4 อาหารดีต่อสุขภาพแต่หากกินมากไปก็ให้ผลเสียต่อร่างกายได้
ผู้ที่ดูแลใส่ใจสุขภาพมักเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เมื่อเข้าสู่วัย 40 ปีเป็นต้นไปซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมดุลของฮอร์โมนและการเผาผลาญพลังงานเปลี่ยนแปลงไป อาหารที่ดีต่อสุขภาพหลายชนิดหากรับประทานโดยไม่ระมัดระวังก็อาจส่งผลในการเพิ่มน้ำหนักและส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ มารู้อาหารที่ได้ชื่อว่าดีต่อสุขภาพแต่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้หากรับประทานมากเกินไป จากนักโภชนาการชาวญี่ปุ่นกันค่ะ
อาหารที่ดีต่อสุขภาพแต่หากรับประทานมากไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย
1. ผลิตภัณฑ์เสริมโปรตีน
คนจำนวนมากรับประทานโปรตีนบาร์และเครื่องดื่มโปรตีนเป็นประจำเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์โปรตีนบางชนิดมีน้ำตาล สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล และน้ำมันพืชเป็นส่วนผสม ซึ่งหากรับประทานเป็นประจำอาจทำให้ลำไส้และตับทำงานหนัก และอาจนำไปสู่อาการตัวบวม ท้องผูก และน้ำหนักเพิ่มขึ้น เป็นต้น
เคล็ดลับในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมโปรตีน:
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาลและสารปรุงแต่งอาหารต่ำ
- ตรวจดูรายการส่วนผสมว่ามีสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล น้ำมันพืช หรือสารปรุงแต่งอาหารอื่น ๆ หรือไม่
2. สมูทตี้
คนจำนวนมากชอบดื่มสมูทตี้เป็นประจำเพื่อให้มีสุขภาพผิวและสุขภาพลำไส้ที่ดี อย่างไรก็ตาม สมูทตี้ที่ทำจากผลไม้ส่วนใหญ่มักมีน้ำตาลฟรุกโตสสูง แม้ว่าน้ำตาลชนิดนี้ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น แต่น้ำตาลชนิดนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายและไปสะสมที่ตับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ความสามารถในการเผาผลาญไขมันลดลง การดื่มสมูทตี้เป็นประจำจะทำให้อ้วนง่ายและมีการสะสมไขมันที่ตับ
เคล็ดลับในการเลือกทำสมูทตี้:
- ใช้ส่วนผสมหลักเป็นผักและใช้ผลไม้เพียงชนิดเดียว
- เติมนมถั่วเหลืองหรือน้ำเปล่าลงไปในส่วนผสมเพื่อลดปริมาณน้ำตาล
- อย่าดื่มรวดเดียวหมดแก้วขณะท้องว่าง แต่ให้ดื่มอย่างช้า ๆ ทีละน้อย
3. ถั่วต่าง ๆ
แม้ว่าถั่วจะมีวิตามินและแร่ธาตุสูง แต่ก็มีไขมันและแคลอรีสูงเช่นกัน ในช่วงวัย 40 ปีขึ้นไปที่คนส่วนใหญ่มีภาวะการเผาผลาญไขมันช้าลง การรับประทานถั่วในปริมาณที่มากเกินไปอาจนำไปสู่การสะสมไขมันในช่องท้องและเป็นภาระต่อตับได้
เคล็ดลับในการเลือกรับประทานถั่ว:
- รับประทานวันละประมาณ 20 กรัม (ประมาณหนึ่งฝ่ามือ)
- เลือกถั่วอบแบบไม่ใส่เกลือ
4. อะโวคาโด
อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหาร ได้แก่ วิตามินอี โพแทสเซียม เส้นใยอาหาร และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated fats) ซึ่งเป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) อย่างไรก็ตาม อะโวคาโดหนึ่งผลมีไขมันมากกว่า 20 กรัมและมีปริมาณแคลอรีค่อนข้างสูง การรับประทานทุกวันเพราะคิดว่าอะโวคาโดอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อสุขภาพอาจนำไปสู่การบริโภคไขมันมากเกินไป และส่งผลในการเพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดและทำให้อ้วนได้
เคล็ดลับในการรับประทานอะโวคาโด:
- ควรรับประทานวันละ 1/2 ผล
- รับประทานเพียง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
เหรียญมีสองด้านเช่นเดียวกับอาหารแม้จะมีประโยชน์มาก แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ มาดูแลสุขภาพของเราให้แข็งแรงโดยรับประทานอาหารที่หลากหลายและในปริมาณที่พอเหมาะกันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp