โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เมื่อนางร้ายเกิดใหม่

นิยาย Dek-D

อัพเดต 28 ก.พ. 2567 เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2567 เวลา 04.59 น. • ijiiji1
จะเป็นอย่างไรเมื่อนางร้ายที่ควรจะตายในกองเพลิงกลับตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวธรรมดา ๆ ที่สูญเสียพ่อแม่ไป

ข้อมูลเบื้องต้น

จะเป็นอย่างไรเมื่อนางร้ายที่ควรจะตายในกองเพลิงกลับตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวธรรมดา ๆ ที่สูญเสียพ่อแม่ไป "ไม่เป็นไรเธอก็แค่ต้องใช้ชีวิตให้ดี" ก็แค่ต้องเลือกเส้นทางต่างจากเดิม แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่ง่ายเลยจริง ๆ "ให้ตายเถอะ ต่อให้เหมือนกับเกิดใหม่แต่พระเจ้าก็ยังคงเกลียดฉันอยู่สินะ"

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเยว่เสวี่ยฮว๋าก็จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ถึงเธอจะตายด้วยข้อเสียของนางร้ายที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็จะถูกมองในด้านลบ แต่เธอก็ยังมีข้อดีของนางร้ายที่จะช่วยเธอได้อยู่อีก ก็คือ เยว่เสวี่ยฮว๋าเก่งและฉลาด การกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเป็นครั้งที่สาม(?)จะไม่ทำให้เธอต้องยากลำบากเหมือนชีวิตที่แล้วแน่ ๆ

เพียงแต่ว่าเยว่เสวี่ยฮว๋ามีลิมิตของตัวเอง “…วันนี้ฉันพูดมากเกินไปแล้ว” และ “มันน่าเบื่อเกินไป ไม่เอา ไม่ทำ” และ “ไม่มีอะไรที่มันน่าสนุกอีกแล้วหรือยังไง?” หรือกระทั่ง “ฉันเบื่อการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่พอ ๆ กับการเป็นนางร้าย ขอบทบาทที่มีความคิดสร้างสรรค์กว่านี้หน่อยไม่ได้หรือยังไง?”

เยว่เสวี่ยฮว๋า

Yue – เยว่
月 = พระจันทร์

• Xue – เสวี่ย
雪 = หิมะ

Huá – ฮว๋า
华 / 華 = สว่างไสว รุ่งโรจน์

<ปกนิยายเรื่องนี้เป็นปกที่ไรท์สั่งวาดจากนักวาดไม่อนุญาตให้คนอื่นนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือไม่ใช่เชิงพาณิชย์ก็ตาม และหากอยากจะสอบถามเกี่ยวกับนักวาดก็สอบถามได้ยินดีแนะนำนักวาดคนนี้>

***มีไอเดียนิยายอีกเยอะแต่ที่ผ่านหลังจากเมื่อนักฆ่ากลายมาเป็นนักเรียนก็คือเรื่องนี้ คล้ายกับเรื่องเก่าจนเหมือนก็อปมา แต่เนื้อหาตอนต้องติดตามเอานะคะ(•³ ˘)***

ระบายนิดหน่อย..

ก่อนจะอ่านไรท์ขออธิบายไม่ก็ระบายนิดหน่อยก่อน

หากนิยายเรื่องนี้ไปเหมือนหรือคล้ายกับของนักเขียน illicit illicit อย่าได้ตกใจไป ก่อนที่ไรท์หรือนักเขียนท่านนั้นจะเริ่มนิยายเรื่องใหม่ทุกเรื่องเราจะทำกับ fight ด้วยความที่เราเป็นฝาแฝดกันจริง ๆ อยู่ด้วยกันตลอดความชอบเหมือนกันเกือบทุกอย่าง พอคิดพล็อตอะไรมันจะชอบคล้ายกัน อย่างเรื่องที่แล้วของนักเขียนท่านนั้นเรื่อง 'ฉันคือลูกสาวบุญธรรมของพระเอกเย็นชาชื่อดัง' มันก็ตรงกับพล็อตของไรท์เรื่องที่เคยอยากแต่งแล้วคิดพล็อตนานเป็นเดือน ๆ 'ตัวร้ายคนนั้นคือพ่อบุญธรรมของฉัน' ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้แต่งเพราะสู้แพ้ แล้วเรื่องใหม่ของนักเขียนท่านนั้นก็ตรงกับพล็อตที่ไรท์เคยแต่งเอาไว้แล้วคิดว่าจะลงแต่ก็ลบแล้วมาแต่งเรื่องนี้แทน แล้วเรื่องนี้ก็ดันไปมีส่วนที่คล้ายกับ illicit อีก ทั้ง ๆ ที่ไรท์เคยบอกว่าแต่งแต่ไม่เคยให้อ่าน

ความหมายของไรท์คือถึงบางส่วนนิยายของเราจะคล้ายจะเหมือนกัน พวกเราไม่ได้ก็อป หรืออะไรกันเลย มันเป็นความชอบที่ตรงกันแล้วพล็อตชอบมาคล้ายกัน ซึ่งเราสองคนรู้กันดีว่าเราไม่มีทางก็อปกัน แล้วยังคอยช่วยกันและกันให้คำปรึกษากันตลอด

ขนาดพูดเรื่องนี้ด้วยกันยังขำหัวเราะไม่หยุดแล้วอยากจะลาออกจากการเป็นแฝด คือ.. อะไรมันจะชอบตรงกัน ทุกครั้งที่บอกว่าจะแต่งเรื่องใหม่แบบนี้นะ อ้าว พล็อตตรงกันอีกแล้ว เอาล่ะเรามาสู้กัน (เถียง) ใครชนะได้ลงก่อน

…เหนื่อยใจ ทำไมถึงเหมือนกันอีกแล้ววววว นี่แต่งเรื่องใหม่ได้13ตอนคิดพล็อตเป็นเดือน มันพึ่งแต่งตอนแรกบอกอ่านให้หน่อยพออ่านอ้าว ตรงนี้คล้ายกันเฉย

พวกเราค่อนข้างหวงความเป็นส่วนตัวถ้าไม่มีใครขอให้ช่วยเรื่องนิยายจะไม่มีทางถือวิสาสะเข้าไปเปิดอ่านเลย

โปรดเข้าใจ และไรท์บอกก่อนทุกคนจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าก็อปกัน

Ch001 ความตายของนางร้าย

Ch001 ความตายของนางร้าย

We are all the bad in someone's story.

