โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงที่น่าดูในห้วงเวลานี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ต.ค. 2563 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2563 เวลา 11.06 น.

รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง

เสียงปราศรัย ข้อเรียกร้อง เสียงเพลงประท้วงจากพื้นที่การชุมนุมเป็นเสียงที่ดังที่สุดในประเทศไทยในห้วงเวลา 3-4 เดือนมานี้ ดังมากขนาดที่สื่อต่างชาติและคนในต่างประเทศก็ยังได้ยิน มีคนดังหลายประเทศที่มาร่วม call out กับผู้ชุมนุมในไทยด้วย

ในเมืองไทยเราเองเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักเรื่องเดียวที่ผู้คนสนใจจนแทบจะไม่สนใจเรื่องอื่นกันเลย ซึ่งก็เป็นสภาพการณ์ที่ไม่ได้เกินความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่มากที่สุด จึงไม่แปลกที่จะอยู่ในความสนใจของผู้คนมากที่สุด

ในห้วงเวลาแบบนี้ ที่คนหมู่มากพุ่งความสนใจไปที่การชุมนุมประท้วง “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” อยากชวนดูภาพยนตร์เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงที่เนื้อหาเข้ากับสถานการณ์ ทั้งให้ความรู้ ให้ความรู้สึกมีอารมณ์ร่วม และให้ความสนุกบันเทิงไปด้วยในเวลาเดียวกัน

**14 ตุลา สงครามประชาชน

ผู้กำกับ : บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
ปีที่ฉาย : 2001**

14 ตุลา สงครามประชาชน นำเสนอเรื่องราวชีวิตของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และ จิระนันท์ พิตรปรีชา หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แม้นักศึกษาและประชาชนได้รับชัยชนะในการต่อสู้ แต่หลังเหตุการณ์จบลง เสกสรรค์พบว่าหลายปัญหายังคงอยู่ “ขนาดผ่าน 14 ตุลามา บาดเจ็บล้มตายกันไปไม่รู้เท่าไหร่ จนถึงวันนี้คนที่เคยถูกเอารัดเอาเปรียบก็ยังถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่”

เสกสรรค์คิดว่าไม่มีหนทางอื่นที่จะทำให้คนยากไร้มีชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากระบอบสังคมนิยม ขณะเดียวกัน ชีวิตของเขาก็เริ่มอยู่ยาก เพื่อนฝูงที่ทำงานช่วยเหลือชาวนาและแรงงานร่วมกับเขาถูกขู่ฆ่า ตัวเขาเองก็โดนสะกดรอยตาม ด้วยเหตุผลทั้งสองด้าน เสกสรรค์จึงตัดสินใจชวนคนรักเข้าป่าไปร่วมปฏิวัติกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในปี 2518

 

ราว 1 ปีหลังจากนั้น เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 นักศึกษาจำนวนมากต้องหนีเข้าป่า เสกสรรค์และจิระนันท์ผู้อยู่ในป่ามาก่อนได้ต้อนรับนักศึกษาที่คุ้นเคยและคุ้นหน้าคุ้นตากันหลายคน

เสกสรรค์เข้าป่าไปด้วยความฝันและความหวังจะทำให้คนยากไร้และชนชั้นกรรมาชีพมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่เขาพบว่าหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในป่าก็ไม่ต่างจากในเมือง การขัดแย้งทางความคิด การขาดความเป็นประชาธิปไตย ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ระบบอุปถัมภ์ ระบบชนชั้น และการทำตัวเป็นเมืองขึ้นของจีน เป็นปัญหาที่เสกสรรค์เผชิญ เขาพยายามเสนอแนวทางเพื่อการปรับเปลี่ยนแก้ไข แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ซ้ำยังถูกจับตามองโดยฝ่ายนำจำนวนหนึ่ง และถูกมองว่าเป็นพวกค้านพรรค

ชีวิตของเขาและคนรักต้องเร่ร่อนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยการบงการของพรรค ในที่สุดความอดทนอดกลั้นของเสกสรรค์ก็สิ้นสุดลง เขารวบรวมเพื่อนนักศึกษาเตรียมประกาศสงครามกับฝ่ายนำ ก่อนจะพบว่ามันคือสงครามที่ไม่มีวันได้รับชัยชนะ เสกสรรค์ จิระนันท์ และเพื่อน ๆ จึงตัดสินใจทยอยออกจากป่า ขณะที่ฝ่ายนำส่งมือสังหารตามล่าพวกเขา

ช่วงเวลาที่อยู่ในป่า มีหลายเรื่องหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เสกสรรค์นึกย้อนถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นการเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ผ่านสายตาและมุมมองของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล และถึงแม้จะใช้ชื่อเรื่องว่า “14 ตุลา สงครามประชาชน” ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่ได้พูดถึงเพียงเหตุการณ์ 14 ตุลา แต่ยังครอบคลุมไปถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เรื่อยมาจนถึงปี 2523 ที่เสกสรรค์และจิระนันท์ออกจากป่าเข้ามอบตัวกับทางการ

**Les Miserables

ผู้กำกับ : Tom Hooper
ปีที่ฉาย : 2012**

Les Miserables มิวสิคัลฟิล์มเรื่องยิ่งใหญ่ในปี 2012 ของผู้กำกับ ทอม ฮูเปอร์ (Tom Hooper) ดัดแปลงมาจากบทละครเวทีเรื่องดังชื่อเดียวกัน ซึ่ง ณ เวลานั้นเปิดทำการแสดงมาแล้วราว 27 ปี แต่ต้นทางของเนื้อเรื่องจริง ๆ คือ บทประพันธ์นวนิยายอมตะเรื่อง Les Miserables ของวิกตอร์ อูโก้ (Victor Hugo) ที่เผยแพร่ตั้งแต่ปี 1862

เนื้อเรื่องของ Les Miserables เกี่ยวกับการลุกฮือของประชาชนในฝรั่งเศส อิงจากเรื่องจริงในช่วงปี ค.ศ. 1815-1832 จากปีสุดท้ายของยุคจักรพรรดินโปเลียน เรื่อยมาตลอดยุคฟื้นฟูราชวงศ์ โดยเล่าผ่านตัวละครหลัก คือ ฌอง วัลฌอง ชายที่ติดคุกเพราะขโมยขนมปังไปให้หลาน เขาพยายามจะหนีหลายครั้งจึงโดนเพิ่มโทษจำคุกนานเกือบ 20 ปี

หลังจากได้รับการปล่อยตัว ชีวิตของเขาก็ยังยากลำบาก ไม่มีบ้าน และหางานทำไม่ได้ เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้คุก แต่หลังจากได้รับการช่วยเหลือจากบาทหลวง วัลฌองได้เปลี่ยนตัวเอง จนได้เป็นนายกเทศมนตรีของเมือง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมีชีวิตอยู่กับความหวาดระแวง เพราะเขาไม่ไปรายงานตัวกับทางการตามข้อแม้การปล่อยตัว เขาจึงโดนตำรวจที่ชื่อฌาแวร์ ผู้รับผิดชอบคดีของเขาติดตามตัวอยู่ตลอด

วันหนึ่งวัลฌองได้พบกับฟองทีน หญิงที่ต้องเป็นโสเภณีเพื่อหาเงินเลี้ยงดูลูกสาว ฟองทีนโชคร้ายต้องจากโลกไปตั้งแต่ยังสาว ก่อนตายเธอได้ฝากลูกน้อยชื่อโคเซ็ตต์ไว้กับเขา วัลฌองหลบหนีและเลี้ยงดูลูกสาวของฟองทีนจนเติบโตเป็นสาวขึ้นมาในยุคสมัยที่เกิดการปฏิวัติ ซึ่งจะทำให้ชีวิตของคนฝรั่งเศสเปลี่ยนไปจากเดิม

ในห้วงเวลาที่คนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจของผู้กดขี่ วัลฌองเสียสละชีวิตของเขาปกป้องแฟนหนุ่มของโคเซ็ตต์ ที่เป็นแกนนำมวลชนที่ลุกขึ้นมาต่อต้านระบบศักดินา

นอกจากเนื้อหาที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังทำให้เพลง Do You Hear The People Sing ? เป็นที่คุ้นหูชาวไทยมากขึ้น และกลายเป็นหนึ่งเพลงที่ถูกนำมาใช้บ่อยในการชุมนุมประท้วงในยุคหลังมานี้ รวมถึงการเขียนชื่อเพลงนี้เป็นข้อความสื่อสารไปถึงรัฐบาลก็มีให้เห็นบ่อย ๆ

