โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TWZ แจงยิบงบปี 68! ขาดทุน 639 ล้านบาท โละสต็อกรีเซ็ตธุรกิจ – ตั้งด้อยค่าสินทรัพย์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 03.46 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพุทธชาติ รังคสิริ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TWZ เปิดเผยถึงการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในงบการเงินประจำปี 2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนใน 5 ประเด็นสำคัญ

ประเด็นแรก ผลขาดทุนขั้นต้น 639 ล้านบาท จากสัญญาซื้อขายแบบเหมาจำนวน 6 ราย TWZ ได้นำสินค้าคงเหลือขายให้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ในราคาทุน 2,130 ล้านบาท และราคาต่ำกว่าทุน 1,491 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายบริหารมองว่าเป็นกลยุทธ์เอาตัวรอดและยอมขาดทุนเพื่อรีเซ็ตธุรกิจใหม่ โดยมีเหตุผลหลัก 2 ประการ ได้แก่ 1. การปรับเชิงกลยุทธ์ธุรกิจ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โทรศัพท์มือถือตกรุ่นเร็วและราคาลดลงกว่าร้อยละ 50 หากปล่อยค้างสต็อกนาน ประกอบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจึงต้องขายเหมาเพื่อระบายสต็อกเปลี่ยนเป็นเงินสด และปรับไปใช้การรับจองสินค้าแทน 2. ความจำเป็นในการใช้เงินทุน เพื่อนำไปวางมัดจำซื้อที่ดินมูลค่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งได้ราคาต่ำกว่าราคาประเมินราว 200 ล้านบาท โดยผู้ขายรับผิดชอบค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ คณะกรรมการมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวสมเหตุสมผล เพื่อลดความเสี่ยงและนำเงินไปต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ประเด็นที่สอง ผลขาดทุนจากการด้อยค่าตามมาตรฐานบัญชี TFRS9 จากรายการลูกหนี้การค้า 1,013.26 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีลูกหนี้การค้า 3,187.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 91 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 1,013.26 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จำนวน 1,011.50 ล้านบาท เกิดจากลูกหนี้ 2 รายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันและไม่ใช่ลูกหนี้จากการขายเหมา เนื่องจากลูกหนี้ประสบปัญหายอดขายลดลงและไม่สามารถชำระหนี้ได้ บริษัทจึงได้ดำเนินการฟ้องร้องคดีแพ่งเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเรียกเก็บเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 และค่าฤชาธรรมเนียม โดยหลังจากนี้จะเข้มงวดในการคัดเลือกลูกค้าและเน้นการขายเงินสดมากขึ้น

ประเด็นที่สาม ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์โครงการโรงไฟฟ้าระบบพลาสม่า การด้อยค่าดังกล่าวแบ่งเป็น 1. ด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอื่น 447 ล้านบาท จากสัญญารับซื้อวัตถุดิบและสัญญาขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องจักรไม่สามารถส่งมอบได้และยังไม่ได้รับการตอบรับการขยายเวลาจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) 2. ด้อยค่าความนิยม 26.19 ล้านบาท จากการประเมินมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนลดลง 3. ด้อยค่าที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 85.59 ล้านบาท และ 4. ด้อยค่าสินค้าโครงการขยะ 77.20 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีโครงการรองรับและมูลค่าขายต่ำกว่าทุน สาเหตุหลักเกิดจากผลกระทบของโควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาขายหุ้นส่วนนี้คืนให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม

ประเด็นที่สี่ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนบริษัทย่อยและบริษัทร่วม 74.27 ล้านบาท

เกิดขึ้นจากการลงทุนใน บริษัท แอดวานซ์ โมบิลิตี จำกัด เพื่อทำธุรกิจรถยนต์ EV สำหรับให้บริการรถแท็กซี่และรถ VIP แต่ประสบปัญหาการแข่งขันด้านราคาจากการประมูล และติดปัญหาข้อผูกพันการนำเข้ารถยนต์ ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างรายได้ตามแผนที่วางไว้ จึงต้องตั้งด้อยค่าเงินลงทุนจำนวน 74.27 ล้านบาท และระงับการชำระค่าหุ้นส่วนที่เหลือ 150 ล้านบาท โดยเตรียมเจรจาขายหุ้นคืนให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมเช่นกัน

ประเด็นที่ห้า ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินให้กู้ยืม 20 ล้านบาท

เป็นการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเงินให้กู้ยืมแก่โครงการร่วมทุนกับ บริษัท เอเอ ไบโอ จำกัด (AABIO) สำหรับธุรกิจปลูกพืชและสกัดกัญชง แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและควบคุมการเบิกจ่ายผ่านบัญชี Escrow อย่างรัดกุม แต่ปัจจุบันโครงการติดปัญหาด้านกฎหมายทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการตามแผนได้ บริษัทจึงตั้งด้อยค่าทั้งจำนวนเพื่อหลักธรรมาภิบาล โดยหากในอนาคตกฎหมายมีความชัดเจนอาจพิจารณาดำเนินการต่อ หรือหากไม่ได้รับเงินคืนตามสัญญาจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิความเป็นเจ้าหนี้ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...