REIC ชี้ตลาดบ้านกรุงเทพฯ–ปริมณฑล Q1 ซัพพลายหด แม้โอนกรรมสิทธิ์โต 10.5%
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยบทวิเคราะห์ “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2569” พบว่า ภาพรวมตลาดยังอยู่ในภาวะชะลอตัวด้านอุปทาน ขณะที่อุปสงค์มีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย
ในด้านอุปทาน พบว่าใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลเหลือเพียง 13 โครงการ ลดลงร้อยละ 58.1 และจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ 44.3 เหลือ 2,645 หน่วย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเภทที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวคิดเป็นสัดส่วนสูงสุด รองลงมาคือทาวน์เฮาส์และบ้านแฝด
ในเชิงพื้นที่ กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการมีจำนวนหน่วยใกล้เคียงกัน ขณะที่ปทุมธานีเป็นจังหวัดเดียวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนนนทบุรีและนครปฐมไม่มีการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในช่วงไตรมาสดังกล่าว
ด้านใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย มีจำนวนรวม 11,174 หน่วย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.6 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยแนวราบถึงร้อยละ 28.4 ขณะที่อาคารชุดลดลงร้อยละ 40.9 สะท้อนการปรับตัวของผู้ประกอบการไปยังตลาดแนวราบมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ที่ยังมีการเติบโตของการออกใบอนุญาต
สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีจำนวน 49 โครงการ ลดลงร้อยละ 24.6 มีจำนวนหน่วยรวม 8,370 หน่วย ลดลงร้อยละ 31.1 และมีมูลค่าโครงการ 59,782 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 10.4
เมื่อแยกตามประเภท พบว่าโครงการบ้านจัดสรรหดตัวค่อนข้างมาก โดยจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ 54.5 และมูลค่าลดลงร้อยละ 50.5 ขณะที่โครงการอาคารชุดแม้จำนวนหน่วยลดลง แต่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 63.0 สะท้อนการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคาสูงมากขึ้นในตลาด
ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่มีจำนวน 14,903 หน่วย ลดลงร้อยละ 16.8 โดยเป็นแนวราบ 8,632 หน่วย และอาคารชุด 6,271 หน่วย ทั้งนี้ บ้านแฝดและทาวน์เฮาส์เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ยังเติบโต สวนทางกับประเภทอื่นที่ปรับตัวลดลง
ด้านอุปสงค์ พบว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลมีจำนวน 33,672 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 แต่มีมูลค่ารวม 103,939 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยเป็นการโอนในตลาดที่อยู่อาศัยมือสองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนที่ร้อยละ 16.0 ขณะที่ที่อยู่อาศัยสร้างใหม่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 4.0 ส่งผลให้สัดส่วนการโอนระหว่างสร้างใหม่ต่อมือสองอยู่ที่ 43:57 สะท้อนแรงซื้อที่ยังคงเอนเอียงไปยังตลาดรีเซลมากขึ้นจากปัจจัยด้านราคาและทางเลือกที่หลากหลาย
เมื่อแยกตามพื้นที่ พบว่ากรุงเทพมหานครยังมีการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดที่ 17,746 หน่วย ขณะที่ทุกจังหวัดมีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น แต่ในด้านมูลค่ายังมีบางพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ ที่ปรับตัวลดลง
REIC ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ–ปริมณฑลช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ในภาวะ “อุปทานหดตัว–อุปสงค์ฟื้นตัวบางส่วน” โดยผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการใหม่ แต่แรงซื้อยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในตลาดมือสองและแนวราบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดในระยะสั้น