โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ถอดรหัสแนวคิดการตลาดสำหรับสังคมสูงวัย (Silver Economy)“Marketing Insight ผู้สูงวัยต้องการอะไรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”

มนุษย์ต่างวัย

อัพเดต 30 พ.ย. 2566 เวลา 01.22 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2566 เวลา 04.52 น. • มนุษย์ต่างวัย

เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย การตลาดและธุรกิจควรเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อผลิตสินค้าและบริการเพื่อรองรับประชากรรุ่นใหญ่กลุ่มนี้ ในยุคที่เขาเรียกกันว่า เศรษฐกิจผู้สูงอายุ (Silver Economy) เพื่อจะไม่ให้พลาดโอกาสสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ๆ ที่ว่ากันว่ายังเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายใหม่ ๆ

มนุษย์ต่างวัยรวบรวมข้อมูลดี ๆ จากงานเซสชัน MARKETING INSIGHT เจาะลึกข้อมูลงานวิจัยทางการตลาดเพื่อ SILVER ECONOMY โดยคุณวรรณา สวัสดิกูล CEO of SilverActif และที่ปรึกษาทางการตลาดเจาะกลุ่มซิลเวอร์เจน จากงาน มนุษย์ต่างวัย Talk 2023 “Out of the Box Aging” มาให้อ่านกัน

ความสูงวัยอายุเท่าไรกันแน่ ?

เวลาพูดถึงคนสูงวัย อย่าเหมารวมว่าทุกคนจะเหมือนกันไปเสียหมด เพราะจริง ๆ แล้วคนสูงวัยก็แบ่งได้ออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ได้อีก และมีวิธีการแบ่งหลากหลาย ได้แก่

แบ่งตามอายุ ได้แก่ กลุ่มวัย 50-59 ปี ที่กำลังเตรียมสูงวัยและมีกำลังซื้อสูง กลุ่ม 60 ปีและ 70 ปี ขึ้นไป เมื่ออายุต่างกัน สภาพร่างกายและจิตใจก็ต่างกัน

แบ่งตามสภาพร่างกาย แบ่งผู้สูงวัยออกเป็น 3 สี ได้แก่

1) สีเขียว-ติดสังคม คือ กลุ่มคนสูงวัยที่อยากออกนอกบ้าน ชอบมีสังคม ไลฟ์สไตล์ เราจะเห็นพวกเขาชอบถ่ายรูป พบปะเพื่อนฝูงตามร้านอาหารและร้านกาแฟบ่อย ๆ และมีการใช้จ่าย

2) สีส้ม - ติดบ้าน คือ กลุ่มคนที่ชอบอยู่แต่บ้าน แต่มีกิจกรรมทำ เช่น ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร และมักเป็นนักชอปปิงออนไลน์

3) สีแดง-กลุ่มติดเตียง เป็นกลุ่มที่อยู่กับบ้านเฉย ๆ ไม่มีกิจกรรมใด ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่อยากให้พบมากที่สุด

แบ่งตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

1) วัยแซบ (silver age people, SAP) คือ กลุ่มที่ยังต้องดูดี ดูเด็ก สินค้ากลุ่ม anti-aging หรือเทคโนโลยีความงามต่าง ๆ รวมทั้งสินค้าแฟชั่นอย่างเสื้อผ้าจึงเป็นที่ต้องการมาก ในประเทศเกาหลี เราได้เห็นแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง The New Grey Seoul ที่ใช้นายแบบ-นางแบบ เป็นกลุ่มผู้สูงวัย ที่ลุกขึ้นมาแต่งตัวในแบบที่ดูดีและออกมาใช้ชีวิตบนท้องถนนอย่างแอคทีฟ ไม่เป็นอาจุมม่าอยู่ติดบ้านอย่างเดียว การผลิตสินค้าออกมาให้โดนใจคนกลุ่มนี้ ไม่เพียงต้องเข้าใจเรื่องสรีระ ผิวพรรณที่เปลี่ยนไปของผู้สูงวัย แต่ยังต้องเข้าใจรสนิยมและความต้องการของพวกเขาด้วย ในขณะที่ไทย กลุ่มธุรกิจแฟชั่นและเสื้อผ้าสำหรับคนกลุ่มนี้ยังขาดอยู่มาก

