โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'โคเวนทรี'รีเทิร์น!หายหน้า25ปีสู่ลีกสูงสุด

แนวหน้า

เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 17.00 น.

หลังจากห่างหายไปยาวนานถึง 25 ปี “ช้างกระทืบโรง” โคเวนทรี ซิตี้ คัมแบ๊กกลับมาสู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีอีกครั้ง

ตลอดระยะเวลารวมทั้งสิ้น 9,113 วันแล้วนับตั้งแต่พวกเขาตกชั้น จากการพ่ายแพ้ต่อแอสตันวิลลา 2-3 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2001 ซึ่งทำให้ทีม “สกายบลูส์” ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ต้องเจอกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย

ตกไปอยู่ลีกระดับ 2 หรือ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ก่อนจะรูดลงไปอยู่ ลีกวัน หรือ ดิวิชั่น 3 เมื่อปี 2012 เข้าสู่กระบวนการล้มละลายในปี 2013 จากนั้นปี 2017 อาการหนักตกไปอยู่ดิวิชั่น 4 หรือ ลีก ทู ซึ่งถือเป็นระดับสุดท้ายของอาชีพ เป็นครั้งแรกในรอบ 59 ปี แต่ใช้เวลาเพียงปีเดียวคัมแบ๊กมาอยู่ ลีก วัน ก่อนจะขึ้นไปอยู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ปี 2020 และขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

การกลับสู่ลีกสูงสุดเป็นความฝันที่ไกลเกินเอื้อมท่ามกลางดราม่าต่างๆ ทั้งการไม่มีสนามใช้ต้องไปยืมนอร์ทแธมป์ตัน และเบอร์มิงแฮม รวมถึงการประท้วงจากแฟนบอลหลายครั้ง, การขับไล่เจ้าของทีม และการกล่าวถึงในรัฐสภา เท่ากับว่า พวกเขาใช้เวลาจากลีกล่างสุด 8 ปีกลับสู่ลีกสูงสุดแบบเหลือเชื่อ

การกลับมาของพวกเขาเกิดขึ้นภายใต้การคุมทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ และหลังจากที่การันตีการเลื่อนชั้นได้ในวันศุกร์ด้วยผลเสมอ 1-1 กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่อีวู้ด พาร์ค

ซีซั่นนี้ โคเวนทรี สตาร์ทด้วยการไม่แพ้ใคร 12 นัดแรกและครองตำแหน่งจ่าฝูงทุกสัปดาห์ หลุดไปเพียงแค่สัปดาห์เดียว ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ท่ามกลางความสำเร็จทั้งหมดนั้น โคเวนทรี ยังได้เข้าซื้อกิจการสนามซีบีเอส อารีน่า ซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้เป็นเจ้าของสนามเหย้าในเมืองของตนเองเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ย้ายออกจากสนามไฮฟิลด์ โร้ดเมื่อ 20 ปีก่อน

แม้จะมีช่วงกลางฤดูกาลที่ฟอร์มตก แต่โคเวนทรีก็คว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพมาครองได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี ที่สโมสรเก่าแก่ชื่อดังแห่งนี้จะได้กลับสู่พรีเมียร์ลีก อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งในอดีตนั้นพวกเขาเป็นแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1987 ด้วยการโค่น ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในช่วงต่อเวลา 3-2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...