โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอ็ดดี้ ไขคำตอบ! ทำไมพระมหากษัตริย์ไทย เป็นพระราชวงศ์จากเอเชีย เพียงหนึ่งเดียว ร่วมงานกษัตริย์สวีเดน

แนวหน้า

เผยแพร่ 01 พ.ค. เวลา 17.00 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์จข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไมพระมหากษัตริย์ไทยจึงเป็นพระราชวงศ์จากเอเชียเพียงหนึ่งเดียวที่ปรากฏในงานเฉลิมพระชนมพรรษาของกษัตริย์สวีเดน?

เหตุผลที่ไทยโดดเด่นเป็นเอเชียชาติเดียวที่ปรากฏในงานเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ เมื่อ 30 เม.ย. 2026 ไม่ควรมองแค่เชิงเกียรติยศอย่างเดียว แต่ต้องอ่านเป็น การทูตราชสำนัก ที่สะสมมานานมาก

คำตอบไม่ใช่เพราะไทยใหญ่กว่าใครในเอเชีย แต่เพราะไทย–สวีเดนมีความสัมพันธ์ทางราชสำนักที่ลึก ยาวนาน และต่อเนื่องกว่า 150 ปี ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 จนถึงยุคปัจจุบัน

ชั้นแรก แกนสำคัญคือ ไทย–สวีเดนมีความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์มายาวนาน ตั้งแต่สนธิสัญญาไมตรี พาณิชย์ และการเดินเรือ ค.ศ. 1868 ในรัชกาลที่ 4 และต่อมารัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เยือนสวีเดนในปี 1897 ซึ่งกลายเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์สองราชอาณาจักร

ชั้นที่สองคือ ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้อยู่แค่ในอดีต แต่มีการ “แลกเปลี่ยนพระราชไมตรี” ต่อเนื่อง เช่น การเสด็จเยือนระดับรัฐระหว่างราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์สวีเดนในยุครัชกาลที่ 9 และการเสด็จเยือนไทยของกษัตริย์คาร์ลที่ 16 กุสตาฟและสมเด็จพระราชินีซิลเวียหลายครั้ง แหล่งข่าวไทยที่รายงานงานปี 2026 จึงสรุปว่า ไทยเป็น royal representation จากเอเชียเพียงชาติเดียวที่เข้าร่วมงานนี้

ชั้นที่สามคือ ในพิธีราชสำนักยุโรป การเชิญแขกไม่ได้เป็นโควตาทวีป และไม่ได้วัดจากขนาดเศรษฐกิจหรืออำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศ แต่สัมพันธ์กับความใกล้ชิดทางราชสำนัก ความต่อเนื่องของพระราชไมตรี และมิติส่วนพระองค์/รัฐพิธี ไทยจึงมีน้ำหนักเชิงสัญลักษณ์ในฐานะราชอาณาจักรนอกยุโรปที่มีสายสัมพันธ์กับสวีเดนมายาวนาน

ถ้าจะเข้าใจว่าทำไมไทยจึงมีสถานะโดดเด่นในความสัมพันธ์กับสวีเดน คำตอบส่วนหนึ่งฝังอยู่ในป่าทางเหนือของสวีเดน ที่เมืองเล็กๆ ชื่อ Ragunda มณฑล Jämtland ศาลาไทยกลางป่าสวีเดน

วันที่ 13 กรกฎาคม 1897 รัชกาลที่ 5 เสด็จถึงกรุงสตอกโฮล์ม โดยเสด็จมาบนเรือพระที่นั่ง Maha Chakri และทรงได้รับการต้อนรับจากกษัตริย์ออสการ์ที่ 2 จุดประสงค์อย่างเป็นทางการคือเยี่ยมชมนิทรรศการอุตสาหกรรมและศิลปะแห่งสตอกโฮล์ม แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจาก พิธีทางการ

ขณะที่กษัตริย์ออสการ์เสด็จไปนอร์เวย์เพื่อการประชุมสภา รัชกาลที่ 5 ทรงใช้โอกาสนั้นเสด็จขึ้นเหนือเพื่อศึกษาอุตสาหกรรมป่าไม้ของสวีเดน ผ่านเมือง Härnösand, Sollefteå และ Ragunda ก่อนลงเรือที่หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ Utanede ไม่ใช่การทัศนศึกษาทั่วไป แต่เป็นการเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อนำกลับไปพัฒนาสยาม

ถนนที่รัชกาลที่ 5 เสด็จผ่านใน Ragunda ได้รับการตั้งชื่อว่า “Kung Chulalongkorns Väg” หรือ “ถนนพระเจ้าจุฬาจอมเกล้า” เพื่อเป็นเกียรติแก่การเสด็จเยือน

แต่ที่โดดเด่นกว่าชื่อถนนคือสิ่งที่สร้างขึ้นตามมา

อนุสรณ์สถานรัชกาลที่ 5 คือศาลาไทย

ตัวศาลาไทยทรงยอดปราสาทที่สูงตระหง่านกว่า 26 เมตร บนพื้นที่ 75 ตารางเมตร จึงถูกโอบอุ้มไว้อย่างมั่นคงด้วยเสาคอนกรีตสีขาว 24 ต้น พร้อมความวิจิตรของสถาปัตยกรรมที่ประดับประดาด้วยทองคำเปลวมูลค่ากว่า 3 ล้านโครนสวีเดน

นี่ไม่ใช่แค่การสร้างอาคาร แต่คือการ 'ลงหลักปักฐาน' พระราชไมตรีไทย–สวีเดน ให้หยั่งลึกและมั่นคงถาวรเฉกเช่นเดียวกับโครงสร้างรากฐานของศาลา ภายในประดิษฐานพระบรมรูปทองสัมฤทธิ์รัชกาลที่ 5

นี่คือศาลาไทยในสวีเดนที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของพระราชไมตรีไทย–สวีเดน สร้างโดยความร่วมมือของหน่วยงานไทยและสวีเดน และภายในมีพระบรมรูปทองสัมฤทธิ์รัชกาลที่ 5 ซึ่งผู้มาเยือนจากทั่วโลกแวะมากราบไหว้

ที่น่าสนใจเชิงวิศวกรรมคือ ใต้บริเวณก่อสร้างมีโคลนลึกกว่า 65 ฟุต ค้นพบหลังจากพระสงฆ์ไทยที่บินมาเพื่อทำพิธีเจิมที่ดินเดินทางกลับไปแล้ว จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการตอกเสาเข็มลึกถึง 98 ฟุต

และที่สำคัญ ทุกวันที่ 19 กรกฎาคมของทุกปี เทศบาล Ragunda จัดพิธีรำลึกการเสด็จเยือนของรัชกาลที่ 5 โดยมีตัวแทนจากไทย สวีเดน และชุมชนไทยในสวีเดนร่วมวางพวงมาลา และในวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี ยังมีพิธีรำลึกวันสวรรคตของรัชกาลที่ 5 ที่ศาลาแห่งนี้ด้วย

แม้ราชสำนักสวีเดนจะไม่ได้อธิบายอย่างเป็นทางการว่าเหตุใดไทยจึงเป็นพระราชวงศ์จากเอเชียเพียงหนึ่งเดียวที่ปรากฏในงาน แต่จากพระราชดำรัสที่กล่าวถึงแขกจาก ‘Thailand and Europe’ ประกอบกับประวัติความสัมพันธ์ไทย–สวีเดนตั้งแต่รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 จนถึงยุคปัจจุบัน ทำให้เห็นได้ว่า การเสด็จฯ ครั้งนี้สะท้อนน้ำหนักของพระราชไมตรีระหว่างสองราชอาณาจักร มากกว่าการจัดลำดับความใหญ่เล็กของประเทศในเวทีโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...