ทุกคนต่างก็เป็นตัวร้ายในเรื่องราวของคนบางคนทั้งนั้น

และเพราะอย่างนั้นละมั้งตัวร้ายอย่างฉันถึงต้องมีจุดจบอย่างตัวร้ายในนิยาย

คนบางคนต่อให้จะทำดีแค่ไหน ต่อให้ทำโดยไม่ได้คิดอะไร แต่หากว่าเราถูกมองว่าเป็นตัวร้าย สุดท้ายแล้วเราก็เป็นตัวร้ายอยู่ดี ตัวร้ายที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

เป็นตัวร้ายที่หลงรักพระเอก และคิดมาเสมอว่าตนเองนั้นเป็นนางเอก กว่าที่จะรู้บทบาทที่แท้จริงของตนเองก็เป็นไปในตอนที่พระเอกกำลังจะกำจัดตัวร้ายออกไปจากเนื้อเรื่อง

ในขณะที่ชีวิตของตัวร้ายกำลังดำดิ่งสู่ความตายและหายไปจากเนื้อเรื่องที่ชื่อว่าโลกใบนี้ พระเอกและนางเอกที่แท้จริงก็กำลังมีความสุขกับสิ่งที่พวกเขาจะได้รับ

มีความสุขหลังจากที่กำจัดตัวร้ายออกไปได้ แล้วก้าวเท้าเข้ามายึดสิ่งที่ตัวร้ายสร้างขึ้น

ใช่ มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอในโลกที่ผู้คนมองว่าคน ๆ หนึ่งเป็นตัวร้ายที่ร้ายที่สุดในโลก เมื่อฟ้าหลังฝนปรากฏสิ่งที่จะได้เห็นก็คงจะเป็นท้องฟ้าที่แสนจะสดใส

เมื่อไม่มีตัวร้าย พวกเขาก็คงจะคิดว่าพวกเขาก็จะได้แต่ในสิ่งที่ตนเองต้องการ

แต่โทษทีนะ…

โลกนี้ไม่ได้สวยหรูขนาดนั้นหรอก คนบนโลกก็ไม่ได้มีใครเหมือนกัน และตัวร้ายหลายคนก็ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าหากว่าเธอจะร้ายและพวกเขาคิดว่าเธอร้าย ต่อให้เธอจะตายจากไปเธอก็จะร้าย

"หึ…"

ริมฝีปากบางแสยะยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ แม้ว่าร่างบางของเธอจะล้มลงไปกองกับพื้นอย่างคนหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้ว และแม้แต่นิ้วของเธอก็ไม่มีแม้แต่แรงที่จะกระดิกได้เสียด้วยซ้ำ ร่างทั้งร่างของเธอมันทั้งชาและเริ่มทรมานจากบางสิ่งที่เรียกว่า 'ยาพิษ' ที่ตนพึ่งจะกินไป แต่นัยน์ดวงตาสีเทาอ่อนคู่สวยที่ถึงแม้มันจะเริ่มพร่ามัวและเลือนรางมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่มันก็ยังมองเห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่กำลังก้าวเท้าออกไปจากห้องที่เธออยู่ ร่างนั้นค่อย ๆ ไกลห่างออกจากเธอไปมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถึงแม้ว่า 'เยว่เสวี่ยฮว๋า' จะอยากที่จะเอื้อมมือไปคว้ามือหนาเอาไว้ แล้วร้องขอให้เขาช่วยเธอ แต่ลึก ๆ ในใจของเธอแล้วมันกลับปฏิเสธความคิดนั้น

โครมมม

ร่างสูงที่ก้าวเท้าพ้นขอบประตูไปได้ไม่ถึงสามก้าวไม้หนาจากเพดานของบ้านพักตากอากาศก็ร่วงหล่นลงมาพร้อมกับไฟที่ยิ่งโหมกระหน่ำมากยิ่งขึ้น ใบหน้าคมของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทั้งเลขาคนสนิทและคนรักของหญิงสาวเหลียวหลังหันมามองร่างบางที่อีกไม่นานร่างนั้นก็คงจะต้องมอดไหม้ไปกับบ้านพักที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมายหลังนี้แล้วด้วยดวงตาที่แสนจะเฉยชา เหมือนกับว่าวันเวลาที่เขาได้อยู่กับเยว่เสวี่ยฮว๋านั้นมันก็เป็นเพียงแค่ภาพฝันที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับเขาเลย

ทั้ง ๆ ที่อีกไม่นานเยว่เสวี่ยฮว๋าก็จะตายแล้วแต่หญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีในวงการนักธุรกิจทั้งยังเคยเป็นทหารรับจ้างชื่อดังก็ยังคงไม่ละทิ้งมาดของนางพญาที่ทะนงตนเอง ต่อให้กำลังจะตายไปพร้อม ๆ กับบ้านพักตากอากาศหลังนี้เธอก็ยังคงไม่มีคำใด ๆ เอ่ยออกมากับเขา หรือต่อให้จะเจ็บปวดจากทั้งภายในและภายนอกเธอก็ไม่ได้คิดที่จะส่งเสียงออกมาเหมือนความร้อนของไฟที่กำลังโหมกระหน่ำไม่สามารถทำอะไรนางร้ายคนนี้ได้

"…ถึงจะเป็นตอนนี้แล้วคุณก็ไม่เคยนึกสำนึกผิดเลยสินะเสวี่ยฮว๋า ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะเคยมองว่าคุณเป็นนางฟ้ามาก่อน.." เสียงทุ้มที่แสนจะเย็นชาเอ่ยขึ้นแล้วมองร่างนั้นด้วยดวงตาที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยเมื่อได้รับรู้ถึงการกระทำที่แสนจะน่ารังเกียจของอดีตนาย

"…นาย..จะไม่มีวันได้ในสิ่งที่นายต้องการ"

"..ผมกำลังจะได้มัน"

"..นายไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด"

"งั้นจะบอกว่าเป็นคุณเหรอ?"

"เดี๋ยวก็รู้"

"ถ้าคุณฉลาดนักตอนนี้คุณคงไม่ตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชอย่างนี้หรอก ลาก่อน"

สิ้นเสียงทุ้มร่างนั้นก็ก้าวเท้าหายไปจากระยะสายตาของร่างบางที่กำลังจะถูกเผาทั้งเป็นในบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำของตน บนใบหน้าสวยยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มที่แสนจะร้ายกาจ แต่รอยยิ้มนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นรอยยิ้มที่ขมขื่น น้ำใส ๆ รินไหลออกมาจากดวงตาที่เริ่มจะหนักอึ้งมากขึ้นมาทุกที

"นาย…ก็คงจะเป็นอีกคนที่ไม่เคยรักฉันเลยสินะ…"

เป็นตัวร้ายในชีวิตจริง จุดจบของมันก็คงจะเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ต่อให้ตัวร้ายจะมีเหตุผลยังไงแต่ถ้าพระเอกฟังแล้วสุดท้ายเขาก็จะคิดว่านั่นก็เป็นเพียงแค่ 'ข้ออ้าง'

"ขอให้มีความสุขกับผู้หญิงคนนั้นนะ.." เสียงหวานที่แสนจะอ่อนแรงเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนที่ดวงตาของเธอจะปิดลง

แต่ความสุขของเขาก็จะไม่ได้มาง่าย ๆ เขาจะไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ สิ่งที่เยว่เสวี่ยฮว๋าสร้างขึ้นมาด้วยตัวของตัวเองต่อให้เธอจะตาย แต่คนทรยศก็จะไม่มีทางได้มันไป..

ไม่มีวัน

ความสุขและความถูกต้องที่เขาคิดมาเสมอว่ามันดีแล้ว เมื่อไหร่ที่เขาหายโง่เขาก็จะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วนั่นก็แค่สิ่งที่เขาคิดมาเองด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้นและคิดโทษคนอื่น

สุดท้ายแล้วเมื่อเธอหายไปเขาก็จะรู้ว่าตัวเองก็เป็นแค่ไอ้โง่ที่ไปเดินผิดเกมแล้วเป็นหมากให้กับคนอื่น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรพวกเขาก็เป็นแค่คนที่คิดว่าตนเองฉลาดแล้วคิดว่าเมื่อลาสบอสตายพวกเขาก็จะได้ทรัพย์สมบัติของลาสบอสมาเป็นค่าตอบแทนความพยายามของตน

แต่พระเอกกับตัวเอกในสายตาของนางร้ายแล้วก็เป็นแค่ไอ้โง่คนหนึ่งที่จะต้องรวมพลกันมาเพื่อมาสู้กับนางร้ายแล้วถึงจะชนะ

และขอโทษทีนะ เพราะว่าลาสบอสตัวนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

สุดท้ายแล้วคนที่จะ The end ไม่ใช่แค่ตัวร้าย แต่มันเป็นพวกเขาที่เดินเข้ามาในกับดักสุดท้ายของลาสบอส

แต่ถึงเยว่เสวี่ยฮว๋าจะวางแผนทุกอย่างเอาไว้แล้วว่าเมื่อเธอตายไปทุกอย่างจะจบลงอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่อาจที่จะหักห้ามหัวใจที่ริษยานางเอกได้เลย

เธอสร้างทุกอย่างมาด้วยความยากลำบาก เธอต้องฝ่าฟันทุก ๆ อย่างด้วยตัวคนเดียว สิ่งที่คน ๆ หนึ่งไม่สมควรจะถูกกระทำเธอก็เคยโดน เธอเริ่มทุกอย่างจากศูนย์หกล้มมาก็มากมายแต่ไม่เคยเลยที่เธอจะมองไปแล้วเห็นคนอยู่ข้าง ๆ

ในขณะที่นางเอกนั้นต่อให้จะเริ่มจากศูนย์แต่มันก็เป็นศูนย์ที่มีคนเดินไปข้าง ๆ ไม่ว่าจะล้มอีกสักกี่ครั้งก็จะมีคนจับมือแล้วช่วยอยู่ทุก ๆ ครั้ง

นางเอกทำร้ายคนแล้วแก้แค้นทุกคนต่างคิดว่าไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่อไหร่ที่มันเป็นตัวร้ายสิ่งที่ไม่ผิดสำหรับนางเอกก็คือผิดสำหรับนางร้าย

….มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

โรคที่นางเอกเป็นก็คือต่อให้แพ้แต่ครั้งต่อไปก็จะชนะ

แต่จะทำอย่างไรได้สุดท้ายแล้วเยว่เสวี่ยฮว๋าก็ได้แต่ยอมรับแล้วหาทางหยุด แต่ต่อให้เธอจะทำทุกอย่างอย่างถูกต้อง แต่มันก็ไม่ถูกต้องในสายตาของผู้ที่ชื่นชอบนางเอกอยู่ดี จุดจบของมันจึงเป็นอย่างนี้

ในขณะที่เธอเริ่มที่จะไม่รู้สึกตัวในหัวของเธอกลับมีภาพความทรงจำผุดขึ้นมามากมาย เขาเรียกเธอว่านางร้าย แต่เขาจะจำได้ไหมว่านางร้ายคนนี้เคยเกือบตาบอดเพื่อช่วยเขา นางร้ายคนนี้เป็นคนที่ช่วยผลักดันเขาแล้วก็เป็นคนที่เคยเฝ้าไข้เขา…

ความรักมันช่างเป็นรสชาติที่ยากจะบรรยายมันหวานก่อนที่จะเปรี้ยวและกลายเป็นขม รสสัมผัสของมันในช่วงแรก ๆ ช่างหวานละมุนก่อนที่จะร้อนแรงและขมขื่น มันจะเป็นรสชาติที่เธอจะไม่มีวันลืม

เยว่เสวี่ยฮว๋าไม่มีอะไรที่จะขอร้องต่อพระเจ้านอกจากปล่อยให้ทุกอย่างหยุดลงเพียงแค่ตรงนี้ เพียงแค่เธอตายแล้วไม่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอีก ไม่ขอเกิดใหม่อีกครั้งเหมือนกับชีวิตของนางร้ายที่คล้ายกับจะได้รับโอกาสแต่ก็ไม่ใช่

เพราะต่อให้ลืมตาตื่นขึ้นมา แต่สุดท้ายแล้วโลกก็คงจะไม่ต้องการนางร้าย

เยว่เสวี่ยฮว๋าไม่อยากที่จะรักใครอีกแล้ว ไม่อยากที่จะเริ่มต้นใหม่หรือยอมรับกับอะไรอีกแล้ว หยุด และ พอนั่นควรจะเป็นจุดจบของนางร้าย

สุดท้ายแล้วบ้านพักหลังน่ารักที่อยู่ในพื้นที่ป่าส่วนตัวของราชินีแห่งวงการธุรกิจก็มอดไหม้ลงไปพร้อม ๆ กับเจ้าของบ้านหลังน่ารัก ไฟที่โหมกระหน่ำไม่ได้แค่เผาบ้านไม้และร่างกายของมนุษย์แต่มันเผากระทั่งความทรงจำและความรู้สึกดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในนี้ไปพร้อม ๆ กัน

และกว่าที่เจ้าหน้าที่จะมาถึงสถานที่แล้วดับไฟได้ ทุก ๆ อย่างก็หายไปหมดเสียแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นหลงเหลือเพียงแค่เศษเถ้าสีดำที่ติดอยู่ที่พื้นดิน

…เศษเถ้าที่บ่งบอกว่าไฟแห่งความแค้นได้จบลงแล้วเหลือเพียงแค่ร่องรอยที่ไม่อาจจะหวนคืนมาได้อีกครั้ง

ทุกคนอาจจะคิดว่ามันจบแล้ว แต่เหตุการณ์นั้นก็ไม่ใช่จุดจบของตัวร้าย มันกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่

Ch002 คล้ายกับเกิดใหม่

Ch002 คล้ายกับเกิดใหม่

We are all the bad in someone's story.

