โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชัยยศ” มอง SET ฟื้น รับสงบศึก “ตะวันออกกลาง” แนะเก็บกลุ่มไฟแนนซ์-เลี่ยงพลังงานต้นน้ำ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 03.48 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ประจำวันที่ 8 เมษายน 2569 ถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มนำไปสู่การเจรจา ถือเป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

ทั้งนี้ ประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีโอกาสตอบรับเชิงบวก โดยคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.0 - 2.0% หรือแกว่งตัวในกรอบ 1,480 - 1,490 จุด แม้ในระยะสั้นอาจจะยังไม่ถึงระดับ 1,500 จุดก็ตาม

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงกว่า 8% ส่งผลให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อาทิ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP และ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU รวมถึงกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และปิโตรเคมีที่เคยปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน เช่น ยางพารา และเอทานอล ในทางกลับกัน กลุ่มที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวก ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า, กลุ่มไฟแนนซ์, สายการบิน, การท่องเที่ยว และนิคมอุตสาหกรรม

ส่วนของประเด็นที่ภาครัฐขอความร่วมมือกลุ่มโรงกลั่นในการลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลลง 2 บาทต่อลิตรนั้น KSS มองว่าส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มโรงกลั่นจริง แต่น้อยกว่าความกังวลก่อนหน้านี้ที่คาดว่ารัฐบาลจะเข้ามาควบคุมค่าการกลั่นโดยตรง โดยประเมินผลกระทบเบื้องต้นอยู่ที่ราว 100-200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่รุนแรงนัก ประกอบกับปัจจุบันค่าการกลั่นของทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันอากาศยาน ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงมาก จึงถือเป็นปัจจัยลบที่จำกัด

ด้านความคาดหวังต่อนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ปัจจุบันนักลงทุนให้น้ำหนักและมีความคาดหวังอย่างมากต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดค่าครองชีพ เนื่องจากปัญหาต้นทุนสินค้าและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของประชาชนฐานราก ตลาดจึงรอดูความชัดเจนของมาตรการต่างๆ เช่น โครงการลดค่าครองชีพ, สินค้าธงฟ้า หรือโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งหากออกมาตรการได้เร็ว จะช่วยบรรเทาผลกระทบและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้คึกคักขึ้นได้

ส่วนการพิจารณานำกองทุน Thai ESG เข้ามาพยุงตลาดหุ้นนั้น คาดว่าอาจจะยังไม่ใช่เป้าหมายหลักในระยะสั้นนี้ เนื่องจากรัฐบาลน่าจะมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาพลังงานและค่าครองชีพเป็นลำดับแรก ประกอบกับพื้นฐานของดัชนีหุ้นไทยในปัจจุบันยังถือว่าแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภูมิภาค

นายชัยยศ กล่าวทิ้งท้ายถึงกลุ่มการท่องเที่ยวว่า แม้จะมีบรรยากาศเชิงบวกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่คลี่คลาย แต่ในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน ช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ยังถือเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) KSS จึงไม่ได้ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มนี้มากนัก แต่ให้น้ำหนักความน่าสนใจไปที่ "กลุ่มไฟแนนซ์" เนื่องจากมีปัจจัยหนุนที่ชัดเจนกว่า ทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เตรียมจะออกมา และทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวลดลง ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการของกลุ่มไฟแนนซ์ให้ฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...