โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ขอแบงก์ ‘ลดค่างวด-ดอกเบี้ย-ตัดเงินต้น’ ช่วยลูกหนี้ช่วงวิกฤตพลังงานแพง

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ส่งหนังสือถึงสถาบันการเงิน ช่วยลูกหนี้ทุกกลุ่ม หวังบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานแพง พร้อมประเมินเศรษฐกิจไทย ยังมีความเสี่ยง

วันนี้ (8 เม.ย. 69) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหนังสือเวียนขอความร่วมมือสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจภายใต้กำกับ เรื่องการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและกระทบราคาพลังงานเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีความต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ เพิ่มศักยภาพ หรือลงทุนเพื่อช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่บางส่วนยังเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จำกัด อีกทั้งแนวโน้มความสามารถในการชำระหนี้อาจถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นและรายได้ที่ลดลงเป็นการชั่วคราว

ธปท. จึงขอความร่วมมือสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้วยการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิม เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นของลูกหนี้ โดยควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว นอกเหนือจากกระแสเงินสดหรือสถานะทางการเงินในปัจจุบันของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งอาจไม่ใช่สถานะทางการเงินในภาวะปกติของลูกหนี้

สำหรับแนวทางช่วยเหลือ แบ่งเป็น

1. สินเชื่อเดิม ให้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงป้องกัน ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณว่าลูกหนี้มีปัญหาการชำระหนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่างวดของลูกหนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น ให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ลดค่างวด ลดอัตราดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อทุกประเภท รวมถึงการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ โดยให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. หารือทำความเข้าใจเงื่อนไขของมาตรการข้างต้นกับลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน (หากมี) และแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบถึงผลที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว

2. สินเชื่อใหม่ ให้ช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน โดยในส่วนของสถาบันการเงินสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการ SMEs Credit Boost ที่เป็นกลไกลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจ

นอกจากนี้ สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ยังสามารถพิจารณาให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ SMEs ที่มีหลักประกันภายใต้กรอบหลักการ“มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)” ซึ่งเป็นการผ่อนปรนแนวทางการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้เป็นการเฉพาะชั่วคราว โดยสามารถพิจารณามูลค่าหลักประกันควบคู่กับกระแสเงินสดของลูกหนี้ได้

ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายและปรับใช้มาตรการได้อย่างเหมาะสม โดยมุ่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs เพื่อให้สามารถประคองธุรกิจและปรับตัวได้ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา ในงานแถลงข่าวภาพรวมเศรษฐกิจไทย ธปท. ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าจะมีความเสี่ยงด้านต่ำ (ขยายต่ำกว่าที่คาด) จากผลกระทบของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยผ่านหลายช่องทาง โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่จะทำให้เงินเฟ้อและค่าครองชีพสูงขึ้น และเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะชะลอตัวจากราคาพลังงานโลกและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวและภาคการส่งออกต่อไป ทั้งนี้ ความรุนแรงของผลกระทบขึ้นกับความยืดเยื้อของสถานการณ์

ในระยะต่อไปยังคงต้องติดตามความเสี่ยงหลายด้าน ได้แก่ พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน มาตรการรับมือและเยียวยาของภาครัฐจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา

แม้ล่าสุดวันนี้ (8 เม.ย. 69) สหรัฐฯ และอิหร่าน ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางเจรจาทางการทูตผ่านการประสานงานของปากีสถาน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงนี้ คือ อิหร่านต้องยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือสัญจรได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตกลงที่จะชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านออกไป

จากพัฒนาการดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงราว 13–16% ในช่วงเช้า หลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยตลาดคลายความกังวลต่อภาวะการขาดแคลนพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความคืบหน้าของการเจรจาและสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาพลังงานในระยะต่อไป

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สัญญาณโลกดี แล้วน้ำมันไทย จะลด เมื่อไหร่ ? (8 เม.ย.69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ทรัมป์" สั่งเก็บภาษี 50% ทุกประเทศส่งอาวุธให้อิหร่าน

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

“ดอนเมือง”คาดสงกรานต์นี้ ผู้โดยสารทะลุ 1 ล้านคน เน้นใช้เทคโนโลยี บริการสะดวก ปลอดภัย

Manager Online

สนามบินดอนเมือง พร้อมรับสงกรานต์69 คาดผดส.ทะลุ 1 ล้านคน ชูเทคโนโลยีทันสมัย ยกระดับความสะดวก-ปลอดภัย

สยามรัฐ

สงกรานต์นี้สุขไม่สะดุด! 5 เคล็ดลับวางแผนใช้จ่ายรับปีใหม่ไทย เคทีซีแนะ "ใช้อย่างไร" ไม่ให้เป็นหนี้

sanook.com

กาฬสินธุ์เตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน ดึงห้างท้องถิ่นร่วมขายสินค้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพ

77kaoded

SCB FM มองเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น หลังมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ชี้เป็นจังหวะให้ซื้อ USDTHB

sanook.com

นายกฯ อนุทิน เล็งผุดนโยบาย Early Retire เกษียณก่อนกำหนด หวังลดขนาดภาครัฐ

Thaiger
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...