โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทลายแก๊ง พัสดุไม่ตรงปก หลอกเก็บเงินปลายทาง เสียหายกว่า 10 ล้านบาท ยึดของกลางอื้อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ธ.ค. 2566 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 09.21 น.

ทลายแก๊ง พัสดุไม่ตรงปก หลอกเก็บเงินปลายทาง เสียหายกว่า 10 ล้านบาท ยึดของกลางอื้อ

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. แถลงข่าวโอเปอร์เรชั่น “แกะกล่องพัสดุลวง รวบตัวการส่งพัสดุไม่ตรงปก หลอกเก็บเงินปลายทาง” สืบเนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ รับร้องเรียนจากการประชาชนเป็นจำนวนมากว่าได้รับความเดือดร้อนจากการเรียกเก็บเงินค่าพัสดุปลายทางโดยที่ไม่ได้สั่งซื้อ หรือเคยสั่งซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มบนโซเชียลแต่ไม่ได้รับสินค้าตรงตามที่สั่งซื้อ จึงสืบสวนทราบว่าขบวนการดังกล่าวสร้างความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต้นทางของพัสดุดังกล่าวมีบริษัทเเห่งหนึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ โดยพบว่ามีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนโดยนายอนุศาสน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ใช้แพลตฟอร์ม ติ๊กต็อก 4 บัญชีในการขายสินค้ามีการส่งพัสดุประมาณ 8,000 ชิ้น ในเวลา 1 เดือน และมีพัสดุตีกลับประมาณ 47 เปอร์เซ็นต์ ทั้งมียอดระงับการเก็บเงินปลายทางกว่า 8 แสนบาท นอกจากนี้พบว่าเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้ต้องหา ยังโพสต์รูปกล่องพัสดุพร้อมส่งเป็นจำนวนมากอยู่หลายครั้ง

ต่อมาวันที่ 15 ธันวาคม ตำรวจ บช.สอท.นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.เมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ. สมุทรปราการ พบนายอนุศาสน์ เป็นผู้ดูแลบ้านภายในบ้านพบสินค้าจำนวนมาก โดยทั้งหมดถูกนำเข้ามาจากประเทศจีนและพบว่าไม่มีฉลากการค้าและไม่มีสัญลักษณ์ มอก. แต่อย่างใด จึงควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง ,โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และสินค้าที่ใช้บรรจุพัสดุสำหรับหลอกเก็บเงินปลายทาง จำพวกครีมบำรุงผิว ไม่มียี่ห้อ 42 ขวด , เคราตินบำรุงผม 24 กระปุก ,รองเท้า 60 คู่ , กระดาษชำระ 1 แพ็ค 5 ห่อ , แก้วน้ำเก็บความเย็น 1 ชิ้น จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ข้อหา “ฉ้อโกงโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ”

คดีที่สองจับกุมนายอัครนันท์ เจติยากุลไพศาล อายุ 27 ปี แอดมินแอพพลิเคชั่นวีแคร์ โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “dark side club” โพสต์ภาพอนาจารแอบแฟนชักชวนเล่นพนัน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต (บก.ตอท.)บช.สอท. ต่อมาสืบสวนขยายผลทราบว่าผู้จ้างวานให้ช่วยโฆษณาดังกล่าวและตระเวนกดเงินที่ได้จากเว็บพนัน คือนายปานเพชร แซ่แต้ และ น.ส.ธัญญารัตน์ ชะนะพาล จึงร่วมกับ สภ.เขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เพื่อออกหมายจับบุคคลทั้งสองข้อหา “ร่วมกันเป็นผู้ใช้และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและ ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” โดยจับกุมได้ที่บ้าน แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพ

คดีที่สาม แถลงข่าวปฏิบัติการล้างบางแก๊งแอพดูดเงินแนวชายแดน สืบเนื่องจากการสืบสวน บช.สอท. ที่ตรวจค้นจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สรรพากร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทรหลอกลวงผู้เสียหาย โดยอ้างเหตุผลให้หลงเชื่อแล้วให้แอดไลน์ เพื่อส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอพพ์ปลอมของหน่วยงาน เป็นโปรแกรมที่ใช้ควบคุมโทรศัพท์ทางไกล หลอกให้ผู้เสียหายใส่รหัสซึ่งส่วนใหญ่มักใช้รหัสเดียวกันกับรหัสแอพพ์ธนาคาร จากนั้นมิจฉาชีพจะสนทนาเพื่อถ่วงเวลาในขณะที่กำลังโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายจนหมด โดยขบวนการดังกล่าวสร้างความเสียหายแล้วรวมกว่า 12 ล้านบาท

ทั้งนี้ขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับหลายคดีในหลายหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบเส้นทางการเงินว่าเงินที่หลอกลวงผู้เสียหายจะถูกโอนต่อกันเป็นทอด ๆ และเงินสดจะถูกถอนออกในพื้นที่จ.สุรินทร์ พบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารที่ใช้ในการกระทำผิดในรอบ 3 เดือน มากถึง 30 ล้านบาท จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 26 ราย ตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 13 ราย พบว่าเป็นชาวไทย 12 รายและชาวกัมพูชา 1 ราย ทำหน้าที่กดเงินสดเตรียมนำส่งข้ามชายแดน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์เจ้าพนักงาน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” พร้อมยึดของกลางเงินสด 100,000 บาท และบัตรเอทีเอ็ม ซึ่งเกิดจากการเปิดบัญชีม้า และมีการอายัดเงินในบัญชีกว่า 5 ล้านบาท

คดีที่สี่จับกุมนายปฏิพัทธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี พร้อมอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน 11 รายการ จากการตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาที่ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มเเบน จ.สมุทรสาคร สืบเนื่องจากข่าวนักศึกษาต่างสถาบันใช้อาวุธปืนยิงกันจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน บช.สอท. จึงสืบสวนพบมีการลักลอบจำหน่ายอาวุธปีน ชนิดปืนปากกา ,ปีนไทยประดิษฐ์ และเครื่องกระสุนปืน ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทางยูทูปจึงสืบสวนหาตัวคนร้ายทราบว่าใช้บัญชีไลน์ซื้อขายพบว่าสามารถสั่งซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนได้จริง สืบสวนพบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร จึงลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจคันจับกุมวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา จึงเเจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาติ” และนำตัวส่ง สภ.กระทุ่มแบน ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...