2) วัยฟรีดอม คือ คนที่อยู่ในวัยที่มีเวลามากขึ้น ทำงานน้อยลง คนกลุ่มนี้จะเป็นลูกค้าหลักของสายการบินในรอบวันและเวลาทำงานที่ไม่ค่อยมีผู้โดยสารหรือไปอยู่ในโรงภาพยนตร์ในวันธรรมดา นี่จึงเป็นโอกาสที่ภาคธุรกิจได้บริหาร off-peak ให้ได้มากที่สุด

3) วัยอะไหล่หายาก คือ วัยที่คิดถึงสุขภาพมาก่อน เป็นกลุ่มคนที่นิยมมาตรวจสุขภาพ และแน่นอนว่ามักจะได้แฝด 3 กลับไป นั่นคือ เบาหวาน ความดัน และไขมัน การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด สิ่งที่พวกเขาต้องปรับเปลี่ยนจึงเป็นเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย มีงานวิจัยพบว่าคนกลุ่มนี้มีวินัยในอาการออกกำลังกายมากกว่าคนหนุ่มสาว และผลลัพธ์จากการออกกำลังกายที่ทำให้รูปร่างดี และดูอ่อนเยาว์จะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจและกลายเป็นสิ่งกระตุ้นทำให้เขาอยากไปออกกำลังกาย

ในขณะที่เรื่องอาหารการกิน นอกจากจะต้องกินแล้วสุขภาพดียังต้องรสชาติอร่อยด้วย ผู้ผลิตส่วนใหญ่ติดภาพว่าอาหารผู้สูงวัยต้องเละ นิ่ม จืด แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้สูงวัยแต่ละคนต่างกัน แต่สิ่งที่พวกเขามองหาเหมือนกันคืออาหารที่อร่อย กินง่าย และรับรู้ว่าสิ่งที่เขากินเข้าไปดีต่อสุขภาพอย่างไรต่างหาก

ในขณะที่กลุ่มธุรกิจอาหารขนาดใหญ่หันมาปรับตัวเพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัยมากขึ้นอย่างผงชูรส “อายิโนะโมะโต๊ะ” ที่เลือกที่จะแตกแบรนด์แยกย่อยออกไปในชื่อ “อะยิโนะโมโต๊ะ อะมิโนนอฟ" ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงเมื่อสูงวัยแทน ในขณะที่ผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กที่เรารู้จักกันดีอย่าง “ดูเม็กซ์” ก็เลือกที่จะปรับตัวเช่นกันจากวิกฤตเด็กเกิดใหม่น้อยลงแต่ผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น จึงเลือกที่จะผลิตอาหารเสริมเพื่อป้องกันสมองเสื่อมควบคู่กันไป

เจาะลึกการตลาดผู้สูงวัย ต้องการสินค้าแบบไหนกันแน่ ?

งานวิจัยพบว่า ไม่ว่าจะขายสินค้าอะไรให้กลุ่มผู้สูงวัยนั้น จำเป็นต้องมี 3 หัวใจหลัก คือ “คุณภาพ ปลอดภัย จริงใจ” ผู้สูงอายุมีแนวโน้มจะเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและราคาสมเหตุสมผลมากกว่าการซื้อของที่มีราคาถูกหรือโปรโมชั่น 1 แถม 1 เพราะนอกจากจะรู้สึกไม่ไว้วางใจในคุณภาพแล้ว ยังทำให้ซื้อสินค้ามามากเกินความจำเป็น ในขณะที่ชีวิตจริงของเขามีสมาชิกในบ้านเหลือน้อยแล้ว และสินค้าต้องมีความปลอดภัยเป็นหลักเพราะความมั่นคงทางสุขภาพสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

