โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'กรมที่ดิน'เอาจริง!! ขอความร่วมมือตรวจสอบนิติบุคคลที่มีคนต่างชาติถือหุ้น

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

"กรมที่ดิน"เอาจริงขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบนิติบุคคลที่มีคนต่างชาติถือหุ้น หากพบเข้าข่ายนอมินี ใช้มาตรการบังคับจำหน่ายที่ดินและดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมกำชับจังหวัดร่วมกันแก้ไขปัญหาและสร้างความเข้าใจกับประชาชน

จากกรณีมีกระแสข่าวคนไทยหรือนิติบุคคลถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) อย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีทุนจีนกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อทำสวนทุเรียน และกว้านซื้อที่ดินในเขต EEC เพื่อตั้งโรงงานขนาดใหญ่ กรณีคนต่างชาติให้คนไทยถือครองที่ดินหรือห้องชุดเพื่ออยู่อาศัยแทนคนต่างด้าว หรือจัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อถือครองที่ดินหรือห้องชุดแทนคนต่างด้าว ในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวและกทม. ตลอดจนข่าวคนต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยว่า

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า เป็นปัญหาสำคัญและมีผลกระทบต่อคนไทยในหลากหลายมิติ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง กรมที่ดินจึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการแจ้งและเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เกี่ยวกับนิติบุคคลที่มีเหตุสงสัยว่า จะมีพฤติการณ์ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) รวมถึงนิติบุคคลที่มีการเพิ่มทุนหรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น จนกลายเป็นนิติบุคคลที่มีลักษณะเป็นคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เพื่อจะได้นำข้อมูลดำเนินการตรวจสอบว่า ได้ที่ดินมาถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเป็นนิติบุคคลที่มีคนไทยถือหุ้น หรือถือครองที่ดินหรือออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) หรือไม่

อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวต่อไปว่า หากตรวจพบว่ามีคนไทยถือหุ้น หรือถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) กรมที่ดินจะดำเนินการบังคับใช้มาตรการการลงโทษโดยเด็ดขาด โดยการบังคับให้จำหน่ายที่ดินและพิจารณาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นคนต่างด้าว บริษัทนอมินี และคนไทยผู้ซึ่งถือหุ้นหรือได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นตัวแทนของคนต่างด้าว ในความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 111 มาตรา 112 และมาตรา 113 ตลอดจนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และมาตรา 267 ซึ่งมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกต่อไป

ทั้งนี้ กรมที่ดินได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่ดินตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา รวมถึงให้ดำเนินการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนโดยเร่งด่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...