ทุกคนต่างก็เป็นตัวร้ายในเรื่องราวของคนบางคนทั้งนั้น

เยว่เสวี่ยฮว๋ากำลังรู้สึกแปลก ๆ มันเหมือนกับว่าเธอที่หมดสติไปแล้วเริ่มรู้สึกตัวถึงได้รับรู้ได้ถึงความเจ็บแสบ อ่อนล้า ความร้อนรุ่มและความเจ็บปวดอีกมากมายที่สะสมเอาไว้ในร่างกายนี้ ในขณะที่เปลือกตาของเธอก็ยังคงปิดอยู่แต่คิ้วของเธอก็เริ่มขมวดมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ เพราะหูของเธอกลับได้ยินเสียงของคนรอบข้าง

หรือเธอจะรอดตายจากในเปลวเพลิง?

แต่เยว่เสวี่ยฮว๋าคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะเธอที่สูดดมคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปมาก ทั้งยังอยู่ในบ้านที่กำลังถูกไฟลุกท่วม ต่อให้หน่วยดับเพลิงมามันก็ยากที่จะช่วยได้ทันอยู่ดี

แล้วเธอก็ไม่ได้คิดหวังว่าเขาคนนั้นจะหันหลังกลับมาช่วยเธออีกครั้งหรอก คนที่พยายามจะกำจัดเธอคงไม่มีทางมาเปลี่ยนใจเอาในวินาทีสุดท้ายหรอก

…ไม่มีทาง

ในความเป็นจริงมันช่างยากเย็นและต่างจากในนิยายหรือการ์ตูน ที่ต่อให้พยายามแล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้น เพราะเยว่เสวี่ยฮว๋าต่อให้จะพยายามแล้วทุกอย่างก็ไม่เคยดีขึ้นเลย เธอพยายามแล้วแต่ตัวเองก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับบทบาทที่ตนเองเป็น

ในความเป็นจริงเป็นสิ่งที่ทำให้เยว่เสวี่ยฮว๋าเจ็บปวดมากที่สุด เจ็บปวดเสียจนไม่อยากที่จะดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดอีกแล้วการเป็นทหารรับจ้างอยู่ในสนามรบก็ไม่สามารถบั่นทอนจิตใจของเธอได้เท่ากับการอยู่กับคนเหล่านั้น

ในขณะที่เยว่เสวี่ยฮว๋าที่กำลังหลับตาอยู่อยากที่จะขยับร่างกายของตนเองแต่เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังถูกกักขังอยู่ในร่างกายนี้ เธอไม่สามารถลืมตาได้ ไม่สามารถขยับร่างกายได้ทำได้เพียงแค่รับรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ กลิ่นของโรงพยาบาล และเสียงพูดคุยของคนที่น่าจะเป็นหมอ เสียงของอุปกรณ์ทางการแพทย์

ทำไมเธอถึงขยับร่างกายไม่ได้ล่ะ?

ยิ่งเยว่เสวี่ยฮว๋าพยายามมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งเกิดคำถามขึ้นมาว่าทำไมเธอถึงไม่สามารถทำตามใจอยากได้

ทำไมกัน ร่างกายของเธอถึงเหมือนโดนแช่แข็ง

ทำไมกัน เธอถึงรู้สึกว่าตนเองถูกกักขังไว้ในความมืดที่แสนจะน่ากลัว มันเหมือนกับว่าเธออยู่เพียงตัวคนเดียวในที่ ๆ แสนจะห่างไกลและถูกปล่อยทิ้งสู่ความมืดที่คล้ายกับจะเป็นน้ำที่ทำให้เธอไม่สามารถอ้าปากเปล่งเสียงขอความช่วยเหลือได้ และแม้แต่ลมหายใจก็เหมือนจะถูกพรากไป

มันทรมาน

นี่เป็นครั้งแรกที่เยว่เสวี่ยฮว๋ารู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้น่ากลัวยิ่งกว่าสนามรบที่เธอเคยผ่านมาเสียอีก เธออยากจะออกไปจากที่นี่แต่ก็ไม่สามารถทำมันได้

ในระหว่างที่เยว่เสวี่ยฮว๋ากำลังเกิดคำถามมากมายและรู้สึกสับสนอยู่ไปหมด ในคำถามสุดท้ายเพียงแค่ถามว่า 'ทำไม' จู่ ๆ ในหัวของเธอก็มองเห็นภาพ ๆ หนึ่ง ภาพของไฟหน้ารถอีกคันที่สาดส่องเข้ามาในรถที่เหมือนกับว่าเธอกำลังนั่งอยู่ในนั้น และในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นภาพทุกอย่างก็กลับตาลปัตรไปหมดในเวลาไม่นานเธอก็รู้สึกถึงความร้อนแล้วมองเห็นไฟที่กำลังจะแผดเผาไปทั่วทั้งคันรถ

..ไฟอีกแล้วเหรอ

ยิ่งอยู่ด้านในรถนานเธอก็ยิ่งรู้สึกทรมานมันเริ่มจะหายใจไม่ออก ทั้ง ๆ ที่เยว่เสวี่ยฮว๋ารู้ว่านี่ไม่ใช่ความทรงจำของเธอแน่นอน ต่อให้จะเคยประสบอุบัติเหตุแต่เธอก็ไม่เคยมีความทรงจำอะไรอย่างนี้

แต่ต่อให้รู้แล้วเธอจะทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อเธอไม่แม้แต่ที่จะหลุดออกไปจากความรู้สึกนี้ได้

ขอสักคนใครก็ได้ ได้โปรดยื่นมือเข้ามาช่วยเธอที เธอไม่อยากจะถูกไฟเผาอีกแล้ว!

จะฆ่ากันด้วยวิธีอื่นก็ได้ แต่เยว่เสวี่ยฮว๋าไม่อยากตายอย่างทรมานอีกแล้ว

"นี่! ทำใจสู้อีกหน่อยนะ ฉันจะช่วยเธอเอง!"

