โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ชาวสวนยางสตูล หนีวิกฤตราคายางต่ำ หันมาปลูกละมุดพันธุ์สาลี่ ราคางามยอดสั่งสุดปังจนไม่พอขาย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 01 ก.พ. 2566 เวลา 13.19 น.

วันที่ 1 ก.พ. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอารีย์ โส๊ะสันสะ เกษตรอำเภอท่าแพ จ.สตูล ได้พาทีมข่าวไปชมวิถีชีวิตของชาวเกษตรกรในพื้นที่ที่เคยเจอปัญหาราคายางตกต่ำในช่วงราคาน้ำยาง 3 โล 100 บาท และปัญหาพิษของโควิด 19 ที่ผ่านมาส่งผลทำให้ นางพัชรี ทิ้งน้ำรอบ อายุ 56 ปี อดีตเจ้าของสวนยางพารา 3 ไร่ และขณะนี้ได้ปรับเปลี่ยนโค่นต้นยางตัดทิ้งตัดขาย ปรับสภาพพื้นที่เปลี่ยนเป็นการเลี้ยงลูกละมุดสายพันธุ์สาลี่ ที่มีลักษณะลูกกลมผิวเนียนแตกต่างละมุดทั่วไป ปลูกขายยอด order สั่งจองถึงต้น กลับไม่เพียงพอความต้องการของลูกค้าและคนกลุ่มรักสุขภาพที่ต้องการทานผลไม้ รวมทั้งผลไม้ที่ปลูกในพื้นที่ตรงนี้ไม่ฉีดยาฆ่าแมลง จึงเป็นที่ต้องการของคนชอบทานผลไม้เป็นส่วนใหญ่

ด้านนางพัชรี ทิ้งน้ำรอบ เจ้าของสวน กล่าวว่า จากปัญหาเมื่อก่อนที่โดนกระทบเรื่องราคาน้ำยางในช่วงนั้น ตนเองพร้อมครอบครัวต้องใช้จ่ายเงินอย่างมาก เมื่อเกิดผลกระทบด้านราคายางพารา ในช่วง ปี 61 จึงจำเป็นเพื่อไปเรียนรู้วิธีการปรับเปลี่ยนจากปลูกต้นยางปลูกพืชพันธุ์อย่างอื่นแทน โดยได้รับคำแนะนำจากเกษตรตำบลสู่เกษตรอำเภอท่าแพ เข้ามาเสนอชี้แนะหากเจอปัญหาเหล่านี้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงปรับพื้นที่จึง โคนต้นยางพาราทิ้งและปลูกพืชผักสวนครัวและผลไม้ที่มีความต้องการในพื้นที่ท้องตลาดในยุคปัจจุบัน

ตนเองจึงหันมาปลูกลูกละมุดสายพันธุ์สาลี่ หรือ ละมุดเสียดนาม ยักษ์ ที่มีราคาดีตอนนี้ ตามตลาดใหญ่ๆอยู่ที่ราคาละ 80 บาท และขายอยู่หน้าสวน อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาทและปัจจุบันนี้เมื่อปลูกและโพสต์ลงขายตามโซเชียลและถูกบอกต่อจากเพื่อนบ้าน จนทำให้ออเดอร์สุดปังยอดสั่งจองแบบชนิดที่จองถึงต้น กลับไม่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มคนที่ชอบทานลูกละมุด สายพันธุ์สาลี่ เพราะแต่ละต้นจะสุกเวลาไม่ตรงกัน

.

นอกจากนี้พื้นที่ร่องกลางสวนลูกละมุดสายพันธุ์สาลี่ ตนเองก็ใช้ปรับเปลี่ยนในการปลูกต้นพริกแซมขึ้นมานอกจากจะขายลูกละมุดแล้วพริกที่ออกดอกออกช่อสวยงามก็ยังเก็บขายได้อีกด้วย ส่วนปัญหาเรื่องกลุ่มลูกค้าทางตนเองไม่มีเพราะมียอดสั่งจองไม่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มผู้ที่ชอบรับประทานลูกละมุด แต่ถ้าหากลูกค้าท่านใดสนใจที่จะอยากทานก็สามารถสั่งจองผ่าน facebook ส่วนตัวที่ชื่อพัชรี ทิ้งน้ำรอบ ได้เลยสั่งว่าจะเอากี่กิโลกรัมสามารถสั่งจองได้

ชาวสวนยางสตูล หนีวิกฤตราคายางต่ำ หันมาปลูกละมุดพันธุ์สาลี่

ด้านนายอารีย์ โส๊ะสันสะ เกษตรอำเภอท่าแพ กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรรายนี้เป็นเกษตรกรที่มีแนวคิดการริเริ่มกล้าทำกล้าทดลอง จึงได้โค่นต้นยางปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกผลไม้ที่มีความต้องการของตลาดจนทำให้ทุกวันนี้ได้มีการขยายไปพื้นที่อื่นๆที่ดินของนางพัชรีที่มีอยู่นอกเหนือจาก 3 ไร่ตรงนี้ เท่าที่ทราบได้มีการไปปลูกเพิ่มเพราะความต้องการทางตลาดไม่เพียงพอ และถือว่ากลุ่มลูกค้า ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่ชอบทานผลไม้ที่อยู่ในพื้นที่ของต่างอำเภอมาสั่งจองซื้อ และก็ถือว่าเป็นการทำงานสร้างรายได้สู่ครอบครัวแบบยั่งยืน

ละมุดพันธุ์สาลี่เวียดนาม

เกษตรอำเภอท่าแพ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากนำพันธุ์ละมุดเวียดนามเข้ามาปลูกในประเทศไทย เกษตรกรนิยมเรียกกันติดปากว่า “ละมุดยักษ์สาลี่” หรือ “ละมุดพันธุ์สาลี่เวียดนาม” ลักษณะโดยทั่วไปของละมุดพันธุ์นี้ก็คือ ลำต้นสูง ประมาณ 3-5 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายกิ่ง ปลายใบแหลม โคนมน ดอก ออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกมีขนาดเล็กสีขาวนวล มีกลีบดอก 5 กลีบ ละมุดเวียดนามมีเมล็ดน้อย ประมาณ 3-5 เมล็ด ต่อผล เท่านั้น ต้นละมุดเวียดนามมักติดดอกออกติดผลเกือบทั้งปี สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด

ชาวสวนยางสตูล หนีวิกฤตราคายางต่ำ หันมาปลูกละมุดพันธุ์สาลี่

โดย ละมุด” เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน กลิ่นหอม คนไทยและต่างชาตินิยมบริโภคเป็นของหวานหรือของว่าง เพราะละมุดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยมาก ต้นละมุด เป็นไม้ผลอีกชนิดที่น่าปลูก เพราะเมื่อต้นละมุดมีอายุมาก ยิ่งให้ผลดกมากเป็นเงาตามตัว ละมุดสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินทราย ดินเหนียว หรือแม้แต่ดินลูกรังก็ตาม แถมต้นละมุดยังปลูกดูแลไม่ยากเหมือนกับไม้ผลชนิดอื่นๆ

เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...