ตำนานตราประทับ
มนุษย์รู้จักใช้ “ตราประทับ”บนร่างกายคน สัตว์ และสิ่งของมา“ตั้งแต่ยุคโบราณต่อเนื่องมาถึงยุคปัจจุบัน”อย่างไม่ขาดสาย
โดย “ตราประทับ” ทั้งหลาย ต่างมี “เป้าหมาย”สำหรับ “จดจำและตรวจสอบ”ว่า “ใครเป็นเจ้าของ” และ “สื่อความหมายอื่นๆที่สลับซับซ้อนอย่างไร?”โดยมี “ตำนานตราประทับ” ดังกล่าว “เป็นผู้เล่าเรื่อง”มีทั้งสนุกสนาน โหดเหี้ยม ดุดันและโศกเศร้าบวกหายนะ
“เป้าหมายหลัก”ของ “ตราประทับ”ส่วนใหญ่เป็นเอกสารสำคัญทั้งของภาครัฐและเอกชน รวมถึงของปัจเจกบุคคลและตระกูลดังต่างๆ เช่น ตราประทับบ่งบอกความเป็นทาส เป็นนักโทษ เป็นเชลยสงคราม หรือเป็นสิ่งของสำคัญจากองค์กรพิเศษ อาทิ มีดสั้นของลี้คิมฮวง มีดบินของจางซูยี่ และโดรน กามิกาเซ่ของอิหร่าน เป็นต้น
ไร่ปศุสัตว์ของคาวบอยชักปืนไว ฝูงวัวและฝูงอาชาต่างมี “ตราประทับประจำไร่”ดังนั้น วัวและม้าถูกโจรห้าร้อยปล้นไป เจ้าของต่างตามคืนได้ เพราะฝูงสัตว์ทุกตัวต่างมี “ตราประทับ”
ใน “ยุคแม่มด” หรือ “Witch” ระบาดในยุโรปยุคกลางอย่าง “สุดกระหน่ำ”มีผู้หญิงที่มีคาถามนต์ดำสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ถึงต้นศตวรรษที่ 17 “มากกว่า 300,000 ราย”จนสังฆราชในศาสนาคริสต์ “เปิดไฟเขียว” ให้เกิดอาชีพ “นักล่าแม่มด”หรือ “Witch - Hunter” ที่สามารถ “ฆ่าแม่มดให้ดับดิ้นสิ้นชีวิต”โดยไม่ผิดกฎหมาย
“ตำนานล่าแม่มด”นั้น ระบุว่า “นักล่าแม่มดฝีมือเดชฉกรรจ์ระดับเทพ” จะต้องเป็น “ลูกชายคนที่ 7” ที่มาจากพ่อแม่คนเดียวกัน
ดังนั้น “ลูกคนที่ 7 ที่มีอาชีพนักล่าแม่มด”นั้น “ที่หลังมือข้างซ้ายจะมีตราประทับอัศวินนักล่าแม่มด” เป็นรอยแผลเป็นไปตลอดชีวิต
อาชีพ “นักล่าแม่มด” ถูกยกเลิกในกลางศตวรรษที่ 17 แล้วแม่มดก็ได้“สูญหาย”ไปตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แต่วาทกรรม “ไล่ล่าแม่มด” ยังถูกนักการเมืองของชาติต่างๆ นำมาใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย
ทุกวันนี้ ยังมี “องค์กรลับที่ผิดกฎหมาย”นำเอา “ตราประทับ” ชนิดแปลกๆ มาประทับบนร่างกายในหมู่สมาชิก เช่น “แก๊งยากูซ่า”เป็นต้น
“ไม่น่าเชื่อว่า ในประเทศไทย ยังมีนักศึกษาจากสถาบันช่างบางกลุ่ม ตั้งแก๊งนักฆ่าอำมหิต แล้วใช้ตราประทับเป็นรูปฟันเฟืองเผาไฟแดงๆ นาบบนไหล่ซ้ายให้เกิดแผลเป็นสำหรับ ไอ้โหดที่สร้างผลงานยิงคู่อริจนเดี้ยง”
ชนิด“โจ๋โหด” หลายราย มี “ตราประทับฟันเฟือง”ถึง“4 ฟันเฟือง” อย่าง“สุดห้าว”
“ตำนานแห่งตราประทับ”ตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบันมีมากมายจนเล่ากันไม่รู้จบ
“มหากาพย์แห่งตำนานตราประทับ”ทั้งในด้านดีและด้านร้ายนั้นยังจะอยู่คู่กับโฮโมซาเปี้ยนไปตลอดกาล
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม