น้ำมันโลกพุ่งพรวด ดันราคาทะลุ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังทรัมป์ปัดดีลสันติภาพทิ้ง
11 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเรียกร้องของอิหร่านต่อข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของเขา ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงและการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มมากขึ้น
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายในเอเชียของวันจันทร์ (11 พ.ค.) โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 3.18 ดอลลาร์ หรือ 3.14% มาอยู่ที่ 104.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขยายการปรับขึ้นต่อจากวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 พ.ค.) ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.09 ดอลลาร์ หรือ 3.24% มาอยู่ที่ 98.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังปิดตลาดก่อนหน้านี้ในแดนบวกเช่นกัน
ตลาดน้ำมันทั่วโลกเคยคาดหวังว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 สัปดาห์ อาจใกล้สิ้นสุดลง ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ ซึ่งความหวังนั้นได้พังทลายลง เมื่อ 'ทรัมป์' ออกมาระบุว่า ข้อเสนอของอิหร่านต่อแผนเจรจาสันติภาพที่สหรัฐฯ ร่างขึ้นนั้นไม่อาจยอมรับได้ สถานการณ์ดังกล่าวนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ลอยด์ ชาน จากธนาคาร MUFG ของญี่ปุ่นกล่าวว่า "การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเรียกร้องโต้ตอบเหล่านี้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่กว้างใหญ่ระหว่างทั้งสองฝ่าย และชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดความไม่แน่นอนยืดเยื้อมากกว่าการลดความตึงเครียดอย่างรวดเร็ว" "สำหรับตลาดน้ำมัน นี่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่คงอยู่ยาวนาน เนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อ"
ด้านโทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ระบุว่า ความสนใจของตลาดกำลังพุ่งไปที่การเยือนจีนของทรัมป์ เพราะหลายฝ่ายหวังว่า ปักกิ่งอาจใช้อิทธิพลกดดันอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง และช่วยคลี่คลายวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ
ส่วนทาง อามิน นาสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทซาอุดีอารัมโก เปิดเผยว่า ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาโลกสูญเสียปริมาณน้ำมันไปแล้วราว 1 พันล้านบาร์เรล และแม้การขนส่งจะกลับมาดำเนินได้ตามปกติ ตลาดพลังงานก็ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นเสถียรภาพ
โดยข้อมูลจากบริษัทติดตามการขนส่งเคปเลอร์ (Kpler) เผยว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรือบรรทุกน้ำมันอีกอย่างน้อย 2 ลำ ที่ขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยปิดระบบติดตามตำแหน่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกโจมตีของอิหร่าน แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการด้านพลังงานกำลังใช้มาตรการพิเศษเพื่อรักษาการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารอย่างต่อเนื่อง