โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สภาล่างสหรัฐมีมติจำกัดอำนาจ ทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน 4 ส.ส.รีพับลิกันร่วมโหวตหนุนเดโมแครต

แนวหน้า

เผยแพร่ 03 มิ.ย. เวลา 17.00 น.

4 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ผ่านมติจำกัดอำนาจในการทำสงครามของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการตำหนิ ทรัมป์ และวิธีการจัดการความขัดแย้งของเขาอย่างมีนัยสำคัญ

พรรคเดโมแครตได้ผลักดันให้มีการลงคะแนนเสียงเพื่อจำกัดอำนาจในการทำสงครามของ 'ทรัมป์' ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ค่อยๆ ได้รับการสนับสนุนจากพรรครีพับลิกันมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ผลการลงคะแนนคือ 215 ต่อ 208 โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คน โทมัส แมสซี, ไบรอัน ฟิตซ์แพทริก, ทอม บาร์เร็ตต์ และวอร์เรน เดวิดสัน ได้ลงคะแนนกับพรรคเดโมแครตสนับสนุนร่างมติดังกล่า

การผ่านร่างมติอำนาจสงครามเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่สภาคองเกรสที่พรรครีพับลิกันควบคุมอยู่ต่อต้านวาระของทรัมป์ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันได้ก่อการประท้วงต่อต้านกองทุน "ต่อต้านการผลิตอาวุธ" มูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นกองทุนที่ ทรัมป์ ชื่นชอบ แต่พวกเขากังวลว่าเงินจำนวนนี้จะนำไปจ่ายเงินให้กับผู้สนับสนุนของ ทรัมป์ ที่โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างการโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021

นอกจากนี้สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันยังได้ตัดงบประมาณสำหรับรักษาความปลอดภัยในห้องจัดเลี้ยงของทรัมป์อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจด้านการเข้าเมือง หลังจากที่ผู้ดูแลกฎระเบียบของวุฒิสภาตัดสินว่าเป็นการละเมิดกฎงบประมาณ

มาตรการดังกล่าว ซึ่งรู้จักกันในชื่อ 'มติร่วม' (concurrent resolution) ที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านความเห็นชอบเมื่อวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) จะต้องได้รับการอนุมัติจากทั้งสองสภา แต่จะไม่ส่งไปให้ประธานาธิบดีลงนาม

ตามเว็บไซต์ของวุฒิสภา มติร่วมไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่พรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับความพยายามในการผ่านมติอำนาจสงครามกล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า พวกเขาเชื่อว่ามติดังกล่าวจะมีผลผูกพัน และจะเป็นเรื่องทางกฎหมายที่จะต้องดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตามการลงมติครั้งนี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นได้เพียง 'เชิงสัญลักษณ์' เท่านั้น เนื่องจากหากแม้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา แต่ทำเนียบขาวประกาศมานานแล้วว่า ทรัมป์ จะใช้อำนาจวีโต้ หรือ สิทธิยับยั้งของประธานาธิบดี ในการปัดตกร่างมติดังกล่าวไม่ให้มีผลทางกฎหมาย และหากสภาคองเกรสต้องการหักล้างอำนาจวีโต้ แต่ละสภาต้องรวบเสียงสนับสนุนให้มากกว่าสองในสาม ซึ่งตอนนี้เป็นไปได้ยากมาก

ผลการลงมติครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจและความกังวลของสมาชิกพรรครีพับลิกันที่เริ่มมากขึ้นโดยสงครามล่วงเข้าสู่เดือนที่ 4 และยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลาย ส่วนร่างมติอำนาจสงคราม 3 ฉบับก่อนหน้านี้ แม้ไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่ช่องว่างของคะแนนลดลงอย่างต่อเนื่อง

สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน เริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และมีการหยุดยิงเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่า การหยุดยิงที่เกิดขึ้นหมายความว่า 'สงครามสิ้นสุดแล้ว' ดังนั้น หากจะมีการสู้รบเกิดขึ้นอีกภายในกรอบเวลา 60 วัน ผู้นำสหรัฐไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...