โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลื่นรัสเซียอพยพ กระทบชายหาดไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 มี.ค. 2568 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2568 เวลา 03.05 น.

Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์

วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

www.facebook.com/bintokrit

คลื่นรัสเซียอพยพ

กระทบชายหาดไทย

เมืองไทยกำลังกลายเป็นพื้นที่รองรับผู้คนจากชาติต่างๆ ที่หลั่งไหลกันเข้ามาอยู่อาศัยอย่างถาวรตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเหตุการณ์สำคัญของโลกสองเหตุการณ์คือ

(1) การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และ (2) สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ซึ่งหากไม่นับชาวอิสราเอลที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองปายตามที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างอึกทึกตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา ลาว ที่ทยอยเข้ามาหางานทำอย่างต่อเนื่องแล้ว

ผู้คนจากประเทศจีนนับว่าเป็นกลุ่มที่จำนวนมากที่สุด และมีพฤติกรรมที่แสดงลักษณะเฉพาะของกลุ่มออกมาอย่างเด่นชัดที่สุด

ปรากฏการณ์นี้ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้นในยุคหลังโควิด เมื่อประเทศจีนอนุญาตให้ประชาชนเดินทางออกนอกประเทศได้อีกครั้ง หลังจากที่ล็อกดาวน์ไปอย่างยาวนานตามนโยบาย Zero-COVID ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

นอกจากนั้น ชาวจีนยังย้ายเข้ามาในไทยทุกชนชั้นไม่ว่าจะเป็นชนชั้นล่าง ชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง รวมทั้งยังมาในทุกรูปแบบทั้งขาว เทา และดำ แถมยังกระจายตัวไปทั่วทุกภูมิภาคในไทยด้วย ดังนั้น จึงได้รับการจับตามองมากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ยังมีชาติอื่นๆ อีกหลายประเทศที่เข้ามามากเช่นกัน แต่กลับไม่เป็นที่สังเกตมากนัก

ชนชาติที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยและทำมาหากินในไทยรองลงมาจากจีนมีหลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือ “รัสเซีย” ซึ่งเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวได้นานนมแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณ “Sea Sun Sand” คือพื้นที่อันมีทะเล แสงแดด ชายหาด และความบันเทิงเริงใจ อย่างเช่น ภูเก็ต พัทยา กระบี่ เป็นต้น

ความนิยมมาเยือนทะเลไทยดำเนินไปในหมู่นักท่องเที่ยวรัสเซียตลอดหลายทศวรรษ กระทั่งมาสู่จุดเปลี่ยนจากเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งผลักดันให้ทั้งชาวรัสเซียและยูเครนหันเหจากการเข้ามาพักผ่อนชั่วครั้งชั่วคราวไปสู่การอพยพย้ายถิ่นฐานเป็นการถาวร

จนทำให้ท้ายที่สุดเกิดสภาพที่ชายหาดไทยเต็มไปด้วยคลื่น “รัสเซียอพยพ”

ภาพของคนรัสเซียอพยพเข้าสู่พื้นที่ชายหาดไทยปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดที่สุดในภูเก็ต กระบี่ และพัทยา นอกจากนั้น ยังเริ่มกระจายไปสู่พื้นที่อื่นๆ อีก เช่น เกาะพะงัน เกาะสมุย เกาะเต่า เป็นต้น

ประเด็นนี้เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจในสื่อต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งทำให้เห็นรายงานข่าวและสารคดีเรื่องนี้อยู่เป็นระยะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ตัวอย่างเช่น รายงานข่าวเชิงลึกของสำนักข่าวเดอะ สเตรตส์ ไทม์ส (The Straits Times) ของสิงคโปร์เรื่อง “Rich Russians isolated from the West are flocking to Thailand’s Phuket” ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ไปเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมานี้เอง

ทางลิงก์ https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/rich-russians-isolated-from-the-west-are-flocking-to-thailand-s-phuket

เดอะ สเตรตส์ ไทม์ส ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลโดยเข้าไปสัมภาษณ์คนรัสเซียจำนวนหนึ่งซึ่งย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในภูเก็ต โดยมีปัจจัยสำคัญอันเป็นตัวเร่งให้เกิดปรากฏการณ์นี้ก็คือผลพวงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากรัสเซียถูกแบนจากประเทศอื่นๆ ในยุโรป ทำให้โดดเดี่ยวจากส่วนอื่นของทวีป

เมื่อชาวรัสเซียไม่สามารถเดินทางเข้าออกทวีปยุโรปได้ตามปกติจึงเคลื่อนย้ายมาสู่ดินแดนอื่นแทน

ประเทศไทยซึ่งเปิดกว้างต้อนรับชาวรัสเซียอย่างไม่มีกำแพงกั้นจึงมีปริมาณชาวรัสเซียเข้ามามากขึ้น

เมื่อประกอบกับการที่ไทยเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ชาวรัสเซียทั้งในเรื่องของวีซ่าและเที่ยวบิน ก็ยิ่งทำให้การเดินทางเข้าสู่ไทยเป็นไปอย่างง่ายดาย

