่อทางสังคมใด ๆ

ซีเค

แต่ทว่าเชื้อไฟที่ส่งให้เขาถีบตัวเองขึ้นมาได้สูงขนาดนี้ กลับมาจากประโยคบาดลึกของพ่อแท้ ๆ ที่เคยตราหน้าเขาว่าเป็น ขยะ คำด่าเพียงคำเดียวกลับเปลี่ยนเด็กชายผู้โดดเดี่ยวให้กลายเป็นนักล่าความสำเร็จ เขาเริ่มหัดลงทุนในตลาดหุ้นตั้งแต่อายุ 15 ปี ด้วยปรัชญาแบบ VI จนสามารถปั้นพอร์ตทะลุ 50 ล้านบาทได้ในวัยเพียง 25 ปี พร้อมพกดีกรี CPA (Certified Public Accountant) และประสบการณ์จาก Deloitte บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ซึ่งหล่อหลอมให้เขาเชี่ยวชาญการอ่านตัวเลขและมองทะลุปรุโปร่งถึงมูลค่าธุรกิจที่แท้จริง

จุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางธุรกิจของเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาถูกจ้างให้มาหานายทุน เพื่อชุบชีวิต Fastwork ที่กำลังนอนพะงาบอยู่บนกองหนี้กว่า 60 ล้านบาท แต่ด้วยสายตาของนักบริหารที่มองเห็นโอกาสในวิกฤต ซีเคตัดสินใจเล่นเองโดยการควักเงินส่วนตัวกว่า 20 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการและนั่งแท่น CEO เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเศรษฐกิจฟรีแลนซ์คือกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทย

ซีเค

เมื่อซีเคก้าวเข้าสู่สปอตไลท์ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ สไตล์การนำเสนอที่ดุดัน ตรงไปตรงมาแบบ Aggressive & Direct ก็ทำให้เขาตกเป็นเป้าของพายุดราม่าที่ถาโถมเข้าใส่ไม่เว้นวัน เช่น

ดราม่า 24 ชั่วโมง : ด้วยวาทกรรมที่ว่า ทุกคนมีเวลาเท่ากัน และการฟาดใส่คนดู Netflix กลายเป็นชนวนเหตุให้ชาวเน็ตมองว่าเขาหลงระเริงในเอกสิทธิ์ (Privilege) จนมองข้ามความเหลื่อมล้ำ และสร้างทัศนคติแบบ Toxic Productivity ที่กดทับหัวใจคนทำงาน

ศึกเลข 17% กับ CSI LA : ซีเค เจิง ได้มีการชวนลงทุนใน S&P 500 พร้อมเคลมตัวเลขผลตอบแทนสูงลิ่ว ทำให้ ซีเค ถูกเพจขุดคุ้ยชื่อดังตราหน้าว่าเป็น Fake Guru ทว่า ซีเค กลับไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขาเลือกที่จะสู้ด้วย Data และสถิติทางบัญชี จนเกิดเป็นสงครามน้ำลายระหว่างกองเชียร์และกองแช่งในโลกโซเชียล

ดรามาคำว่า ขี้ข้า ที่สั่นสะเทือนทั้งแผ่นดิน : ด้วยประโยคสุดขั้วอย่าง เรียนจบไปก็เป็นขี้ข้า คือ ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาถูกวิจารณ์หนักที่สุด ว่าเป็นการด้อยค่าวิชาชีพและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพียงเพราะพวกเขาไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ

แต่จุดพีคที่สุดของ ซีเค เจิง ในยามนี้ที่ทำให้เขาอาจะส่อแววต้องเข้าห้องขัง นั่นก็คือ ดราม่ายายซื้อเสียง กรณีที่เขาออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็น คนต่างจังหวัดรับเงินซื้อเสียง โดยยกตัวอย่างถึง คุณยาย ที่รับเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาทเพื่อแลกกับการเลือกตั้ง ซีเคมองในมุมนักธุรกิจและตัวเลขว่า นี่คือต้นตอของความยากจนเพราะเป็นการขายอนาคตในราคาถูก

ซีเค

ทว่าคำวิจารณ์นี้กลับจุดชนวนความโกรธแค้นให้ชาวเน็ตจำนวนมาก โดยมองว่าเขามองโลกผ่านเลนส์ของคนรวยจนมองไม่เห็นความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์ที่ต้องเอาตัวรอดไปวัน ๆ การเปรียบเปรยที่ดูเหมือนการสั่งสอนคนยากไร้ทำให้เขาถูกตราหน้าว่าขาด Empathy (ความเห็นอกเห็นใจ) และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการดูถูกความเป็นมนุษย์ของคนรากหญ้าที่ต้องอยู่กับความจริงที่โหดร้ายกว่าตัวเลขในพอร์ตหุ้น

ในวันนี้ภาพลักษณ์ของซีเค เจิง จึงแตกออกเป็นสองเสี่ยงชัดเจน ในสายตาแฟนคลับ เขาคือ ศาสดาผู้พูดความจริง ที่มาเพื่อกระชากคนไทยให้ตื่นจากฝันร้ายของความจน แต่ในสายตาผู้ที่เกลียดชัง เขาคือ CEO อวดรวย ที่ชอบใช้ตัวเลขมาสร้างความชอบธรรมให้แก่ความมั่นใจที่เกินพอดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ ซีเคได้พิสูจน์แล้วว่าพลังของ Data และความเก๋าในฐานะ CPA สามารถพลิกโฉมธุรกิจให้กลับมามีชีวิตได้จริง ส่วนดราม่าที่รายล้อมตัวเขานั้น อาจเป็นเพียง "ภาษี" ที่คนพูดความจริงในสไตล์ขวางโลกต้องยอมจ่าย เพื่อแลกกับการทลายกรอบความคิดเดิม ๆ ของสังคมไทยให้สิ้นซากไป

ซีเค

ขอขอบคุณข้อมูลจาก รายการ คุยกับอุ๋ย, เพจ CK Cheong CPA

ขอขอบคุณภาพจาก เพจ CK Cheong CPA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...