บัณฑิตแพทย์ ลาดกระบังรุ่นที่ 1 ดร.สุชัชวีร์ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมสร้างโรงพยาบาล และสร้างบัณฑิตแพทย์ที่จบออกไปดูแลคนไทย
ศ.ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และผู้ปกครองนักศึกษาเเพทย์ รุ่นที่ 1
ที่ร่วมกันบ่มเพาะ “บัณฑิตแพทย์ลาดกระบัง รุ่น 1” ที่จะจบไปดูแลคนไทย และมีส่วนในการสร้าง “โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร”
สำหรับคณะแพทย์ศาสตร์ สจล. นั้น เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ ศ.ดร.สุชัชวีร์ ในปี 2558 ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิการบดี ที่มุ่งมั่นในการสร้างหลักสูตร “แพทย์นวัตกรรม”
ที่มีความสามารถในการรักษาผู้ป่วย มีความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์งานวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้ประเทศไทยพึ่งพาตนเองได้ นอกจากนี้แพทย์นวัตกรรมจะต้องมีความเป็น “นานาชาติ” สามารถทำงานร่วมกับบุคคลจากทั่วทุกมุมโลก
การก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก ต้องอาศัยผู้นำที่มีความรู้ความสามารถ และมีอุดมการณ์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ ได้ใช้เวลาในการคัดเลือกคณบดี
จนได้พบกับ คุณหมอน้อย – ศ.นพ.อนันต์ ศรีเกียรติขจร อดีตรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ระดับ 11 ผู้เชี่ยวชาญด้าน “สมอง” หรือ Neurologist ตัวท็อปของไทย และมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างคณะแพทยศาสตร์แห่งนี้
ศ.ดร.สุชัชวีร์ ระบุว่า การก่อตั้งคณะแพทย์ฯ ในปี 2559 นั้น ไม่มีอะไรการันตีความสำเร็จได้เลย ไม่มีอาคาร ไม่มีบุคลากร มีเพียงโต๊ะให้นั่งเพียงตัวเดียว จึงถือได้ว่า ศ.นพ.อนันต์ มีความใจถึงมาก ที่กล้าลาออกจากตำแหน่งที่จุฬาฯ ในเวลานั้น
การสร้างคณะแพทยศาสตร์และหลักสูตรแพทย์อินเตอร์แนวใหม่เป็นเรื่องที่ยากลำบาก ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น ความไม่เข้าใจของคนทั่วไป การหาอาจารย์แพทย์ที่มีความสามารถ การรับรองหลักสูตรจากแพทยสภา
แต่ทั้ง ศ.ดร.สุชัชวีร์ และ ศ.นพ.อนันต์ ต่างเพียรพยายามในการนำเสนอหลักสูตรต่อแพทยสภา จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่แพทยสภาได้ในที่สุด และให้การรับรองหลักสูตรแพทย์นวัตกรรมอินเตอร์ ครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
อีกทั้งยังได้บุคลากรทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทยมาร่วมกันสร้างหลักสูตร และโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร หลายท่าน อาทิ– รศ. นพ. ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์: อดีตรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการและเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร
– ผศ. ดร. นพ. ธัญญพงษ์ ณ นคร: นักเรียนทุนอนันทมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา ผู้ได้รับรางวัลอาจารย์แพทย์ที่เป็นแบบอย่างของอาจารย์แพทย์ จากแพทยสภา
– นพ. อนวัช เสริมสวรรค์: อาจารย์หมอหัวใจนักประดิษฐ์ ที่มีชื่อเสียงและยังมีทั้งอาจารย์หมอรุ่นใหม่จากในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ของ สจล.การเปิดหลักสูตรครั้งแรกในปี 2561 ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เนื่องจากหลักสูตรฯ ต้องเผชิญหน้ากับความกังวลของผู้ปกครองเกี่ยวกับหลักสูตรนี้ เนื่องจากหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรใหม่ของประเทศ อีกทั้งที่ผ่านมา สจล. มีชื่อเสียงในสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแพทย์มาก่อน
แต่ถึงกระนั้น ศ.นพ.อนันต์ กลับตัดสินใจเลือกเฉพาะผู้ที่พร้อมจริง ๆ “เราจะรับเฉพาะเด็กที่พร้อม และมีความตั้งใจจริง รับเท่าที่เรามั่นใจ””และเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกเพียงไม่ถึงครึ่งของศักยภาพของหลักสูตรที่สามารถรับนักศึกษาแพทย์ได้ถึง 50 คนต่อปี
และตลอด 6 ปีของหลักสูตร คณาจารย์ต่างเพียรพยายามในการเพาะบ่มนักศึกษารุ่นแรกอย่างเข้มข้น ในขณะที่นักศึกษาเองต่างก็ตั้งใจทุ่มเท ศึกษาเล่าเรียน จนกระทั่งมีผู้สำเร็จการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ สจล. รุ่นที่ 1 17 คน ในปีการศึกษา 2567“พี่เอ้ เรียกน้องๆทุกคนว่า ‘คุณหมอ’ อย่างภาคภูมิใจที่สุด จึงขอแสดงความยินดีกับคุณหมอลาดกระบังรุ่น 1 และคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ผมเชื่อมั่นว่าคุณหมอจะสร้างชื่อเสียงให้กับคณะแพทย์ลาดกระบัง ทุ่มเททำหน้าที่แพทย์ด้วยจรรยาบรรณ และด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของสังคม ทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่รุ่นน้อง รุ่นต่อๆไป”ศ.ดร. สุชัชวีร์ระบุ
และชื่นชมและยกย่องอาจารย์แพทย์ทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสอนและบ่มเพาะนักศึกษาแพทย์ จนกระทั่งพวกเขาสามารถสำเร็จการศึกษาและเป็นบัณฑิตแพทย์รุ่นแรกของ สจล. อีกทั้งหลังจากที่นักศึกษาจะจบการศึกษาไปแล้ว อาจารย์แพทย์เหล่านี้ยังคงต้องดูแล ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาให้ลูกศิษย์ตลอดไป