โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำเค็มรุก 3 อำเภอเมืองแปดริ้ว กู้ระบบประปา-ทำฟาร์มปลาตายยกบ่อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 เม.ย. 2567 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2567 เวลา 02.37 น.

เร่งแก้ปัญหาทำนบดินชั่วคราวประตูระบายน้ำท่าถั่วพัง ส่งผลน้ำเค็มรุกเข้าคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสาขา กระทบ 3 อำเภอ บางปะกง-บางคล้า-อ.เมืองฉะเชิงเทรา ทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดตายยกบ่อ ประปาหมู่บ้านห่างประตูท่าถั่ว 10 กม.เค็มกินไม่ได้ ด้านกรมชลประทานประสาน กก.ลุ่มน้ำป่าสัก ขอน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 35 ล้าน ลบ.ม.ไล่น้ำเค็ม ส่วนประปาภูมิภาคฉะเชิงเทรา-บางคล้า ใช้น้ำอีสท์วอเตอร์-ประปานครหลวง ผลิตน้ำประปาแทน พร้อมติดตามสถานการณ์เป็นรายชั่วโมง

การพังทลายของทำนบดินชั่วคราวในโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำและอาคารประกอบท่าถั่ว (ประตูระบายน้ำท่าถั่ว) ที่ ต.บางกรูด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ส่งผลให้ “น้ำเค็ม” จากแม่น้ำบางปะกง ไหลทะลักเข้าสู่คลองประเวศบุรีรมย์และคลองสาขา สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคของประชาชนถึง 3 อำเภอ

ได้แก่ อำเภอบางปะกง อำเภอบางคล้า และอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ตั้ง หน่วยปฏิบัติการทรัพยากรน้ำชั่วคราวในภาวะวิกฤต เพื่อแก้ไขปัญหาให้สภาพน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด

ใช้น้ำเขื่อนป่าสักฯไล่น้ำเค็ม

การพังทลายของทำนบดินชั่วคราวกันน้ำของโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่าถั่ว ส่งผลให้ “น้ำเค็ม” จากแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีค่าความเค็มในช่วง 20.83-26.40 กรัม/ลิตร ไหลทะลักเข้าสู่คลองประเวศบุรีรมย์อย่างรวดเร็ว และยังทำให้ฝายที่กักเก็บน้ำไว้บริเวณปากคลองลัดยายหรั่ง มีน้ำเค็มท่วมสูงและพังทลายลงมา ในวันที่ 10 เมษายน 2567 ส่งผลให้น้ำเค็มจำนวนมากทะลักลงสู่คลองลัดยายหรั่ง ออกสู่คลองหนามแดง-บางพระ คลองพระองค์ไชยานุชิต

กระจายตัวไปยังพื้นที่ตำบลบางกะไห ตำบลบางเตย ตำบลโสธร ตำบลบางพระ ตำบลเกาะไร่ ตำบลคลองเปรง และตำบลคลองประเวศ จนชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณดังกล่าว (อ.เมืองฉะเชิงเทรา-อ.บ้านโพธิ์) ได้รับผลกระทบเบื้องต้นในเรื่องของน้ำกิน น้ำใช้-พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 23 หมู่บ้าน จำนวน 3,428 ครัวเรือน ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว

ด้านกรมชลประทานได้ดำเนินการซ่อมแซมทำนบดินชั่วคราว และติดตั้งบิ๊กแบ็กเสริมความมั่นคง ปิดกั้นคลองประเวศบุรีรมย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งดำเนินการตอก Sheet Pile บริเวณด้านหน้าและหลังของทำนบดินเพื่อความแข็งแรงในระยะยาว รองรับฤดูน้ำหลากที่กำลังจะมาถึง

ขณะเดียวกันก็ได้เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อบรรเทาปัญหาคุณภาพน้ำที่มีค่าความเค็มค่อนข้างสูงในหลายจุด รวมถึงกำจัดวัชพืชเพื่อชะลอการเน่าเสียของน้ำ นอกจากนี้ ยังได้สร้างทำนบชั่วคราวเป็นระยะ ๆ เพื่อให้สามารถสูบระบายน้ำเค็มออกได้โดยเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

“การแก้ไขปัญหาน้ำเค็มในคลองประเวศบุรีรมย์จะต้องวางแผนระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำใกล้เคียงมาช่วยเจือจางค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกง และฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ รวมทั้งคลองสาขา เบื้องต้นจะพิจารณาผันน้ำจากลุ่มน้ำเจ้าพระยามาช่วย โดยใช้น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้ปล่อยน้ำความเร็ว 20 ลบ.ม./วินาที