สินค้าออนไลน์ ตลาดใหญ่สำหรับสูงวัย

ตอนนี้ตลาดออนไลน์กลายเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้สูงวัยเนื่องจากไม่กลัวการใช้เทคโนโลยีเหมือนเมื่อก่อน และสินค้าบางประเภทกลับขายได้มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีขนาดใหญ่ เพราะนอกจากจะราคาถูกแล้วยังลดภาระการต้องถือของกลับมาบ้านด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ธุรกิจการขายอาหารสัตว์ออนไลน์เติบโตมาก เพราะเมื่อเข้าสู่วัยชรา ลูกหลานย้ายออกจากบ้าน ความว้าเหว่ทำให้หาสัตว์มาเลี้ยง ผู้สูงวัยเหล่านี้จะเลี้ยงสัตว์อย่างดีเหมือนเป็นลูกหลานจึงพร้อมจะลงทุนมากมายไปกับการซื้ออาหารสัตว์ที่คุณภาพดี และด้วยความที่มีน้ำหนักมาก การซื้อแบบออนไลน์จึงเป็นทางเลือกแรกของผู้สูงวัย

3. เหตุผลสำคัญ ทำไมตลาดสินค้าสูงวัยบ้านเราไม่เติบโต

เมื่อมีความต้องการมากเพียงนี้ เหตุใดตลาดผู้สูงวัยในบ้านเราจึงยังไม่เติบโตสักที แท้จริงแล้วอาจจะมาจาก

ความไม่รู้หรือขาดข้อมูล - ที่ผ่านมาพบว่ามีงานวิจัยทางการตลาดน้อยมาก ทำให้นักลงทุนกลัวความเสี่ยง อีกทั้งเกิดช่องว่างระหว่างนักการตลาดที่อายุน้อยและผู้บริโภคตัวจริงที่อายุเยอะ ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจกัน ตลาดจึงไม่เติบโต

กลัวถูกมองว่า “แก่” - แบรนด์ส่วนมากกลัวการถูกมองว่าเชย ไม่ทันสมัย หรือเป็นแบรนด์คนแก่ ซึ่งเป็น mindset ที่อันตรายมาก ผู้ผลิตควรหา insights ที่แท้จริงของลูกค้าให้เจอ ไม่เช่นนั้นแล้วแบรนด์อาจตกขบวนและไปไม่รอดในที่สุด

มีสินค้าสำหรับผู้สูงวัยน้อยเกินไป - กลุ่มผู้สูงวัยคือกลุ่มที่มีกำลังซื้อละมีความต้องการมหาศาลเหมือน blue ocean ในขณะที่ยังมีผู้เล่นน้อยมาก มีงานวิจัยชี้ว่า สินค้าที่ขายในห้างสรรพสินค้าบ้านเราทั้งประเทศมีมูลค่าร่วม 9 แสนล้านบาท แต่กลับมีสินค้าไม่ถึง 1% ที่ผลิตสำหรับผู้สูงวัยทั้งที่มีสัดส่วนความต้องการสูงมาก

ท้ายที่สุด ผู้สูงวัยคือกลุ่มคนที่ “รักแล้วรักเลย” หากมีแบรนด์ไหนเข้าหาเขาตั้งแต่ในช่วงเตรียมแก่หรือในวัย 40 ต้น ๆ และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้ คนกลุ่มนี้จะอยู่กับแบรนด์ด้วยกันยาวไปจนแก่เฒ่าไม่ยอมเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์ใหม่ ๆ ดังเช่นเราจะเห็นคนรุ่นพ่อแม่เราไม่ยอมเปลี่ยนค่ายมือถือหรือยี่ห้อรถยนต์กันง่าย ๆ เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...