โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นสหรัฐโหม่งก้นเหวเลวร้ายในรอบเกือบ 5 ปี ตลาดเสียหายเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ กว่า 66 ล้านล้านบาทในคืนเดียว ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ดำดิ่งเลวร้ายถึงกว่า -1,600 จุด เซ่นสึนามิภาษีต่างตอบแทนของประธานาธิบดีทรัมป์

BTimes

อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 23.02 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2025 (ตามเวลาในสหรัฐ) ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 40,454 จุด -1,679 จุด หรือ -3.98% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับ 5,396 จุด -274 จุด หรือ -4.84% และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดที่ 16,550 จุด -1,050 จุด หรือ -5.97% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ และดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ทำสถิติดำดิ่งเหวใน 1 วันเลวร้ายสุดในรอบ 4 ปี 9 เดือน หรือตั้งแต่มิถุนายนปี 2020 หรือตั้งแต่วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ยังทำสถิติปิดต่ำสุดตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ชะนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 หรือในรอบ เกือบ 5 เดือน ส่วนดัชนีหุ้นนาสแดค ทำสถิติดำดิ่งเหวใน 1 วันเลวร้ายสุดในรอบ 5 ปี หรือตั้งแต่มีนาคมปี 2020 หรือตั้งแต่วิกฤตโรคระบาดโควิด-19

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มี 400 บริษัท หรือ 80% จากทั้งหมด 500 บริษัทในดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ที่ปิดตลาดด้วยราคาลดลง ส่งผลให้มูลค่าตลาดของดัชนีหุ้นดังกล่าวเสียหายถึงเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 69 ล้านล้านบาทภายในวันเดียว นอกจากนี้ ยังสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปีนี้ เนื่องจากในคืนผ่านมา มูลค่าตลาดเสียหายถึง 1.92 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 66.24 ล้านล้านบาท เปรียบเทียบกับมูลค่าตลาดดัชนีหุ้นดังกล่าวที่เสียหายไปแล้วถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 60.38 ล้านล้านบาทตั้งแต่ต้นปี 2025 นี้

ที่สำคัญยังทำให้ดัชนีหุ้นดังกล่าวดำดิ่งแรงถึง -12% จากสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้เข้าสู่ภาวะปรับฐานเป็นทางการ หรือ Correction อีกด้วย เนื่องจากดำดิ่งหนักเกินกว่า -10% จากสถิติปิดนิวไฮ นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นรัสเซลล์ 2000 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีของสหรัฐอเมริกา ปิดดำดิ่งรุนแรงมากถึง -6.5% ทำสถิติปิดดำดิ่งลงเหวใน 1 วันที่เลวร้ายสุดในรอบ 4 ปี 9 เดือน หรือตั้งแต่ 11 มิถุนายนปี 2020 หรือตั้งแต่วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ที่สำคัญ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นดังกล่าวปิดดำดิ่งเลวร้ายถึงกว่า -21% เข้าสู่ภาวะตลาดหมีสมบูรณ์แบบ หรือภาวะ Bear Market เนื่องจากดัชนีหุ้นรัสเซลล์ 2000 ปิดดำดิ่งเกินกว่า -20% จากสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2024

สาเหตุจากประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดเก็บภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs กับ 185 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ 10% ถึง 50% มีผลในวันที่ 5 เมษายนเป็นต้นไป ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งอัตราเก็บภาษีดังกล่าวสูงเกินคาดหมายมากกับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่หลายแห่งของโลก นักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์จะใช้อัตราภาษีดังกล่าวเพียง 10% หรือเลวร้ายสุดที่ 20% เป็นเพดานสูงสุดในการจัดเก็บ แต่ผลกลับออกมาช็อคเกินคาดการณ์มาก เช่น จีนถูกเก็บภาษีรวมสุทธิถึง 54% จากเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 ถูกจัดเก็บภาษีสูงขึ้น 20% และภาษีต่างตอบแทนอีก 34% เป็นต้น

ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทข้ามชาติ บริษัทนำเข้า-ส่งออก บริษัทเทคโนโลยี บริษัทรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ สถาบันการเงิน บริษัทค้าปลีกแบรนด์เนมหรูหรา ถูกถล่มเทขายอย่างรุนแรงตลอดทั้งคืนผ่านมา หุ้นไนกี้ และแอปเปิล ปิดดำดื่งหนักถึง -14% และ -9% ตามลำดับ หุ้นแก๊พ(Gap) ค้าปลีกเสื้อผ้าแบรนด์ดังทรุดลงเหวมากถึง -20% หุ้นเอ็นวิเดีย และเทสลา ปิดดำดิ่งแรงถึง -8% และ -5% ตามลำดับ หุ้นแอลวีเอ็มเอช เจ้าของแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ทิฟฟานี่ แอนด์ โค ดำดิ่งแรงถึง -5.9%

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า ยอมรับถึงภาวะเทขายหุ้นอย่างรุนแรง การบังคับใช้มาตรการภาษีเปรียบเสมือนการผ่าตัด เหมือนกับผู้ป่วยที่กำลังได้รับการผ่าตัด ตลาดกำลังจะเฟื่องฟู หุ้นกำลังจะเฟื่องฟู ประเทศสหรัฐกำลังจะสดใส และประเทศที่เหลือในโลกต้องการที่จะเห็นว่ามีอะไรบ้างมั้ยที่ประเทศเหล่านั้นสามารถคุยเจรจาเพื่อตกลงกับสหรัฐ

ในสัปดาห์ผ่านไป ดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 3 แห่ง ปิด -0.96%, -1.53% และ -2.59% ตามลำดับ ส่งผลดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ร่วงติดกัน 5 สัปดาห์ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงติดกัน 3 สัปดาห์ และ ดัชนีหุ้นนาสแดคร่วงติดกัน 5 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคมผ่านมา ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดดำดิ่งถึง -10.1% จากสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ผ่านมา ส่งผลเกิดภาวะดัชนีหุ้นปรับฐาน หรือ Correction สมบูรณ์แบบ สอดรับกับดัชนีหุ้นนาสแดคปิดดิ่งลงอีกเกินกว่า -10% ในโซนดัชนีหุ้นปรับฐาน หรือ Correction ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...