ในขณะที่เยว่เสวี่ยฮว๋ารู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังจะตายจู่ ๆ หูของเธอก็ได้ยินเสียง ๆ หนึ่งมันเป็นเสียงทุ้มที่ฟังดูอ่อนโยนแต่ก็หนักแน่น แล้วในช่วงเวลานั้นก็ราวกับว่าเธอได้เห็นมือ ๆ หนึ่งยื่นเข้ามาในรถที่มีร่างของเธออยู่

ถ้าเธอจับมือนี่ ความน่ากลัวมันก็จะจบลงแล้วใช่ไหม?

ทุกอย่างจะจบลงแล้วเธอก็จะตายจริง ๆ แล้วใช่ไหม ถ้าเกิดไม่ต้องทรมานอีกเยว่เสวี่ยฮว๋าก็จะยื่นมือของตนไปคว้ามือนั้นเอาไว้

ตี๊ด.. ตี๊ด.. ตี๊ด..

หูของเยว่เสวี่ยฮว๋ากำลังได้ยินเสียงแปลก ๆ อีกแล้ว จมูกของเธอก็ยังได้กลิ่นยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล แต่นอกจากเสียงของอุปกรณ์ทางการแพทย์เธอก็ไม่ได้ยินเสียงใครอีกเลย ไม่เหมือนกับครั้งแรกที่ได้ยินแต่เสียงของความวุ่นวาย

เธอไม่ได้รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองถูกกักขังอีกต่อไปแล้ว แต่เธอกลับรู้สึกว่าร่างกายของตนเองมันชาวาบและหนักอึ้งไปหมดมันคืออาการอ่อนล้า

เป็นเพราะสูดดมควันเข้าไปเยอะเหรอ?

ไม่ใช่!

ในขณะที่เยว่เสวี่ยฮว๋าตั้งคำถามกับตนเองภาพความทรงจำมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอมากมาย ยิ่งเธอนึกอาการปวดหัวก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ไม่ นี่มันไม่ใช่ความทรงจำของเธอ!

ความรู้อันน้อยนิดและการเรียกชื่อประเทศที่เยว่เสวี่ยฮว๋าอยู่ว่าประเทศC มันไม่ใช่สิ่งที่เธอรู้จัก

แต่ต่อให้จะไม่ใช่แต่เยว่เสวี่ยฮว๋าก็ไม่สามารถสลัดมันให้หลุดออกไปได้ ความทรงจำของเด็กสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกันกับเธอทุกอย่างเพียงแค่ดูเด็กลง ความทรงจำที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ความทรงจำของครอบครัวที่ตัวของเธอจริง ๆ นั้นไม่เคยมีมันเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า มันจึงไม่มีทางที่เธอจะมีความทรงจำของครอบครัวแสนสุขได้เลย

แล้วเมื่ออาการปวดหัวดีขึ้นแล้วภาพความทรงจำทั้งหมดหยุดลงเยว่เสวี่ยฮว๋าก็ได้ข้อสรุปว่า เธอกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

จุดเริ่มต้นแรกเหมือน ๆ กับการได้ใช้ชีวิตเป็นนางร้ายก็คือการได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของคนอื่น

เยว่เสวี่ยฮว๋าไม่ค่อยตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้นักมันเป็นเพราะว่าเธอเคยมีประสบการณ์การเกิดใหม่มาแล้ว แต่เนื่องจากข้อสัญญาที่ได้ทำไว้กับพระเจ้า(?)ในตอนก่อนที่จะมาใช้ชีวิตเป็นนางร้ายเธอจึงไม่หลงเหลือความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับชาติก่อนเลยนอกจากความรู้ความสามารถที่ติดมากับวิญญาณ

แล้วตอนนี้เธอก็กำลังกลับไปเป็นอย่างนั้น สู่จุดเริ่มต้นที่มีความทรงจำที่แสนจะเลวร้ายของชาติก่อน เริ่มต้นใหม่ในร่างของเด็กสาวธรรมดา ๆ ที่เป็นเพียงแค่นักเรียนที่มีหน้าตาคล้ายกับเธอในชีวิตของการเป็นนางร้ายและมีชื่อเดียวกันว่า เยว่เสวี่ยฮว๋า และร่างนี้อายุเพียงแค่สิบหกปีเท่านั้น..

นิ้วของเยว่เสวี่ยฮว๋าค่อย ๆ กระดิกก่อนที่ดวงตาที่เคยปิดสนิทจะค่อย ๆ เปิดขึ้น ในครั้งแรกที่เธอลืมตาตื่นเธอก็ถึงกับต้องหลับตาแล้วหยีตาเพื่อปรับดวงตาให้เข้ากับแสงสว่าง

นัยน์ตากลมโตสีเทาอ่อนที่ดูเป็นประกายราวกับไม่ใช่ตาของมนุษย์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคย แต่เธอก็รู้ดีว่านี่คือโรงพยาบาล ภายในห้องพักฟื้นนี้นั้นพื้นเป็นไม้สีน้ำตาลเข้มรอบข้างเป็นไม้สีเบจ มีโซฟาตัวยาวที่ดูหรูวางไว้อยู่ริมห้อง และฝั่งซ้ายของเตียงคนไข้ก็มีหน้าต่างกระจกที่สามารถเห็นวิวข้างนอกได้ ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกที่ดูหรูหราได้

เยว่เสวี่ยฮว๋าเลิกใส่ใจกับห้องพักฟื้นเธอค่อย ๆ ยกหลังมือขึ้นมาแล้วหลุบตามองดูเข็มน้ำเกลือที่เจาะอยู่จากนั้นถึงได้เอื้อมมือมาดึงสายออกซิเจนที่จมูกออกอย่างนึกรำคาญ

ถึงมันจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก แต่เยว่เสวี่ยฮว๋ารู้สึกว่าตนเองไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งมันอีกแล้ว หากเป็นร่างกายของเจ้าของร่างคนก่อนเธอไม่รู้ แต่ตอนนี้ร่างกายนี้มันตกเป็นของเธอแล้ว เธอจึงรู้ลิมิตตัวเองดี และรู้จักความสามารถของร่างกายที่ผ่านการฝึกของตนเองเป็นอย่างดี

ในเมื่อในชีวิตก่อนเธอทำข้อตกลงกับพระเจ้าว่าพละกำลังนี้เป็นของเธอ ในชีวิตนี้ข้อตกลงนั้นก็คงจะยังอยู่เพราะว่าเธอกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

"…ไม่เป็นอะไรแล้ว" เยว่เสวี่ยฮว๋าพูดปลอบตัวเองเบา ๆ ถึงเสียงที่เธอเปล่งออกมามันจะแหบแห้งและอ่อนแรงก็ตาม แต่ตอนนี้เธอรู้สึกจริง ๆ ว่าตนเองไม่เป็นอะไรแล้ว

เยว่เสวี่ยฮว๋าไม่รู้หรอกว่าการที่ตนเองต้องกลับมามีชีวิตใหม่ในร่างของคนอื่นอีกครั้งมันเป็นการกลั่นแกล้งของพระเจ้า หรือการมอบโอกาสสุดท้ายให้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าตนเองถูกปลดปล่อยแล้ว

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย

เพราะการมีชีวิตอยู่นั้นมันทรมานมากกว่าความตาย

เยว่เสวี่ยฮว๋ารู้สึกรำคาญสายน้ำเกลือเสียเหลือเกินเธอเอื้อมมือไปคิดที่จะดึงมันออกจากมือ แต่ก่อนที่จะได้ดึงก็มีเสียง ๆ หนึ่งดังขัดขึ้นเสียก่อน

"อย่าดึงสายน้ำเกลือออกนะ!"

