โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI ชูหุ้นเด่น BCP-PTTGC รับอานิสงส์ต้นทุนน้ำมันถูกกว่าคู่แข่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 03.21 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุว่า รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของรัฐบาลรักษาการเผยว่า ได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3 กระทรวง (กระทรวงพลังงาน, กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดเก็บภาษีลาภลอย (windfall tax) จากค่าการกลั่นตลาด (GRM) ของโรงกลั่นไทย ซึ่งข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แสดงให้เห็นว่า GRM ของโรงกลั่นไทยสูงถึง 7.4 บาท/ลิตรในเดือนมี.ค.69

ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล 18 บาท/ลิตร ส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯติดลบ 4.4 หมื่นล้านบาท ดังนั้น หากไม่มีพระราชกฤษฎีกาขยายเพดานเงินกู้กองทุนน้ำมันฯ รัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการอื่น เช่น ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน, กำหนดเพดานค่าการตลาด/ค่าการกลั่น หรือปล่อยลอยตัวราคาขายปลีกน้ำมันให้เคลื่อนไหวตามราคาอ้างอิงสิงคโปร์

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ในปี 65 ช่วงที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นแตะ 167 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล รัฐบาลได้ขอให้โรงกลั่นช่วยสนับสนุนทางการเงิน แต่ในขณะนั้นไม่ได้มีการนำมาตรการใดมาใช้ เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวลงในเดือนก.ค.-ส.ค.65 อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจเข้ามาแทรกแซง GRM ของโรงกลั่นอีกครั้ง หรือขอการสนับสนุนทางการเงินโดยตรงในปี 69 เพราะราคาน้ำมันดีเซลน่าจะปรับตัวขึ้นต่อหากราคาน้ำมันดิบทะลุ 200 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

อีกทั้ง ยังมีแนวโน้มที่ราคาจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงนานกว่าในปี 65 จากการหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่นหลายแห่งในตะวันออกกลาง, รัสเซีย และสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า GRM ที่น่าจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนมี.ค. 69 อาจดึงดูดความสนใจจากสาธารณชน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีความชอบธรรมมากขึ้นในการกำหนดเพดาน GRM หรือขอสนับสนุนทางการเงินจากโรงกลั่น

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ประเมินว่า BCP และ PTTGC น่าจะมี GRM สูงกว่า TOP, SPRC และ IRPC อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการกำหนดเพดาน GRM เท่ากันสำหรับโรงกลั่นทุกแห่งจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย อีกทั้งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่เปิดทางให้รัฐเข้ามาแทรกแซง GRM โดยตรงหรือบังคับให้โรงกลั่นเข้ามาช่วยอุดหนุนทางการเงิน ซึ่งนอกเหนือจากความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลแล้ว ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่โรงกลั่นอาจประสบปัญหาขาดแคลนอุปทานน้ำมัน โดยเฉพาะหลังจากประเทศในอ่าวอาหรับหยุดการผลิตน้ำมันไปแล้ว 9-10 ล้านบาร์เรล

ขณะที่ รายงานของสนพ. ระบุว่าน้ำมันดิบที่จะจัดส่งมาถึงไทยในเดือนเม.ย. 69 มีปริมาณราว 24 ล้านบาร์เรล (ณ วันที่ 27 มี.ค.) เทียบกับประมาณการความต้องการที่ 36 ล้านบาร์เรลภายใต้สมมติฐานที่โรงกลั่นยังเดินเครื่องผลิตเต็มที่ ดังนั้น แม้ว่าโรงกลั่นอาจดึงสต็อกมาใช้เพื่อให้มีการดำเนินงานต่อเนื่องในระยะสั้น แต่การจัดหา อุปทานน้ำมันดิบให้เพียงพอสำหรับการใช้กำลังการผลิตเต็มประสิทธิภาพจนถึงเดือนพ.ค. 69 อาจเป็นเรื่องท้าทาย

ดังนั้นจึงแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทย เพราะมองว่า upside risk จากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจถูกหักล้างด้วยอุปสงค์ที่อ่อนตัว ทั้งนี้กลุ่มน้ำมันและก๊าซของไทยจะมี downside risk หากความต้องการน้ำมันต่ำกว่าคาด ส่วน upside risk คือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...