โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐ เตรียมยุติ “ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าราคาถูก” จากจีน-ฮ่องกง มีผล 2 พ.ค.68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 04.17 น.

สหรัฐ เตรียมยกเลิกนโยบาย De Minimis ที่เคยยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ส่งผลสินค้าจากจีนต้องเสียภาษีสูงขึ้นทันที กระทบผู้ค้ารายใหญ่จากจีนอย่าง Temu และ Shein โดยตรง

วันที่ 3 มีนาคม 2568 เวลา 08.40 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่ารัฐบาลจะยุตินโยบายยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าราคาต่ำ (De Minimis) จากจีนและฮ่องกง โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการทางการค้าที่ครอบคลุมและเข้มงวดมากขึ้น

รวมถึงการเก็บภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 49% ต่อประเทศคู่ค้าที่รัฐบาลสหรัฐ กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และอาจส่งผลให้โครงสร้างการค้าระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ภายใต้นโยบาย De Minimis ปัจจุบันสหรัฐยกเว้นภาษีนำเข้าและการตรวจสอบของศุลกากรสำหรับพัสดุจากต่างประเทศที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น ส่งผลให้บริษัทอีคอมเมิร์ซจำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีน ใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้ในการส่งสินค้าราคาถูกมายังสหรัฐ โดยไม่ต้องเสียภาษี

ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามยุตินโยบายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ด้วยการออกคำสั่งฝ่ายบริหารให้เก็บภาษีนำเข้า 10% ต่อสินค้าจากจีน และยกเลิกการยกเว้นภาษี De Minimis ทันทีอย่างไรก็ตามมาตรการนี้ถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากสร้างปัญหาด้านโลจิสติก ทำให้บริการไปรษณีย์และศุลกากรไม่สามารถจัดการกับปริมาณพัสดุราคาต่ำที่ต้องตรวจสอบจำนวนมหาศาลได้ทัน

ภายใต้นโยบายใหม่ พัสดุจากจีนที่เดิมอยู่ภายใต้เกณฑ์ De Minimis จะต้องเสียภาษีนำเข้าที่อัตรา 30% หรือ 25 ดอลลาร์ต่อชิ้น (คิดจากค่าที่สูงกว่า) และจะเพิ่มเป็น 50 ดอลลาร์ต่อชิ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ตามข้อมูลจากทำเนียบขาว

ในแถลงการณ์ของทำเนียบขาว ระบุว่า นโยบาย De Minimis ถูกใช้โดยผู้ส่งสินค้าจากจีนบางรายในลักษณะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และแฝงสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงสารเสพติดสังเคราะห์อย่างเฟนทานิล ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกนโยบายนี้

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แคนาดาและเม็กซิโกกลายเป็นช่องทางลำเลียงสารตั้งต้นในการผลิตเฟนทานิลที่ถูกส่งเข้ามาในรูปแบบพัสดุขนาดเล็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่สามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้า ระบุว่า มาตรการใหม่นี้จะทำให้ราคาสินค้าอีคอมเมิร์ซจากจีนสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Temu และ Shein ซึ่งปัจจุบันใช้วิธีจัดส่งสินค้าจากจีนโดยตรงถึงผู้บริโภคในสหรัฐ เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาราคาให้ต่ำ

จากข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ ปริมาณการนำเข้าสินค้าภายใต้นโยบาย De Minimis เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2567 มีพัสดุเข้าสหรัฐมากถึง 1.4 พันล้านชิ้น โดย 60% เป็นสินค้าจากจีน

ผู้สนับสนุนการยุตินโยบายนี้มองว่า ผู้ค้าจีนใช้ช่องโหว่นี้ในการหลีกเลี่ยงภาษี ทำให้ผู้ค้าปลีกสัญชาติอเมริกันเสียเปรียบทางการแข่งขัน

ทั้งนี้ผู้ขายชาวจีนหลายรายเริ่มปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ โดยหันมาสต็อกสินค้าภายในประเทศสหรัฐแทนการส่งตรงจากจีน ซึ่งทำให้ต้นทุนโดยรวมสูงขึ้น ศาสตราจารย์เหยา "เฮนรี" จิน แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี รัฐโอไฮโอ ให้ความเห็นว่า "ความได้เปรียบด้านราคาของ Temu และ Shein กำลังลดลง เพราะพวกเขาจะต้องรับต้นทุนแบบเดียวกับที่ Amazon แบกรับมานานแล้ว"

อ้างอิง :asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...