โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตามรวบสาวใหญ่หลอกลวงจัดหาแคชเชียร์เช็ค ผู้เสียหายหลงเชื่อสูญเงินกว่าหนึ่งล้านห้าแสนบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 27 เม.ย. 2565 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2565 เวลา 08.29 น.

วันที่ 27 เมษายน 2565 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. , พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม. สั่งการเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.ณัฐพล พลอยท้วม สว.กก.3 บก.ปคม. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ ชป.3 กก.3 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุม นางสาวสุภวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลมีนบุรี ที่ จ.978/2564 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” และ ตามหมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ จ.184/2564 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์” จับกุมได้บริเวณร้านขายอาหารแห่งหนึ่ง หมู่ 10 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น

พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก ผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้เสียหายโดยอ้างว่าสามารถจัดหาแคชเชียร์เช็คจากธนาคารมาให้ผู้เสียหายเช่าได้ ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายประสงค์ขอเช่าแคชเชียร์เช็คจำนวนเงินสามพันล้านบาท ผู้ต้องหาจึงเรียกค่าดำเนินการ โดยครั้งแรกเรียกเป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท โดยให้ผู้เสียหายจ่ายค่าดำเนินการก่อนครึ่งหนึ่ง 150,000 บาท ต่อมาผู้ต้องหาอ้างกับผู้เสียหายว่าต้องใช้เงินค่าดำเนินการถึง 2,500,000 บาท ผู้เสียหายจึงเจรจาต่อรอง จนเหลือยอดเงิน 1,500,000 บาท โดยผู้เสียหายได้โอนเข้าบัญชีผู้ต้องหาจำนวน 3 ครั้งๆ ละ 500,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่า ถ้าไม่สามารถหาแคชเชียร์เช็คได้ ผู้ต้องหายินยอมคืนเงินทั้งหมด แต่ต่อมาผู้ต้องหาไม่สามารถหาแคชเชียร์เช็คได้ และหลบหนีไป ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

ต่อมา 25 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ นางสาวสุภวดีฯ นั่งอยู่ภายในร้านอาหาร แห่งหนึ่ง หมู่ 10 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวและทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา หลังจากนั้นจึงนำตัว ส่ง สน.บางชัน ดำเนินคดีต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีตนเองจริง โดยตนเองได้ไปดำเนินการให้แต่ไม่สำเร็จตามตกลง ซึ่งเงินที่ได้มาก็นำไปใช้จ่ายส่วนตัวจนหมด จึงไม่มีเงินคืนผู้เสียหาย

เตือนภัย จากกรณีดังกล่าวผู้ต้องหาได้มีการอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ นักการเมือง และผู้ช่วยรัฐมนตรี มีการแต่งโปร์ไฟล์ในเฟซบุ๊คให้น่าเชื่อถือ จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อสูญเงินกว่า 1,500,000 บาท ดังนั้นหากท่านจะทำธุรกรรมการเงินใดๆ ควรตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือ หรือทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...