"สิงคโปร์แอร์ไลน์" คาดปี 66 ค่าตั๋วลดลง หลังสายการบินอื่นเพิ่มปริมาณที่นั่งโดยสาร
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ว่า ลี ลิค ชิน รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการค้าของสิงคโปร์แอร์ไลน์ จำกัด (SIA) รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารต่อหน่วย (Passenger Yield) ซึ่งใช้เป็นหน่วยวัดแทนค่าโดยสารเครื่องบิน อาจลดลงในปี 2566 เนื่องจากสายการบินคู่แข่งนำเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งานระหว่างการระบาดใหญ่ของโควิด-19 กลับมาให้บริการและเพิ่มปริมาณที่นั่งโดยสาร
ลี ลิค ชิน กล่าวกับนักวิเคราะห์และสื่อเกี่ยวกับคาดการณ์ผลกำไรว่า “เราไม่คาดว่ารายได้จากการขนส่งผู้โดยสารต่อหน่วยจะอยู่ระดับสูงเท่ากับในปี 2565”
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สายการบินไรายงานกำไรในไตรมาสที่ 2 และประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งแรกในรอบ 3 ปี เนื่องจากการเปิดพรมแดนระหว่างประเทศอีกครั้ง และความต้องการการเดินทางฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วง 3 เดือน ณ วันที่ 30 กันยายน 2565
รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารต่อหน่วยของทุกสายการบินในเครือ SIA เพิ่มขึ้น 32% ในช่วงไตร 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2562 ก่อนการระบาดใหญ่ของโควิด-19 จะทำลายการเดินทางทางอากาศ
ทั้งนี้สายการบินรายงานรายรับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 2 แม้จะบินได้เพียง 68% ความจุผู้โดยสารมากเท่ากับที่เคยทำในปี 2562 ท่ามกลางความต้องการเดินทางที่ถูกกักขังไว้อย่างแข็งแกร่งในช่วงฤดูร้อน
ลีกล่าวว่ายอดจองยังคงแข็งแกร่งตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีนในเดือนมกราคม 2566 แต่ยังเร็วไปเล็กน้อยที่จะระบุความต้องการนอกเหนือจากช่วงเวลานั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมการขายบางรายการที่ทำผลงานได้ดี
SIA กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน ปัญหาทางภูมิศาสตร์การเมือง และความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกยังคงเป็นความกังวลหลังช่วงตรุษจีน
ทั้งนี้หุ้นของสายการบินเพิ่มขึ้น 1.5% ที่ 03.15 GMT ในวันจันทร์ โดยเพิ่มขึ้นมากถึง 3% ในการซื้อขายช่วงแรกสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ผลประกอบการไตรมาส 2 ได้รับการเปิดเผยหลังจากตลาดปิดทำการในวันศุกร์
อ้างอิง : https://www.reuters.com/business/aerospace-defense/singapore-airlines-expects-2023-airfares-may-decline-rivals-add-capacity-2022-11-07/
ภาพ A Singapore Airlines Airbus A330-300 plane takes off behind a Boeing 787-10 Dreamliner at Changi Airport in Singapore March 28, 2018. REUTERS/Edgar Su