โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินเดีย เล็งเชื่อมการค้า-ท่องเที่ยวไทย หลังพ้นวิกฤตโควิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ย 2563 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2563 เวลา 11.08 น.

อินเดีย เล็งเชื่อมการค้า-ท่องเที่ยวไทย หลังพ้นวิกฤตโควิด หอการค้าเชียงใหม่ดันลงนามบ้านเมืองพี่เมืองน้อง 3 เมืองหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทยได้จัดงานสัมมนา “โอกาสทางธุรกิจในประเทศอินเดีย และอัศจรรย์การท่องเที่ยวอินเดีย” โดยมีนายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน ผู้ประกอบการค้า ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมรับฟัง ณ โรงแรมเลอเมอริเดียน เชียงใหม่

นางอัลปานา ดูเบ อุปทูต ณ สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า อินเดียและไทยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและแข็งแกร่ง ปีนี้นับเป็นปีที่ 73 ที่ทั้งสองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน มีความใกล้ชิดกันทั้งทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมมายาวนาน

อุปทูตอัลปานา ระบุว่า อินเดียมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนมากในการที่จะเชื่อมโยงกับประเทศไทย โดยไทยถือเป็นหุ้นส่วนของอินเดียทั้งทางด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจการค้าและวัฒนธรรม นอกจากนี้ อินเดียได้ผลักดันสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาคระหว่างอินเดียกับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนำภาคเอกชนอินเดียให้มาลงทุนในไทย

ขณะเดียวกัน อินเดียได้วางแนวการพัฒนาประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะการสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาและการแสวงบุญ ซึ่งนักลงทุนและนักธุรกิจของไทยมีโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนและเชื่อมโยงทางธุรกิจกับอินเดีย ทั้งนี้ หลังสถานการณ์โควิด คาดว่าจะเกิดโอกาสการลงทุนระหว่างไทยและอินเดียมากขึ้น

นายวโรดม ปิฎกานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า อินเดียเป็นประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค จากการที่เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 4 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น มีขนาดกองทัพเป็นอันดับที่ 4 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย มีประชากร 1.35 พันล้านคน เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน ย่อมมีผลต่อการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ของไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าผูกพันและมีความแน่นแฟ้นกับชาวไทยเชื้อสายอินเดียมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะที่ชุมชนท่าวัดเกต เป็นชุมชนโบราณตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิงด้านตะวันออก เป็นย่านเศรษฐกิจของการขนส่งทางน้ำที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่ในอดีต ซึ่งมีชาวอินเดียและชาวซิกข์จากแคว้นปัญจาบย้ายถิ่นฐานมาอยู่จำนวนมาก และมีประวัติศาสตร์ของการสร้างเศรษฐกิจในเชียงใหม่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดและมีคนไทยเชื้อสายอินเดียหลายตระกูลในปัจจุบัน

อนาคตด้านความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างไทย-อินเดียหลังสถานการณ์โควิด หอการค้าฯ เชียงใหม่เชื่อมั่นว่ามีหลายภาคธุรกิจที่อินเดียน่าจะมีความสนใจและสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของไทย อาทิ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร เนื่องจากเป็นสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ สอดคล้องกับความต้องการของอินเดีย ที่มุ่งหวังที่จะบรรลุเป้าหมายการเพิ่มความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ และนโยบายที่อินเดียมีอยู่ เช่น การก่อตั้ง Food Park ที่อาจจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

นายวโรดม กล่าวต่อว่า ประเทศอินเดียอยู่ในแผนงานที่หอการค้าฯ เชียงใหม่จะได้ผลักดันการเชื่อมโยงเศรษฐกิจผ่านกลไกของบ้านพี่เมืองน้อง (Sister City) กับสาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งจะผลักดันให้มีการลงนามสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องของจังหวัดเชียงใหม่กับรัฐที่เป็นเป้าหมายและมีศักยภาพเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างกันได้คือ

1.รัฐอัสสัม อาทิ การศึกษา วัฒนธรรม การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว ฯลฯ 2. เมือง “กัลกัตตา” (Kolkata) เป็นเมืองหลวงของรัฐเบงกอลตะวันตก (West Bengal) เป็นมหานครขนาดใหญ่อันดับ 3 ของอินเดีย มีประชากรมากถึง 45 ล้านคน คนไทยส่วนใหญ่คงจะรู้จักกันดีในฐานะเมืองสำหรับผู้แสวงบุญ ที่มักจะเดินทางมาขึ้นรถไฟหรือรถประจำทางเพื่อเดินทางต่อไปยังพุทธคยา รวมถึงสังเวชนียสถานอื่น ๆ ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นด้านการเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางของการคมนาคมไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้ ได้แก่ เนปาล ภูฏาน และบังกลาเทศ ได้ด้วย สามารถเดินทางถึงประเทศไทยได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที

3.เมืองบังกาลอร์ เมืองหลวงของ รัฐกรณาฏกะ (Karnataka) รัฐที่ดึงดูดนักลงทุนมากที่สุด เป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และนวัตกรรมของอินเดีย มีบริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกว่า 3,500 บริษัท ครอบคลุมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ สตาร์ทอัพ อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยา รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน เป็นต้น

สำหรับด้านการท่องเที่ยว หอการค้าฯ เชียงใหม่มองว่าอินเดียคือกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่สามารถฟื้นกลับมาได้หากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เพราะสถิติในปี 2562 นักท่องเที่ยวอินเดียเลือกนิยมเที่ยวกรุงเทพฯ พัทยา และมีแนวโน้มที่จะเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวใหม่เพิ่มมากขึ้น เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย ด้านกิจกรรมใหม่ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น คือ กลุ่มท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน คิดเป็น 85% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Millennial อายุ 25-35 ปี กลุ่มแต่งงาน กลุ่มถ่ายทำภาพยนตร์ กลุ่มเดินทางเพื่อการประชุมและท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล รวมถึงกลุ่มฮันนีมูนอีกด้วย

ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสที่เราจะต้องเตรียมพร้อม รวมถึงการผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเชียงใหม่จะชูจุดเด่นด้านการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ หรือ medical-wellness tourism เนื่องจากเชียงใหม่มีเทคโนโลยีแพทย์เฉพาะทางเฉพาะด้านที่มีชื่อเสียง และมีโรงพยาบาลระดับมาตรฐานในระดับนานาชาติ จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือทางด้านธุรกิจระหว่างไทยและอินเดียจะเป็นรูปธรรมและมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นแฟ้นด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...