เยว่เสวี่ยฮว๋าเงยหน้าขึ้นไปมองทางประตูเธอกระพริบตาปริบ ๆ มองดูหมอหนุ่มร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลา เขามีเส้นผมสีช็อกโกแลต นัยน์ตาสีน้ำตาลและใส่แว่นทรงเหลี่ยม ๆ เมื่อหมอเดินเข้ามาใกล้เธอก็เห็นป้ายชื่อหมอ 'เฉินรุ่ยหาน'

"….."

"ให้ตายสิ ฟื้นขึ้นมาก็อาละวาดเลยนะ"

"…ฉันไม่ได้อาละวาด"

"แค่คนไข้ดึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ออกโดยพลการก็ถือว่าอาละวาดแล้วครับ" หมอเฉินรุ่ยหานยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเองก่อนจะพูดต่อ "รู้ไหมครับว่าหมอต้องพยายามมากแค่ไหนเพื่อช่วยคนไข้น่ะ ช่างเถอะตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างครับ"

เยว่เสวี่ยฮว๋านิ่งคิดนอกจากอาการเมื่อยล้าและปวดศีรษะและเจ็บเฉพาะจุดนิดหน่อยนอกนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรเลย หากอาการอย่างนี้ก็คงจะ.. "ก็ดีค่ะ"

"ครับ? นั่นมันหมายความว่ายังไงกันครับ"

"ก็ดีก็คือก็ดีค่ะ"

"เฮ้อ หมอหมายถึงว่าคุณเยว่เสวี่ยฮว๋ารู้สึกยังไงบ้างเจ็บตรงไหนเป็นพิเศษไหมครับ จำอะไรได้ไหมครับ" หมอเฉินรุ่ยหานถึงกับต้องกุมขมับแล้วขยายคำถามของตนมากขึ้น

"ฉันไม่ได้เจ็บตรงไหนเป็นพิเศษ แล้วก็จำได้ค่ะ …ฉันน่าจะจำทุกอย่างได้" เยว่เสวี่ยฮว๋าคิดว่ามันเป็นอย่างนั้นเพราะเธอไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามในการนึกมากนักเธอก็เห็นความทรงจำต่าง ๆ ของเจ้าของร่างคนก่อน

"งั้นขอหมอตรวจดูอาการหน่อยนะครับ"

"เชิญค่ะ"

Ch003 เหลือตัวคนเดียวอีกแล้ว

Ch003 เหลือตัวคนเดียวอีกแล้ว

Once again , I’m left alone.

เป็นอีกครั้งที่ฉันถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว

เยว่เสวี่ยฮว๋าปล่อยให้หมอเฉินรุ่ยหานตรวจร่าเธออย่างเงียบ ๆ หมอถามอะไรเธอก็ตอบออกไปตามตรงจากประสบการณ์ที่เคยเกิดใหม่มาแล้วครั้งหนึ่งมันก็ทำให้เธอสามารถตอบออกไปราวกับว่าร่างกายนี้มันเป็นร่างกายจริง ๆ ของเธอมาตั้งแต่แรกได้

…ถึงมันจะไม่ใช่ตั้งแต่แรกจริง ๆ แต่ว่าตอนนี้มันเป็นของเธอแล้ว แล้วจากในความทรงจำของเจ้าของร่างคนเก่าหน้าตาของร่างนี้ก็ยังมีหน้าตาที่เหมือนกับชีวิตที่แล้วของเธอด้วย

ตอนนี้ทุกอย่างก็เหมือนไม่ต่างอะไรไปจากการเริ่มต้นใหม่ในร่างเดิมที่เคยใช้และเพิ่มเติมอีกนิดก็คือดูอ่อนเยาว์ลงมาก

"ถ้าแผลที่ผ่าตัดดีขึ้น แล้วนอนดูอาการอีกหน่อยก็คงจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะครับ เพราะงั้นถ้าช่วยเชื่อฟังที่หมอพูดอย่าดึงสายอะไรออกตามใจตัวเองก็จะดีมากเลยล่ะครับ" หมอเฉินรุ่ยหานพูดสรุปเสียงเข้ม

เยว่เสวี่ยฮว๋าผงกหัวเข้าใจอย่างช้า ๆ

"มีอะไรจะถามหมอไหมครับ"

เยว่เสวี่ยฮว๋านิ่งคิดอยู่สักพักก่อนที่เธอจะนึกอะไรได้ "แล้ว…พ่อกับแม่ล่ะคะ ฉันจำได้ว่าคนที่อยู่บนรถด้วยมีพ่อกับแม่"

จากความทรงจำที่เยว่เสวี่ยฮว๋าเห็นในตอนที่เธอรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกกักขังตอนนั้นเธอจำได้ดีว่าตนเองได้ยินเสียงร้องเรียกของผู้หญิงที่บอกให้เธอรีบลงจากรถไป เสียงนั้นอ่อนแรงมาก แล้วพอตอนที่เธอเห็นว่ามีมือ ๆ หนึ่งยื่นเข้ามาในรถแล้วเธอคว้าเอาไว้เธอก็ไม่รู้อะไรอีกเลย

มันอาจจะเป็นเพราะว่าความทรงจำของเจ้าของร่างคนก่อนมันสิ้นสุดอยู่แค่ตรงนั้น

"….."

