‘สลิ่ม’ เทใจให้ใคร? คำตอบไม่ใช่พรรคเดียว แต่คือ ‘สูตรรอด’ ของกลุ่มการเมืองเดิม จาก “กันส้ม” ถึง “ขอคุมเกม” โค้งสุดท้าย สลิ่มจะไหลไปพรรคไหน
THE STATES TIMES
อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2568 เวลา 03.30 น. • THE STATES TIMES TEAM“สลิ่ม” เทใจให้ใคร? คำตอบไม่ใช่พรรคเดียว—แต่คือ ‘สูตรรอด’ ของกลุ่มการเมืองเดิม
คำว่า “สลิ่ม” เป็นสแลงการเมืองที่คนใช้เรียก “กลุ่มคิดแบบการเมืองเดิม” (เน้นเสถียรภาพ/ความมั่นคง/ไม่อยากเปลี่ยนเร็ว) บางคนรับคำนี้ บางคนไม่รับ—แต่ “พฤติกรรมทางการเมือง” ของกลุ่มนี้พอจับสัญญาณได้: เขาเลือกแบบคำนวณมากกว่าเลือกด้วยอุดมการณ์ล้วน
และการคำนวณรอบนี้เกิดในบริบทที่เกมใหญ่ถูกรีเซ็ตไปแล้ว: นายกฯอนุทินยุบสภา 12 ธ.ค. 2568 และ กกต.กำหนดเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 (สมัครรับเลือกตั้งเริ่ม 27 ธ.ค.)
สัญญาณสำคัญ: “ฝ่ายเดิม” ไม่มีเจ้าของตลาดคนเดียวแล้ว
นิด้าโพล (4–12 ธ.ค. 2568) ถามว่า “วันนี้จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ” อันดับ 1 คือ “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้” 40.60% แล้วค่อยตามด้วย ณัฐพงษ์ 17.20%, อนุทิน 12.32%, อภิสิทธิ์ 10.76%, จุลพันธ์ 6.28% ขณะที่ชื่อสายเดิม/ทหารบางส่วนอยู่ระดับต่ำกว่านี้และกระจาย
อ่านเป็นตรรกะ: กลุ่มที่เคยเทใจให้ “การเมืองเดิม” ตอนนี้ไม่ได้รวมศูนย์แล้ว มันแตกเป็น 3 ก๊ก—และจะไหลไปตาม “ประโยชน์ที่คิดว่าได้จริงในระบบเลือกตั้ง”
3 ทางที่ “สลิ่ม/กลุ่มการเมืองเดิม” มีแนวโน้มไหลไป
ทางที่ 1: “ขอคนคุมเกม–คุมวิกฤต” → ไหลไปฝั่งภูมิใจไทย/อนุทิน
ช่วงนี้สังคมอยู่ในโหมดความมั่นคงและความขัดแย้งชายแดน ซึ่งเป็นฉากหลังสำคัญของการยุบสภา และทำให้ผู้นำรัฐบาลวางท่าชาตินิยมได้แต้มทางการเมือง
ถ้าคนกลุ่มนี้คิดแบบ “อย่าเสี่ยง—เอาคนคุมสถานการณ์ก่อน” เขาจะเทไปหาพรรคที่ดูตั้งรัฐบาลได้/คุมอำนาจได้จริง
ฟาดแบบตรง: คนกลุ่มนี้ไม่ได้ถามว่า “ใครดีที่สุด” แต่ถามว่า “ใครคุมเกมได้พรุ่งนี้”
ทางที่ 2: “ขอภาพมือเก๋า–เป็นสถาบัน–ชนชั้นกลางเมือง” → ไหลไปฝั่งประชาธิปัตย์/อภิสิทธิ์
ชื่ออภิสิทธิ์ยังถูกเลือกเป็นนายกฯในระดับบนของโพล นี่คือฐานคนที่อาจเบื่อทั้งเกมดีลและเกมปฏิรูปเร็ว แต่ยังอยากได้ “ความเป็นทางการ” และ “ความเป็นระบบ” มากกว่า “ความมันส์ทางการเมือง”
ฟาดแบบตรง: ไม่ได้อยากได้ “นายกฯสายไฟแรง” แต่อยากได้ “นายกฯที่ไม่ทำบ้านล้มทั้งหลัง”
ทางที่ 3: “สายแข็งกันส้ม–ชาตินิยมจัด–คิดถึงยุคเดิม” → กระจายไป รทสช./พปชร./พรรคเล็กสายเดิม
กลุ่มนี้ยังมีอยู่แน่ แต่ปัญหาคือ “กระจาย” และ “แย่งฐานกันเอง” ทำให้ไม่รวมเป็นก้อนใหญ่ในคูหา
ฟาดแบบตรง: เสียงดังได้ แต่ถ้าแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก็ได้แค่ “แค้น” ไม่ได้ “อำนาจ”
จุดชี้ขาดจริง: “สลิ่ม” จะเลือกด้วยหลักอะไรในวันจริง?
ถ้าดูจากโพลสเปกผู้นำ คนไทยอยากได้ ก้าวหน้า/วิสัยทัศน์, ไม่เล่นเกม, ไม่โกงไม่เทา แต่นี่แหละคือบททดสอบของกลุ่มการเมืองเดิม:
- ถ้าอยากได้ “เสถียรภาพ” แต่ยังเลือกพรรคที่ทำให้การเมืองต้องรีเซ็ตบ่อย ๆ → คุณกำลังเลือกความวุ่นวายแบบเดิมในชื่อใหม่
- ถ้าเกลียดเกมการเมือง แต่ยังเลือกจาก “ความกลัว” มากกว่า “การบ้านผลงาน” → เกมเดิมก็ชนะอีกครั้ง
- ถ้าบอกว่ารักชาติ แต่ยอมให้ชาตินิยมกลบปัญหาปากท้อง → ประเทศถูกปั่นง่ายเหมือนเดิม
โค้งสุดท้าย “สลิ่ม” ไม่ได้เทใจให้พรรคเดียว แต่จะเทไปหา “พรรคที่คิดว่ามีลุ้นคุมอำนาจ” และ “กันฝ่ายที่กลัว” ได้จริง—และนี่ทำให้คะแนนไหลแบบยุทธศาสตร์ในช่วงสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง