'โคเวนทรี'รีเทิร์น!หายหน้า25ปีสู่ลีกสูงสุด
หลังจากห่างหายไปยาวนานถึง 25 ปี “ช้างกระทืบโรง” โคเวนทรี ซิตี้ คัมแบ๊กกลับมาสู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีอีกครั้ง
ตลอดระยะเวลารวมทั้งสิ้น 9,113 วันแล้วนับตั้งแต่พวกเขาตกชั้น จากการพ่ายแพ้ต่อแอสตันวิลลา 2-3 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2001 ซึ่งทำให้ทีม “สกายบลูส์” ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ต้องเจอกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย
ตกไปอยู่ลีกระดับ 2 หรือ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ก่อนจะรูดลงไปอยู่ ลีกวัน หรือ ดิวิชั่น 3 เมื่อปี 2012 เข้าสู่กระบวนการล้มละลายในปี 2013 จากนั้นปี 2017 อาการหนักตกไปอยู่ดิวิชั่น 4 หรือ ลีก ทู ซึ่งถือเป็นระดับสุดท้ายของอาชีพ เป็นครั้งแรกในรอบ 59 ปี แต่ใช้เวลาเพียงปีเดียวคัมแบ๊กมาอยู่ ลีก วัน ก่อนจะขึ้นไปอยู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ปี 2020 และขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ
การกลับสู่ลีกสูงสุดเป็นความฝันที่ไกลเกินเอื้อมท่ามกลางดราม่าต่างๆ ทั้งการไม่มีสนามใช้ต้องไปยืมนอร์ทแธมป์ตัน และเบอร์มิงแฮม รวมถึงการประท้วงจากแฟนบอลหลายครั้ง, การขับไล่เจ้าของทีม และการกล่าวถึงในรัฐสภา เท่ากับว่า พวกเขาใช้เวลาจากลีกล่างสุด 8 ปีกลับสู่ลีกสูงสุดแบบเหลือเชื่อ
การกลับมาของพวกเขาเกิดขึ้นภายใต้การคุมทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ และหลังจากที่การันตีการเลื่อนชั้นได้ในวันศุกร์ด้วยผลเสมอ 1-1 กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่อีวู้ด พาร์ค
ซีซั่นนี้ โคเวนทรี สตาร์ทด้วยการไม่แพ้ใคร 12 นัดแรกและครองตำแหน่งจ่าฝูงทุกสัปดาห์ หลุดไปเพียงแค่สัปดาห์เดียว ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ท่ามกลางความสำเร็จทั้งหมดนั้น โคเวนทรี ยังได้เข้าซื้อกิจการสนามซีบีเอส อารีน่า ซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้เป็นเจ้าของสนามเหย้าในเมืองของตนเองเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ย้ายออกจากสนามไฮฟิลด์ โร้ดเมื่อ 20 ปีก่อน
แม้จะมีช่วงกลางฤดูกาลที่ฟอร์มตก แต่โคเวนทรีก็คว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพมาครองได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี ที่สโมสรเก่าแก่ชื่อดังแห่งนี้จะได้กลับสู่พรีเมียร์ลีก อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งในอดีตนั้นพวกเขาเป็นแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1987 ด้วยการโค่น ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในช่วงต่อเวลา 3-2