โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

คืนร่างผู้เสียชีวิตเหตุตึก สตง.ถล่ม ให้ญาติเพิ่ม

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 08.59 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

รพ.ตำรวจ 17 เม.ย. – คืนร่างผู้เสียชีวิตเหตุตึก สตง.ถล่ม ให้ญาติเพิ่ม แม่ผู้ตายเศร้ารู้ข่าวเจอร่างลูกในวันเกิดพอดี ขณะที่เตรียมประสานสถานทูตเก็บดีเอ็นเอญาติจากประเทศเมียนมา ตรวจพิสูจน์ร่างที่ยังพิสูจน์เอกลักษณ์ไม่ได้

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หลังทำการผ่าพิสูจน์ร่างที่เสียชีวิตจากเหตุอาคาร สตง.ใหม่ถล่ม สามารถพิสูจน์ยืนยันตรวจเอกลักษณ์บุคคลได้ 6 ร่าง และในวันนี้มีญาติติดต่อเข้ารับ 2 ร่าง จึงมีการส่งมอบให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยนาทีที่แม่ได้เห็นหน้าลูกชายวัย 36 ปี อีกครั้ง หลังเหตุอาคารถล่ม ผ่านไปแล้ว 20 วัน ถือเป็นการเจอหน้ากันอีกครั้งและครั้งสุดท้ายในรอบปีที่เศร้าโศก เนื่องจากแม่และพี่ชายอยู่ต่างจังหวัด ส่วนลูกมาทำงานเป็นช่างไฟในกรุงเทพฯ

นางบุญเส่ง อายุ 73 ปี แม่ของนายวิทยา อายุ 36 ปี ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกชายมาทำงานที่กรุงเทพฯ และอาศัยอยู่ที่นี่นานหลายปี ตนเองอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ นาน ๆ ครั้งจะมาหากัน ล่าสุดปีใหม่ตอนปี 67 ลูกไปทำงานที่บริษัทดังกล่าวได้แค่ 1 เดือน ช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ใหม่ ๆ ครอบครัวลูกหลานไม่ยอมบอกจนคนข้างบ้านมาบอกถึงจะรู้ว่าลูกติดอยู่ในซากตึก กินไม่ได้นอนไม่หลับต้องเฝ้าคอยว่าลูกชายจะได้ออกมาวันไหนจนกระทั่งวันที่ 14 เมษายน เป็นวันเกิดของลูกชายพอดี มีทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่าเจอร่างลูกชายติดอยู่ภายในซากตึกเป็นเรื่องที่บังเอิญมาก ทั้งนี้ รู้สึกเสียใจแต่ก็ทำใจได้แล้ว วันนี้จะพาลูกชายกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโพธินิมิตรสถิตมหาสีมาราม ย่านบางยี่เรือ ก่อนจะนำกระดูกไปเก็บเอาไว้บ้านเกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากเหตุอาคาร สตง.ถล่ม จากแผ่นดินไหว พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกูร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อม พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.นต.รพ.ตร. ร่วมแถลงความคืบหน้าว่า ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) กองทะเบียนประวัติอาชญากร และกลุ่มงานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ร่วมกันพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตเหตุเหตุอาคาร สตง.ใหม่ถล่ม ตามกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล มีการเก็บข้อมูลผู้สูญหายและ DNA จากญาติ จำนวน 97 คน เพื่อใช้เปรียบเทียบกับศพที่ส่งมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ถึง 17 เม.ย.68 มีศพและชิ้นส่วนศพที่เข้าระบบโดยแบ่งเป็นศพจำนวน 41 ราย และชิ้นส่วนศพ 96 ชิ้น โดยมีข้อมูลผู้เสียชีวิตที่เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้ว จำนวน 42 ราย และชิ้นส่วนศพจำนวนมาก สามารถตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลยืนยันว่าผู้เสียชีวิตไปแล้ว จำนวน 33 ราย เป็น คนไทย 22 คน เมียนมา 10 คน และกัมพูชา 1 คน และได้แจ้งญาติมารับศพแล้ว

สำหรับการตรวจพิสูจน์จะใช้ดีเอ็นเอร่วมลายพิมพ์นิ้วมือ ข้อมูลทันตกรรมและข้อมูลทางกายภาพ ส่วนที่เป็นชิ้นส่วนมนุษย์จะนำดีเอ็นเอมารวมแต่ละชิ้นให้เป็นตัวบุคคล ด้วยเวลาที่ผ่านไปนานจึงต้องใช้กระดูกในการหาดีเอ็นเอ ซึ่งใช้เวลาเพิ่มอีก 1-2 วัน ก่อนจะนำข้อมูลของครอบครัวมาเปรียบเทียบ

ส่วนแรงงานต่างด้าวที่เป็นแรงงานแฝง ได้รับประสานจาก กทม.ว่ามีญาติบางส่วนที่ประเทศเมียนมา แต่ไม่สามารถเดินทางมาได้ ทำให้มีศพบางส่วนไม่สามารถยืนยันได้ พฐก.จึงจะประสานสถานทูตเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากญาติที่ประเทศเมียนมา เพื่อนำมาตรวจพิสูจน์อีกครั้ง ขณะที่มีบางศพญาติยังไม่มารับ เนื่องจากเป็นชาวเมียนมา และบางศพญาติรอรับพร้อมศพอื่นที่ยังไม่เจอซากภายในซากอาคาร

ส่วนศพนิรนามที่ยังไม่มีญาติติดต่อขอรับ ทางสถาบันนิติเวชวิทยาฯ จะยังเก็บรักษาไว้ก่อน หากเจอญาติเมื่อไหร่ สามารถติดต่อขอรับได้ทันที. -416-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...