ประเภทของวีซ่าในการเข้าสู่ไทยมีหลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือสำหรับนักลงทุนและผู้ที่มีทักษะพิเศษ เช่น ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านโซเชียลมีเดีย ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ฯลฯ ซึ่งสามารถเข้ามาพำนักอยู่ประเทศไทยในระยะยาวได้

รัสเซียถูกแบนจากยุโรปในสารพัดเรื่อง เช่น ระงับการใช้บัตรเครดิตแบบวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ทำให้คนรัสเซียต้องหันไปใช้ช่องทางทำธุรกรรมช่องทางอื่น ผลกระทบจากการถูกคว่ำบาตรยังทำให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าลงมาก ฉะนั้น จึงไม่สามารถประกอบธุรกิจการค้าได้อย่างสะดวกสบายเช่นในอดีต

เมื่อเป็นเช่นนั้นนักธุรกิจและนายทุนรัสเซียจึงมองไทยเป็นเป้าหมายที่น่าลงทุนกว่า

นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจแล้วยังมีเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย เพราะคนรัสเซียที่ไม่ปรารถนาจะมีเอี่ยวกับสงครามยูเครนก็พยายามหลีกเลี่ยงการถูกเกณฑ์ไปรบด้วยการอพยพไปประเทศอื่น ส่วนทรัพย์สินที่มีอยู่ก็ไม่ปลอดภัย

เพราะฉะนั้น ถ้าโยกย้ายได้ก็จะโอนย้ายไปเก็บไว้ในอีกประเทศหนึ่ง

สิ่งหนึ่งที่คลื่นผู้อพยพชาวรัสเซียมีความแตกต่างจากผู้อพยพจากประเทศอื่นก็คือมีกลุ่มมหาเศรษฐีเข้ามาเป็นจำนวนมาก และไม่ได้มาซื้อสินค้าและบริการในพื้นที่เพื่อความสะดวกสบายส่วนตัวเท่านั้น หากแต่ยังเข้ามาลงทุนซื้อกิจการและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ อย่างเป็นล่ำเป็นสัน

รายงานข่าวจากเดอะ สเตรตส์ ไทม์ส บรรยายว่าเศรษฐีรัสเซียบางคนมาพร้อมกับเรือยอชต์ ในขณะที่บางคนเหมาซื้อวิลล่าทีเดียวร่วมยี่สิบหลัง ส่งผลให้ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตพุ่งขึ้นแบบทวีคูณ

สถิติในปี 2565 ระบุว่ายอดขายวิลล่าสูงขึ้นถึง 82% ที่น่าตกตะลึงคือครึ่งหนึ่งถูกซื้อโดยทุนรัสเซีย

สถิติในปีเดียวกันนั้นยังบอกด้วยว่าลำพังเพียงครึ่งปีแรกก็มีชาวรัสเซียเดินทางมาถึงภูเก็ตเหยียบ 8 แสนคนเข้าไปแล้ว ซึ่งมากกว่าปีก่อนถึง 1,000% ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นปริมาณที่ทะยานขึ้นสูงอย่างเด่นชัด และครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เดินทางเหล่านี้ล้วนแล้วแต่บินตรงจากรัสเซียมาสู่ภูเก็ต แสดงให้เห็นว่าภูเก็ตไม่ใช่เป้าหมายรองของคนรัสเซีย แต่เป็นจุดหมายปลายทางหลักของพวกเขามาตั้งแต่ต้น

ทำให้เมื่อปี 2566 รัสเซียครองตำแหน่งชาวต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุดในภูเก็ตเหนือกว่าชาติอื่นๆ

การที่มีทั้งคนที่อพยพมาถาวรกับนักท่องเที่ยวที่อยู่ชั่วคราวปะปนกันไป ก็ยิ่งทำให้ภาพของชาวรัสเซียดูแน่นหนาคลาคล่ำไปทั่วทั้งเกาะ

เมื่อมีประชากรรัสเซียอยู่อาศัยในปริมาณมากขนาดนี้ รัฐบาลรัสเซียจึงได้ทำการตั้งสถานกงสุลใหญ่สหพันธรัฐรัสเซียขึ้นที่รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ “เซอร์เก ลาฟรอฟ” (Sergei Lavrov) เดินทางมาเปิดด้วยตัวเองเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2566

พื้นที่ย่านนี้เป็นชุมชนริมทะเลที่หรูหราราคาแพง มีทั้งชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อมากพอและเศรษฐีรัสเซียอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

ซึ่งจากทิศทางที่ผ่านมาก็พอประเมินแนวโน้มได้ว่าห้องหับต่างๆ ในละแวกนี้ ถ้าหากไม่ถูกผู้มีอันจะกินจากรัสเซียจับจองไปเรียบร้อยแล้ว ก็คงมิวายต้องถูกกว้านซื้อไปในไม่ช้า

ส่วนผลกระทบที่ตามมาจากการไหลบ่าของคนรัสเซียเข้าสู่เมืองชายทะเลไทยนั้นเป็นอย่างไร

ตอนหน้าจะมาเล่าให้ฟัง

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลื่นรัสเซียอพยพ กระทบชายหาดไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...