โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มพรุ่งนี้ เคาะดีเซลขึ้น 50 สต. คุม 33 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ขยับ 1 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 12.02 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 มี.ค.69) เวลา 17.35 น. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงความคืบหน้ามาตรการตรึงราคาน้ำมัน หลังครบกำหนด 15 วัน ซึ่งตรึงไว้ลิตรละ 29.94 บาท ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ผลการหารือวันนี้จะขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซล (B7) เป็น33 บาท โดยจะทยอยขยับแบบไม่กระชาก เริ่มวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.69) ดีเซลจะปรับขึ้น 50 สตางค์

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ เตรียมปรับสเปคจาก B7 เป็น B10 และ B20 ภายหลังกรมธุรกิจพลังงานได้ปรับสัดส่วนไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

โดย B10 จะมีราคาถูกกว่า B7 ลิตรละ 2 บาท ขณะที่ B20 ซึ่งเหมาะสำหรับรถขนาดใหญ่ จะมีราคาจะต่ำกว่า B7 ลิตรละ 5 บาท อย่างไรก็ตาม การดำเนินการ ทั้ง B10 และ B20 ดังกล่าวยังต้องใช้ระยะเวลาในการปรับระบบและโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซิน ปัจจุบันมีการจำหน่าย E10, E20 และ E85 โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรับโครงสร้างราคาเพื่อจูงใจการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้น ล่าสุดตั้งแต่วันพรุ่งนี้ E10 (แก๊สโซฮอล์ 95) จะปรับขึ้นลิตรละ 1 บาท ขณะที่ E20 จะปรับลดลงลิตรละ 79 สตางค์ ส่งผลให้ส่วนต่างราคาของ E20 ต่ำกว่า E10 ลิตรละ 5 บาท

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำและประกาศโครงสร้างราคาน้ำมันเพิ่มเติม ได้แก่ ราคาหน้าโรงกลั่น และราคาหน้าคลังน้ำมัน นอกเหนือจากการประกาศราคาขายปลีก ณ สถานีบริการน้ำมันในปัจจุบัน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับ B20 จะไม่มีการจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน แต่จะจำหน่ายในลักษณะขายส่งให้กับภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคการก่อสร้าง เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการที่เดิมเคยจัดซื้อผ่านผู้ค้าส่ง (จ๊อบเบอร์)

ด้านราคาสินค้า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยกำหนดเพดานไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร และทยอยปรับขึ้นนั้น เบื้องต้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ กระทรวงจะดูแลทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีสินค้าที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา โดยสินค้าควบคุมที่ห้ามปรับขึ้นราคาโดยไม่ได้รับอนุญาตมี 8 หมวด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ ซึ่งหากจะปรับราคาต้องขออนุญาตกรมการค้าภายในก่อน โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดแจ้งขอปรับราคา เช่นเดียวกับ ส่วนสินค้าที่อยู่ในกลุ่มต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนปรับราคา เช่น ผงซักฟอก แชมพู และน้ำยาล้างจาน

ขณะที่สินค้ากลุ่มติดตามราคา กระทรวงยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากมีการปรับขึ้นจะเข้าไปหารือเพื่อขอความร่วมมือพยุงราคา นอกจากนี้ อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงบัญชีสินค้า เพื่อเพิ่มรายการเข้าสู่หมวดสินค้าควบคุมเด็ดขาด ผ่านกลไกของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ประจำปี 2542

ขณะเดียวกัน มีการหารือกับทั้งผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ประกอบการรายใหญ่ ให้จัดทำสินค้าราคาพิเศษ และส่งให้กับผู้ค้าปลีก-ค้าส่งในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในเร็ว ๆ นี้ จะมีโครงการประกาศเป็นทางการว่า จะมีกลุ่มบริษัทใด ผู้ประกอบการรายใดมาร่วมบ้าง เพื่อจะได้กระจายสินค้าที่มีราคาพิเศษไปในพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด ผ่านผู้ค้าปลีก-ค้าส่งประจำจังหวัด

สำหรับพื้นที่ที่มีความเปราะบาง บางพื้นที่ยังมีโครงการธงฟ้า ช่วยทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นบางตัวสามารถซื้อได้ในราคาประหยัด แต่จะทำเฉพาะพื้นที่เปราะบาง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการไปทำลายค้าปลีก-ค้าส่งประจำจังหวัด จึงต้องทำทั้ง 2 ทางคู่กัน

“ยังไม่ควรมีสินค้ารายใดที่ต้องขยับขึ้นราคา ดังนั้นถ้าท่านเห็นเบาะแส ก็ช่วยแจ้ง เราก็จะเข้าไปดำเนินการ…” นางศุภจี ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...