โดยน้ำจากเขื่อนป่าสักฯที่จะมาช่วยเจือจางความเค็ม จะต้องไหลผ่านมาทางคลองบริเวณพระราม 6 ไหลสู่คลองระพีพัฒน์ ลงมาคลองแสนแสบ ก่อนผ่านบึงฝรั่ง จนไหลมาถึงคลองพระองค์ไชยานุชิต จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง 4 วัน โดยจะต้องใช้น้ำจืดมากถึง 34-35 ล้านลูกบาศก์เมตร ในการผลักดันน้ำเค็มและเติมน้ำเข้าคลองให้เข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 15 วัน ในการแก้ไขปัญหานี้” หนึ่งในคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหากล่าว

อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นอันดับแรก จะมีการเสนอแผนต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำป่าสัก เพื่อขอความเห็นชอบ เนื่องจากเป็นการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ และหากปริมาณ “น้ำต้นทุน” ในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีไม่เพียงพอ จะมีการพิจารณาขอใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มาใช้สนับสนุนเพิ่มเติม

โดยสำนักงานชลประทานที่ 11 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำลาดขวาง ตำบลลาดขวาง อำเภอบ้านโพธิ์ และบริเวณคลองขวาง-เปรง ตำบลคลองเปรง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งสูบระบายน้ำเค็มลงสู่แม่น้ำบางปะกง และคลองประเวศบุรีรมย์

สำนักงานชลประทานที่ 10 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง กำจัดวัชพืชบริเวณคลองระบาย 2 ซ้ายป่าสัก กม.13+900 ตำบลบ้านช้าง อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานชลประทานที่ 10 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองเพรียว-เสาไห้ กำจัดวัชพืชบริเวณคลองระบายน้ำหนองนาค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานชลประทานที่ 12 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร กำจัดวัชพืช
สิ่งกีดขวางทางน้ำในคลองส่งน้ำ 3 ซ้าย-1 ขวา บริเวณตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

ล่าสุดได้มีการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำบางปะกง ครั้งที่ 4/2567 วันที่ 18 เม.ย. 2567 ได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการจัดการทรัพยากรน้ำชั่วคราวในภาวะวิกฤต ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะเวลา 3 วัน ก่อนจะมีการประชุมหน่วยบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอีกครั้ง ในวันที่ 21 เม.ย. 2567

และที่ประชุมมีมติให้พิจารณาแก้ไขปัญหาในคลองที่ใช้ประโยชน์ในด้านประมงก่อน ทั้งในการแก้ไขปัญหาให้คำนึงถึงคุณภาพน้ำเน่าเสียด้วย นอกเหนือจากการพิจารณาเฉพาะค่าความเค็มและให้พิจารณาสูบน้ำเค็มออกจากในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ก่อนนำน้ำคุณภาพดีเข้าในระบบคลอง เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำและใช้น้ำให้คุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้เร่งก่อสร้างทำนบดินชั่วคราวปิดกั้นน้ำเค็ม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเค็มไหลเข้าคลองประเวศบุรีรมย์ โดยดำเนินการแล้วเสร็จในวันที่ 13 เมษายน 2567 จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างทำนบกึ่งถาวร (โครงสร้างเหล็ก) ทดแทนทำนบดินชั่วคราว

คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 30 เมษายน 2567 หากแล้วเสร็จจะป้องกันปัญหาน้ำเค็มไหลย้อนเข้าคลองได้อย่างถาวร นอกจากนี้ได้สนับสนุนรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำประปาช่วยเหลือพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากระบบประปาหมู่บ้านไม่สามารถสูบน้ำจากคลองขวาง-เปรง มาผลิตทำน้ำประปาได้

เลี้ยงปลาน้ำจืดตายทั้งระบบ

นายประโยชน์ โสรัจจกิจ ประธานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ปลากะพงยักษ์ ฉะเชิงเทรา และอดีตประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า น้ำเค็มที่ทะลักเข้าสู่คลองประเวศบุรีรมย์ และลำคลองสาขาต่าง ๆ พื้นที่ในอำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และอำเภอบางปะกงบางส่วน ส่งผลให้คุณภาพน้ำมีค่าความเค็มสูงกว่าปกติ

มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ในพื้นที่รับน้ำใช้ประโยชน์จากคลองประเวศ 33,648 ไร่ โดยเฉพาะผู้เพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด เช่น ปลากะพง, ปลาชะโอน, ปลาคัง และปลาดุก ตายเกือบทั้งระบบ มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท รวมทั้งหมู่บ้านบางส่วนไม่สามารถนำน้ำคลองมาผลิตเป็นน้ำประปาเพื่อใช้อุปโภค-บริโภคได้

ทั้งนี้ มีรายงานน้ำเค็มรุกตัวเข้าไปในคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสาขา ได้รับผลกระทบ ดังนี้ 1) คลองประเวศบุรีรมย์ น้ำมีค่าความเค็ม 26.7 กรัม/ลิตร 2) คลองประเวศ 26.2 กรัม/ลิตร 3) คลองพระยาสมุทร 22.8 กรัม/ลิตร 4) คลองเปรง 16.9 กรัม/ลิตร ด้านประมง มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ในพื้นที่รับน้ำใช้ประโยชน์จากคลองประเวศ 3,389 ราย พื้นที่ 33,648 ไร่ มีพื้นที่และความเสียหายด้านประมง ประกอบด้วย

1) อ.บ้านโพธิ์ มีเกษตรกรอยู่ในเขตพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ จำนวน 7 ตำบล ประกอบด้วย ต.เกาะไร่ ต.คลองประเวศ ต.เทพราช ต.บางกรูด ต.ลาดขวาง ต.สนามจันทร์ และตำบลแสนภูดาษ เกษตรกร 829 ราย พื้นที่ 6,907.3 ไร่ ยังไม่มีข้อมูลเกษตรกรได้รับความเสียหาย

2) อ.เมือง มีเกษตรกรอยู่ในเขตพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ จำนวน 6 ตำบล ประกอบด้วย ต.คลองเปรง ต.คลองอุดมชลจร ต.บางกะไห ต.บางเตย ต.บางพระ และ ต.หนามแดง เกษตรกร 1,261 ราย พื้นที่ 14,483.2 ไร่ ยังไม่พบเกษตรกรได้รับความเสียหาย

3) อ.บางปะกง มีเกษตรกรอยู่ในเขตพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ 6 ตำบล ประกอบด้วย ต.บางเกลือ ต.สองคลอง ต.บางสมัคร ต.พิมพา ต.หนองจอก และ ต.หอมศีล เกษตรกร 1,199 ราย พื้นที่ 12,257.5 ไร่ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวได้รับความเสียหาย 2 ราย เนื่องจากไม่มีน้ำเติมในบ่อเลี้ยง ทำให้ปลาน็อกน้ำตาย 2 บ่อ (ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง) สัตว์น้ำหลักที่เลี้ยงในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอ ประกอบด้วย กุ้งทะเล-ปลากะพงขาว-กุ้งก้ามกราม และปลาน้ำจืด

คุมสถานการณ์น้ำประปาได้

นายสิงหชัย อินทพิชัย ผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาค เขต 1 (ผอ.กฟภ.ข.1) ชลบุรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำเค็มรุกเข้าคลองประเวศบุรีรมย์จะกระทบกับการทำน้ำประปา 3 สถานี คือ ประปาฉะเชิงเทรา 1 สถานี และประปาบางคล้า 2 สถานี ในช่วง 2-3 วันแรกหลังการพังทลายของทำนบดินชั่วคราวประตูระบายน้ำท่าถั่ว ค่าความเค็มเกินกว่ามาตรฐาน 0.5 g/l

ทางสำนักงานได้แก้ไขด้วยการใช้น้ำจากแหล่งน้ำอื่นมาเสริมให้ได้ค่าความเค็มไม่เกินมาตรฐาน โดยสถานีประปาที่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ใช้น้ำจากอีสท์วอเตอร์ (EASTW) ส่วนสถานีที่ อ.บางคล้า ใช้น้ำจากการประปานครหลวงส่งมาช่วย

“ขณะนี้ค่าความเค็มของน้ำอยู่ที่ประมาณ 0.4 g/l หรือลดลงแล้ว เราได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยอมรับว่ามีปัญหาน้ำเค็มในช่วงวันแรก ๆ หลังจากนั้นเราควบคุมคุณภาพน้ำประปาได้ด้วยการใช้น้ำจากแหล่งน้ำอื่นมาเสริม ทั้งน้ำจากอีสท์วอเตอร์และน้ำจากการประปานครหลวง จนสถานการณ์น้ำประปาของทั้ง 3 สถานี อยู่ในภาวะปกติแล้ว

ส่วนปัญหาน้ำประปาเค็มตอนนี้จะเป็นในส่วนของประปาหมู่บ้าน หรือประปาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ 10 กิโลเมตร นับจากประตูระบายน้ำท่าถั่ว หรือจนถึงปากคลองสวน เราได้ประสานไปแล้วว่า ประปาหมู่บ้านไหนมีปัญหาน้ำเค็ม ไม่สามารถผลิตน้ำประปาหมู่บ้านได้ให้ประสานมาที่เรา จะส่งรถบรรทุกน้ำประปาไปสนับสนุนให้” นายสิงหชัยกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำเค็มรุก 3 อำเภอเมืองแปดริ้ว กู้ระบบประปา-ทำฟาร์มปลาตายยกบ่อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...