เยว่เสวี่ยฮว๋าดึงตัวเองให้หลุดออกมาจากความทรงจำที่ทำให้เธอรู้สึกแย่ เธอเงยหน้าขึ้นมองหมอเฉินรุ่ยหานที่จู่ ๆ ก็หลบสายตาเธอมองไปทางอื่นแล้วเงียบไป กระทั่งพยาบาลที่อยู่ด้านหลังของเขาก็ยังปิดปากเงียบ

Sometimes silence is a really good answer. (บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด)

เพียงแค่เห็นพฤติกรรมของหมอที่ดูจะขี้บ่นและพยาบาลประโยค ๆ นั้นที่เธอคุ้นเคยดีก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที

ความหมายของมันตรงตัวและความนัยของมันก็ชัดเจนมาก แต่เยว่เสวี่ยฮว๋าไม่ได้อยากได้รับคำตอบอย่างนี้

"หมอคะ…" เสียงใสของเธอเอ่ยเรียกหมอเสียงเบา เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงแต่ปากของเธอมันไปเอง และหัวใจที่เคยแข็งแกร่งมาตลอดมันก็มีความรู้สึกมากมายหลากหลายหลั่งเข้ามาทำให้หัวใจน้ำแข็งของเธอเกิดรอยร้าว ความรู้สึกของเจ้าของร่างคนเก่าราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเธอแล้วทรมานเธอให้ตาย

แค่ความรู้สึกของเจ้าของร่างคนเก่ามันคงไม่ทำให้เธอทรมานได้มากนักหรอก แต่เมื่อมันมารวมกับอดีตและสิ่งที่เยว่เสวี่ยฮว๋าเคยเจอมา และเหตุการณ์เหล่านั้นกำลังย้อนกลับมาให้เธอรับรู้ ณ ตอนนี้ มันก็เหมือนกับมีคนกำลังบีบที่หัวใจของเธออยู่

เยว่เสวี่ยฮว๋าใช้เวลามากกว่ายี่สิบปีในการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งและลืมความโศกเศร้าของความเจ็บปวดจากการสูญเสีย แต่ในตอนที่เธอรู้ว่าตนเองแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ในขณะเดียวกันลึก ๆ ในใจของเธอก็ตระหนักได้ว่าเธอก็แค่ซ่อนพวกมันเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

"หมอในห้องฉุกเฉินพยายามอย่างเต็มที่แล้วครับ…"

เยว่เสวี่ยฮว๋ารู้คำตอบทุกอย่างตั้งแต่ที่หมอเงียบแล้ว..

"แต่อาการของคุณเยว่อวิ๋นและคุณซูเสวี่ยถงหนักมากพอมาถึงโรงพยาบาลมันก็สายเกินไปแล้วครับ หมอต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ"

"….."

หัวใจของเยว่เสวี่ยฮว๋าราวกับว่าถูกหยุดเอาไว้แล้วถูกบีบเอาไว้ มันทั้งปวดหนึบ ชาวาบ และอีกมากมายที่เธอไม่สามารถบรรยายถึงความเจ็บปวดที่ตนเองกำลังรู้สึกได้ในตอนนี้

เธอสัมผัสได้ถึงขอบตาที่ร้อนผ่าวและเมื่อมีบางอย่างไหลทะลักออกมาจากนัยน์ตามันก็เป็นความรู้สึกเหมือนกับมีหยดน้ำเย็น ๆ หยดลงมาแล้วไหลพาดผ่านแก้มของเธอไป

ภาพสุดท้ายของคนทั้งสองราวกับม้วนเทปที่กำลังฉายซ้ำอยู่ในหัวของเธอ เปลวไฟที่เผารถทั้งคันหน้ารถที่เละ เศษกระจกที่กระเด็นมาบาดเธอ ร่างของเยว่อวิ๋นคนเป็นพ่อที่กระแทกแล้วฟุบไปกับถุงลมนิรภัย และร่างของซูเสี่ยวถงที่เอี้ยวตัวหันมามองที่เจ้าของร่างคนก่อนพร้อมกับบอกให้รีบลงไป แต่ไฟที่เผารถนั้นก็ลุกท่วมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว..

เยว่เสวี่ยฮว๋ารู้สึกว่านี่มันเจ็บยิ่งกว่าการถูกพระเอกฆ่าตายเสียอีก เจ็บยิ่งกว่าถูกพระเอกที่ตนเองรับดูแลทรยศ

แม้กระทั่งในโลกนี้เยว่เสวี่ยฮว๋าก็สูญเสียครอบครัวไปด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนกับโลกที่แล้วในตอนที่เธอเป็นนางร้ายและสูญเสียครอบครัวจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เหมือนกัน!

"เช็ดน้ำตาก่อนนะครับ หากว่าคุณร้องไห้มันจะทำให้คุณหายใจลำบากนะครับ ตอนนี้คุณคงจะยังมีปัญหาเรื่องการหายใจอยู่"

เยว่เสวี่ยฮว๋าก็อยากที่จะหยุดสิ่งที่เรียกว่าน้ำตาเหมือนกัน แต่เธอก็ค้นพบว่ามันยากเสียเหลือเกิน เธอไม่สามารถหยุดน้ำจากใจได้ ความรู้สึกที่เหมือนโลกทั้งใบของเจ้าของร่างคนก่อนถล่มมันกำลังกดให้หัวใจของเธอค่อย ๆ ตายไปอย่างทรมาน

สุดท้ายเธอก็เหลืออยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง ความหวังที่จะมีครอบครัวที่แสนสุขก็ยังคงเป็นเพียงแค่ฝันในจินตนา

"คุณเยว่เสวี่ยฮว๋า…"

"..ฉัน…อยากอยู่คนเดียวค่ะ"

"ครับ หมอจะให้คุณอยู่คนเดียวแน่ หมอรู้ว่าคุณเสียใจแต่คุณพึ่งผ่าตัดไปมันจะไม่ส่งผลดีต่อตัวคุณนะครับ ถ้าคุณหยุดร้องเมื่อไหร่หมอจะออกไป"

เยว่เสวี่ยฮว๋าปล่อยให้น้ำตาของตนเองไหลไปเกือบ ๆ ชั่วโมง พอหยุดไหลเธอก็นั่งพักหายใจให้ไม่มีน้ำมูกอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงในระหว่างนั้นก็มีคุยกับหมอบ้าง แล้วจากนั้นก็ถึงได้ถูกพยาบาลช่วยประคองให้นอนลงไปกับเตียงอีกครั้ง

"พยายามพักผ่อนให้มาก ๆ นะครับ"

"ขอบคุณค่ะ" เยว่เสวี่ยฮว๋าตอบหมอเฉินรุ่ยหานไปเพียงคำสั้น ๆ แล้วเธอก็นอนมองเพดานกระทั่งหมอเดินออกไปเธอก็ไม่แม้แต่ที่จะเหลือบตาไปมอง

