SCB FM มองเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น หลังมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ชี้เป็นจังหวะให้ซื้อ USDTHB
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB FM) ชี้ทิศทางค่าเงินบาทไทยยังแขวนอยู่บนความไม่แน่นอนของสงครามในอิหร่าน เผยจังหวะเงินบาทแข็งค่าหลังดีลหยุดยิงชั่วคราว คือโอกาสสะสม USDTHB ก่อนตลาดกลับมาเผชิญความผันผวนในครึ่งปีหลัง
"บาทแข็ง" เป็นแค่ชั่วคราว? SCB แนะจังหวะซื้อสะสม
นายแพททริก ปูเลีย Head of Financial Markets Function ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่าการที่เงินบาทกลับมาแข็งค่าเร็วในช่วงนี้ เป็นผลมาจาก Sentiment ตลาดที่ปรับดีขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงเกือบ 20% ดึงดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงตาม
อย่างไรก็ตาม SCB FM มองว่าความเสี่ยงยังไม่หมดไป เนื่องจากเงื่อนไขการหยุดยิงถาวรยังคลุมเครือ หากมีการโจมตีซ้ำ ตลาดจะกลับไปปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) และกดดันให้เงินบาทกลับไปอ่อนค่าได้อีกครั้ง
เปิด 3 ฉากทัศน์ (Scenarios) สงครามอิหร่านกระทบเงินบาท
นายแพททริก กางแผนที่การเงินประเมินแนวโน้ม USDTHB ตามสถานการณ์สงคราม ดังนี้:
กรณีฐาน (Base Case): สงครามลดความรุนแรงหรือจบในเดือนนี้ การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซดีขึ้นบางส่วน คาดเงินบาทอยู่ที่ 32.15-32.65 บาท
กรณีดีกว่าคาด (Better Case): เจรจาหยุดยิงถาวรสำเร็จในเดือนนี้ ตลาดเปิดรับความเสี่ยงเต็มตัว บาทอาจแข็งค่าไปถึง 31.50-32.00 บาท
กรณีเลวร้าย (Worst Case): เจรจาล้มเหลว สงครามยืดเยื้อถึงครึ่งปีหลัง ราคาน้ำมันพุ่งแตะ $140 มีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่าแตะ 34.00-35.00 บาท
กลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการ: ซื้อ-ขาย จุดไหนดี?
ด้านนายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส ให้คำแนะนำเชิงเทคนิคสำหรับภาคธุรกิจไว้ดังนี้:
ผู้นำเข้า: จังหวะที่บาทอยู่ที่ 31.70-32.20 บาท เป็นระดับที่น่าเข้าซื้อดอลลาร์เพื่อป้องกันความเสี่ยง
ผู้ส่งออก: หากบาทอ่อนค่าไปแตะ 32.65-33.15 บาท แนะนำให้ทยอยขาย เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดกรณีเลวร้าย (Worst Case) เริ่มลดลงหลังมีสัญญาณหยุดยิง 2 สัปดาห์
ผลกระทบต่อดอกเบี้ยนโยบายไทย (กนง.)
ในเชิงนโยบาย SCB FM คาดการณ์ว่า:
หากสงครามจบเร็ว: กนง. มีแนวโน้ม คงดอกเบี้ยที่ 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจที่คาดว่าจะโตเพียง 1.4%
หากสงครามยืดเยื้อ: แม้เงินเฟ้อจะพุ่งสูง แต่ผลกระทบต่อ GDP จะรุนแรง (อาจโตเพียง 1.00%) ซึ่งอาจบีบให้ กนง. ตัดสินใจ ลดดอกเบี้ยลงเหลือ 0.75% เพื่อพยุงเศรษฐกิจจริง