โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พลอยชมพู’ เปิดใจทั้งน้ำตา ยื่นฟ้องค่าเสียหาย 8 หลัก ต้นสังกัดเก่าทำเสียอนาคต 2 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ธ.ค. 2564 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2564 เวลา 11.31 น. • The Bangkok Insight

พลอยชมพู เปิดใจทั้งน้ำตา ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย 8 หลัก ต้นสังกัดเก่าที่มาเลเซียผิดสัญญา ทำเสียอนาคต 2 ปี แย่กว่าเจอโรคระบาด

ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนนักร้องสาว พลอยชมพู-ญานนีน ไวเกล หรือ Jannine Weigel เปิดตัวกับค่ายเพลงRed Records ที่ประเทศมาเลเซีย และมีเพลง Passcode ออกมา ล่าสุด (21 ธ.ค.) พลอยชมพู ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เปิดใจทั้งน้ำตาว่าเธอได้ยื่นฟ้องร้องต้นสังกัดเดิม ในข้อหาผิดสัญญา และเรียกร้องค่าเสียหาย จำนวน 8 หลัก

‘พลอยชมพู’ เปิดใจทั้งน้ำตา ยื่นฟ้องค่าเสียหาย 8 หลัก ต้นสังกัดเก่าทำเสียอนาคต 2 ปี

“พี่ ๆ สื่อมวลชนและแฟนคลับน่าจะเห็นอยู่ว่าหนูหายหน้าหายตาไปนาน รวมถึงงานเพลงที่ออกมาเพียงเพลงเดียวในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ปีที่แล้วปี 2020 เป็นปีที่หนูบรรลุนิติภาวะพอดี แล้วก็เป็นปีที่แย่ที่สุดสำหรับหนู (ร้องไห้)”

“สำหรับหนูมันเป็นปีที่แย่กว่าการต้องมาเจอโรคระบาดอีก หนูไม่คิดว่าตอนอายุ 21 หนูจะต้องมาเจอกรณีพิพาทกับคนอื่นจนถึงขั้นต้องขึ้นศาล เพราะว่าจริง ๆ หนูไม่ต้องการจะมีปัญหาอะไร หนูต้องการจบทุกอย่างด้วยดี แต่เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่ต้องการที่จะจบ หนูก็ต้องมารวบรวมความกล้าในวันนี้ที่จะมาแถลงข่าว”

“ประเด็นหลักที่หนูต้องการจะกล่าวถึง คือ การที่หนูเป็นโจทก์ยื่นฟ้องค่ายเพลงเก่าที่หนูเคยร่วมงานด้วย ทุกคนอาจจะสงสัยว่าหนูฟ้องร้องเรื่องอะไร ข้อกล่าวหาที่เป็นประเด็นหลัก คือ ค่ายไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา จนกระทั่งสัญญาสิ้นสุด จึงเรียกร้องค่าเสียหาย เรื่องข้อกล่าวหาค่ายผิดสัญญาผิดในส่วนไหน ในตอนนี้หนูอาจจะยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้มาก แต่ว่าถ้ามีอะไรอัปเดตจะมาแจ้งนะคะ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังรอการพิสูจน์อยู่นะคะ”

“การฟ้องร้องครั้งนี้ได้มีการฟ้องที่ศาลมาเลเซีย มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับหนูเพราะว่าก็มีคนที่บอกหนูว่าอย่าฟ้องเลย เพราะทั้งเสียเวลาและเสียเงินด้วย แล้วพอมามีโควิดเราจะไปศาลที่มาเลเซียยังไง หนูก็ต้องขอโทษเขาด้วยที่ไม่ฟัง เพราะถ้าหนูไม่ฟ้องชีวิตหนูก็เดินต่อไปไม่ได้ (เสียงเครือ) เพราะว่าความฝันและความหวังของหนูมันจบลงตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว แต่หนูก็อดทนฝืนต่อไปเพื่อให้มันจบและหนูจะสามารถเริ่มต้นใหม่ทำงานต่อไปได้”

“ตอนนี้ศาลมาเลเซียก็ประทับรับฟ้องแล้ว มันจะจบลงยังไงก็ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ แต่หนูจะไปให้สุด หนูไม่ต้องการคำขอโทษ แต่หนูต้องการการชดเชยจากค่ายเท่านั้น ที่จะสามารถเยียวยาอนาคตของหนูที่เสียไป 2 ปีได้ สำหรับการฟ้องร้องค่ายก็มีเพียงเท่านี้ในตอนนี้ค่ะ”

“ตอนนี้หนูเป็นศิลปินอิสระแล้ว ไม่ได้อยู่ภายใต้สังกัดใครก็อยากจะขอฝากเพลงที่จะออกต่อไปด้วย หนูกำลังจะมีผลงาน ที่ผ่านมาหนูไม่ได้มีงานเกือบ 2 ปีแล้ว แทบจะไม่มีงานจ้างเลยด้วย หนูแทบจะไม่มีเงินที่จะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะว่ามีทั้งค่าทนายที่ต้องเสีย แล้วก็ค่าใช้จ่ายส่วนตัวด้วย เพราะฉะนั้นเพลงที่หนูทำมันเป็นผลงานที่สร้างมาจากเงินก้อนสุดท้ายของหนู หนูก็ขออนุญาตขอบคุณสปอนเซอร์ทุก ๆ ท่านด้วยที่ช่วยซัพพอร์ตหนูด้วยนะคะ อยากขอบคุณแฟนคลับทุกคนด้วยที่คอยติดตามและให้กำลังใจ คอยซัพพอร์ตหนูทุกอย่างค่ะ”

“ถามว่าเรียกค่าเสียหายไปเท่าไหร่ หนูอาจจะยังไม่สามารถพูดตัวเลขตรง ๆ ได้ แต่ว่าก็ 8 หลักค่ะ จริงๆ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะฟ้องร้อง แต่เจรจากันมาค่อนข้างนานเกือบปีค่ะ แต่ว่าด้วยความที่เราต้องการทำงานต่อไป เราก็เลือกฟ้องร้องก่อน เพราะที่ผ่านมามีเพลงออกมาแค่เพลงเดียวในระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้นก็ไม่มีอีกเลยค่ะ ก็มีงานอื่นติดต่อมาบ้างแล้วหนูก็ส่งไปให้เขา เพราะสัญญาครอบคลุมหมดเลยทุกรูปแบบ มันก็ต้องผ่านค่ายหมด ค่ายเป็นคนตัดสินใจว่ารับหรือไม่รับ หนูส่งต่อไปให้ค่าย หลังจากนั้นก็ตามนั้น”

“หลังจากทำเพลงแรกออกมา ค่ายมีการพูดโปรเจ็กต์เพลงต่อไป แต่ว่ามันไม่มีแผนที่ชัดเจนค่ะ มีการเลื่อนอยู่ตลอด ตอนนี้สัญญาสิ้นสุดแล้วค่ะ ตามสัญญาหนูให้ทนาย 2 คนทั้งทนายมาเลเซียและคนไทยช่วยอ่านสัญญาให้ทั้งสองทนายเขาเห็นตรงกันว่าสัญญาสิ้นสุดแล้ว”

“ตอนทำสัญญามีข้อตกลงว่าต้องทำ 5 เพลงภายในระยะเวลา 9 เดือน หลังจากที่ออกเพลงแรกมาซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นตามนั้น ตอนที่นำเพลงไปเสนอบางทีหนูก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมา หนูส่งไปเป็น 10 เพลง เขาก็เงียบไปเลย หนูก็ไม่รู้ว่าเพลงที่ส่งไปมันยังไง หลาย ๆ เพลงที่ส่งไปเราก็ทำที่อเมริกาโปรดักชั่นคุณภาพ เหตุผลจากค่ายเขาไม่ชอบ มันไม่ตรงตามภาพลักษณ์ที่เขาต้องการให้หนูเป็น ซึ่งหนูเป็นศิลปินคนเดียวในค่าย”

“ตอนที่หนูเซ็นมันประมาณ 2-3 เดือนก่อนที่จะมีเรื่องโรคระบาด และเรามองว่าเขาเป็นบริษัทค่อนข้างใหญ่ และเราก็เป็นศิลปินคนแรกคนเดียวของค่ายด้วย เรารู้สึกว่ามันดูน่าจะมีความหวัง จะได้ไปต่อยอดสิ่งที่เรามีอยู่ ณ ตอนนั้นหนูอยู่ในจุดที่อยากออกผลงานแล้ว เพราะว่าหนูต้องการทำงานหารายได้ พอมันเข้าค่ายแล้ว งานทุกอย่างมันต้องผ่านค่ายแล้วพอหนูไม่มีงาน ก็คิดว่าถ้าเรามีผลงานมันก็มีโอกาสที่จะได้ทำงานมากขึ้น”

“ถามว่าเสียใจไหม เราก็ไม่รู้ว่ามันจะมาแบบนี้ (เสียงสั่นเครือ) แต่ว่าหนูรู้สึกว่ามันก็ทำให้หนูเข้มแข็ง ต้องบอกว่า 9 เดือนแรกในช่วงปี 2020 หนูได้ย้ายไปอยู่ที่มาเลเซีย เพราะว่าค่ายต้องการให้หนูย้ายไปอยู่ที่นั่นเพื่อทำงานได้สะดวกขึ้น แต่พอเอาเข้าจริง ๆ พอหนูย้ายปุ๊บมันเข้าล็อกดาวน์ที่มาเลเซียพอดี แล้วหนูก็ติดอยู่ที่นั่น 9 เดือน จริง ๆ หนูก็ไม่ได้อยากจะไปอยู่ยาวขนาดนั้น แต่วันนั้นที่หนูยอมย้ายเพราะว่ามันยังไม่ได้ล็อกดาวน์ และหนูคิดว่ามาเลเซียกับประเทศไทยใกล้ ๆ กัน ถ้าคิดถึงบ้านก็น่าจะได้กลับ แต่พอเอาจริง ๆ มันต้องอยู่ยาว หนูก็พยายามคุยกับที่บ้าน (เสียงสั่น)”

“หนูก็เครียดกับเรื่องนี้มาค่อนข้างนานเหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่เขาก็ช่วยหนูเต็มที่ ตอนนี้หนูก็โฟกัสในส่วนที่เราทำแล้วมีความสุข ทำแล้วสุขภาพจิตเราดีขึ้น หนูก็โฟกัสในงานในส่วนที่จะมีผลในอนาคต เพราะหนูไม่อยากมาโฟกัสในส่วนที่มันผ่านมาแล้ว หนูไม่ได้อยากจะมาพูดถึงด้วยซ้ำ หนูอยากจะก้าวไปข้างหน้าแล้ว”

“ตอนนี้ไม่ได้คิดจะเซ็นกับใครแล้ว หนูเข็ด หนูว่าการทำงานเองมันมีความสุขมากกว่า ถึงแม้ว่ามันจะใช้เงินของตัวเองเยอะ จริงๆ หนูเคยมีช่วงนึงที่ทำงานอิสระมาก่อน ก็พอจะมีประสบการณ์บ้าง ครั้งนี้มันก็เป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่สำหรับหนู เพราะหนูไม่มีรายได้มาเกือบ 2 ปีแล้ว มันก็เหนื่อยนิดนึง แต่ก็โชคดีที่พอทำซิงเกิลใหม่นี้พอเอาไปเสนอลูกค้า ทุกคนก็พร้อมซัพพอร์ตเรา ก็รู้สึกดีใจ เพราะว่าหนูก็หายไปนาน (เสียงสั่น) ก็ไม่คิดว่าพอเรากลับมาจะมีคนที่พร้อมสนับสนุนเราเยอะขนาดนี้ (ร้องไห้)”

“การทำเพลงมันเป็นอะไรที่ทำแล้วหนูมีความสุขที่สุด หนูนึกไม่ออกว่าจะให้หนูทำอะไรได้นอกจากทำเพลง คือต่อให้เป็นเบื้องหน้า เบื้องหลังก็ขอให้ได้ทำเพลง ได้ร้องเพลง ขอให้ได้แต่งค่ะ ตอนนี้ก็จะทำงานที่ไทยเป็นหลักค่ะ เพราะหนูก็ห่างหายผลงานในไทยมานาน หนูคิดถึง อยากทำเพลงไทย เน้นเพลงไทยเยอะ ๆ ในปีหน้าค่ะ ตอนนี้เริ่มมีติดต่อเข้ามาบ้าง มีร้องเพลงประกอบละครอะไรพวกนี้ด้วย ก็ดีใจที่ยังมีคนนึกถึงค่ะ ส่วนละครยังไม่แน่ใจ อาจจะดูในอนาคตต่อไปค่ะ แต่ตอนนี้จะเน้นในส่วนของงานเพลงมากกว่า”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...