เยว่เสวี่ยฮว๋าโตมากพอที่จะรู้ว่าทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของหมอ จากในความทรงจำแล้วอุบัติเหตุมันหนักมากจริง ๆ ถ้าไม่รอดก็คงไม่แปลกอะไร แต่พอมันเกิดกับคนในครอบครัวที่อบอุ่นแล้วถ้าจะไม่รู้สึกอะไรหัวใจของเธอก็คงจะด้านชาเกินไปจนความรู้สึกของเจ้าของร่างคนก่อนไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว

แต่เพราะมันทำได้ เธอถึงได้เป็นอย่างนี้ไง

หมอบอกว่าเธอนอนอยู่ในห้องไอซียูเป็นเวลาประมาณเกือบเดือน กว่าจะย้ายมานอนห้องปกติ ในระหว่างนั้นพิธีศพของพ่อแม่ก็ถูกจัดขึ้นโดยคุณอาที่พอรู้ข่าวก็รีบบินกลับมาจากต่างประเทศในทันที ในช่วงเวลาที่เธอยังไม่ได้สติไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาเยี่ยมเธอ

เยว่เสวี่ยฮว๋าค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอีกครั้งหนึ่ง เธอมองไปที่ลิ้นชักข้างเตียงก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วเปิดดูว่าในนั้นมีอะไรหรือเปล่า แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรเลย

เพียงแค่ความว่างเปล่าในลิ้นชักมันก็ทำให้อารมณ์ที่ดิ่งอยู่แล้วของเธอยิ่งดำดิ่งลงมากขึ้นไปอีก

ความว่างเปล่าในลิ้นชักก็ไม่ต่างอะไรไปจากหัวใจที่ว่างเปล่าของเธอ

…เธอไม่เหลือใคร และกลับมาอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง

เยว่เสวี่ยฮว๋าไม่ได้กลัวเรื่องปัญหาในอนาคตอย่างเรื่องคนดูแลเด็กที่ยังไม่ได้บรรลุนิติภาวะ เพราะเธอเคยเอาตัวรอดกับสิ่งที่เลวร้ายมาแล้ว แต่เธอก็แค่อยากจะขอเพียงแค่สักครั้งขอให้เธอได้มีครอบครัวเหมือนกับคนอื่น ๆ บ้าง

แต่มันคงจะเป็นเรื่องที่ยากเกินไป

เยว่เสวี่ยฮว๋าก้าวเท้าลงจากเตียงและในก้าวแรกที่เท้าของเธอสัมผัสกับพื้นร่างกายของเธอก็ถึงกับเซไปมา แต่เพราะเธอไม่ใช่คนธรรมดาไม่นานจึงทรงตัวได้ แต่การก้าวไปข้างหน้าอย่างคนปกติก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับคนที่ไม่ได้เดินมานาน

…ขนาดมีพรของพระเจ้าช่วยแต่เยว่เสวี่ยฮว๋าก็ยังไม่เป็นปกติ

แต่มันก็คือเรื่องปกติเพราะนิยามของพรข้อนี้ก็คือจากสองกลายเป็นหนึ่งหมายถึงความสามารถของชาติที่แล้วของเธอรวมกับเธอในตอนนี้กลายเป็นเธอ ณ ตอนนี้ที่ทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ

เยว่เสวี่ยฮว๋าเดินตรงไปที่ห้องน้ำแล้วเธอก็หยุดอยู่ตรงหน้ากระจกพร้อม ๆ กับมือที่จับไปที่อ่างล้างหน้าเพื่อทรงตัว เธอมองใบหน้าของตัวเองในกระจกที่ในตอนนี้ในดวงตาสีเทาอ่อนของเธอเริ่มวูบไหวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว

"…เยว่เสวี่ยฮว๋าอย่าร้อง.." เธอบอกกับตัวเองเบา ๆ "ตั้งสติซะมันได้เวลาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแล้ว..มันไม่ได้ยากเลยนะเธอก็แค่ต้องเก่งยิ่งขึ้น"

แล้วเธอก็ยกมือขึ้นสัมผัสกับใบหน้าที่ตัวเองคุ้นเคยเป็นอย่างดี ใบหน้าของเธอเล็กเรียว นัยน์ตากลมโตและมีสีที่หายากอย่างสีเทาที่เป็นประกาย แพขนตางอนยาวสีดำสนิท จมูกเล็กโด่งเชิดรั้นนิด ๆ ริมฝีปากกระจับได้รูปสวย มันเป็นใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาแต่ในขณะเดียวกันก็ดูเย่อหยิ่ง และเส้นผมสีดำตรงของเธอก็ขับเน้นให้ผิวที่ขาวเนียนอยู่แล้วยิ่งขาวมากขึ้นไปอีก

"…มันไม่ต่างไปจากชีวิตที่แล้วเลย" แต่สิ่งที่ไม่เหมือนก็คือร่างนี้ไร้รอยแผล…หมายถึงก่อนหน้านั้นเพราะตอนนี้ที่แขนและใบหน้าของเธอมีรอยแผลขีดจากเศษกระจกที่บาดอยู่ แต่มันก็เพียงแค่เล็กน้อยและเธอก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นแผลเป็นด้วย ส่วนร่างกายนั้นก็มีแผลใหญ่อยู่แต่อีกเดี๋ยวก็คงหาย

แต่ร่างที่แล้วของเธอมีรอยแผลเป็นในบริเวณที่ร่มผ้าปิดเกือบทั้งหมด มีทั้งรอยมีดบาดที่หลัง รอยกระสุนที่ถูกผ่าเอาลูกกระสุนออกไปอย่างลวก ๆ รอยแผลไฟไหม้ และอีกมากมายของรอยแผล

แต่มันก็คือความภูมิใจของเธอที่เธอสามารถเอาชีวิตรอดกลับมาจากในสนามรบได้ แต่การจะเปิดเผยพวกมันออกมาให้ใครได้เห็นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี

เพราะ "..สายตาพวกนั้นที่มองมามันน่ารำคาญ"

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เคยมีคนชมรอยแผลพวกนั้นของเธอ

เยว่เสวี่ยฮว๋าส่ายหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดและใบหน้าสุดท้ายที่เธอได้เห็นก่อนตาย "อย่าไปนึกถึงมัน.. ก็แค่อดีต ฉันต้องเริ่มต้นใหม่ตอนนี้ฉันไม่ใช่นางร้ายตัวละครของพระเจ้าอีกต่อไปแล้ว.. ฉันก็คือฉัน"

แต่ดูเหมือนการเริ่มต้นใหม่มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บาดแผลทางกายยังสามารถรักษาให้หายได้ และจะไม่รู้สึกเจ็บเมื่อรักษาแล้ว แต่บาดแผลทางใจเพียงแค่ขีดเล็ก ๆ มันก็เปรียบได้กับแผลเหวอะหวะของทางกาย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...