**SELMA

ผู้กำกับ : Ava DuVernay
ปีที่ฉาย : 2014**

ภาพยนตร์ดราม่าเรื่องนี้นำเสนอเรื่องจริงบทหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของคนผิวดำในสหรัฐอเมริกา ผ่านตัวละครหลักที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องคือ ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr.) นักสิทธิมนุษยชนชื่อดัง เจ้าของสุนทรพจน์ “I have a dream” ในช่วงที่เขาเป็นผู้นำการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิ์การออกเสียงเลือกตั้งของคนผิวสีในปี 1965

ก่อนจะเกิดเหตุการณ์การเดินขบวนที่ว่านี้ ดร.คิงเคยพบกับประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน (Lyndon B. Johnson) และขอให้รัฐบาลกลางออกกฎหมายให้พลเมืองผิวดำมีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งเช่นเดียวกับพลเมืองผิวขาว แต่ประธานาธิบดีตอบว่า มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าให้ทำ

ดร.คิงจึงเชิญชวนพลเมืองผิวดำเดินขบวนประท้วงจากเมืองเซลมา ไปยังเมืองมอนต์โกเมอรี่ เมืองหลวงของรัฐแอละแบมา (Alabama) เป้าหมายของการเดินระยะทางกว่า 80 กิโลเมตรในครั้งนั้น คือ การเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลงชื่อในร่างกฎหมาย เพื่อให้คนผิวสีมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งอย่างเท่าเทียมกับคนผิวขาว

จอร์จ วอลเลซ (George Wallace) ผู้ว่าการรัฐแอละแบมา กล่าวต่อต้านการเคลื่อนไหวของประชาชนครั้งนี้ และการเดินขบวนก็ถูกโจมตีโดยกองกำลังของรัฐ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน แต่ ดร.คิงยังคงปลุกใจพี่น้องคนผิวดำของเขาให้สู้ต่อไป ขณะที่ตัวเขาเองก็ถูกข่มขู่คุกคาม

 

การเดินขบวนครั้งนั้นนำไปสู่การที่ประธานาธิบดีจอห์นสันได้กล่าวในวาระประชุมร่วม (joint session) ของสภาคองเกรส ขอให้ผ่านร่างกฎหมายอย่างรวดเร็ว เพื่อขจัดข้อจำกัดในการลงคะแนนเลือกตั้งของคนผิวดำ และยกย่องความกล้าหาญของเหล่านักเคลื่อนไหว

**A Taxi Driver

ผู้กำกับ : Jang Hoon
ปีที่ฉาย : 2017**

A Taxi Driver ภาพยนตร์จากเกาหลีใต้ ที่นำเสนอเรื่องราวเหตุการณ์สังหารหมู่ควังจู (Gwangju) ปี 1980 ซึ่งนักศึกษาและประชาชนในเมืองควังจู ได้ชุมนุมประท้วงการประกาศกฎอัยการศึกของรัฐบาลเผด็จการ ช็อน ดูฮวาน (Chun Doo-Hwan) เป็นภาพยนตร์เกาหลีใต้ที่ได้รับคำชื่นชมมากเรื่องหนึ่ง

ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าผ่านสายตาของตัวละครหลักสองตัวที่มีตัวตนจริง คนหนึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ชื่อ คิม มันซบ อีกคนเป็นนักข่าวชาวเยอรมันชื่อ ปีเตอร์ ซึ่งประจำการอยู่ที่ฮ่องกง เมื่อทราบว่าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในเมืองควังจู ประเทศเกาหลีใต้ เขาไม่รอช้าที่จะมาทำข่าวในพื้นที่

คิม มันซบ เป็นคนขับแท็กซี่หาเช้ากินค่ำในกรุงโซล เขาไม่ได้สนใจการเมือง ทั้งยังก่นด่านักศึกษาว่าการชุมนุมที่สร้างความวุ่นวายเป็นเหตุให้เขามีผู้โดยสารน้อยลง ลำพังตัวเขาเองคงจะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุม หากเขาไม่ได้รับผู้โดยสารชาวตะวันตกคนหนึ่งขึ้นรถ ซึ่งผู้โดยสารคนนั้นคือ ปีเตอร์ ที่กำลังจะไปทำข่าวที่ควังจู

คนขับแท็กซี่จากเมืองหลวงที่อยู่ตอนเหนือของประเทศ ขับรถพานักข่าวไปยังเมืองควังจูที่อยู่ทางตอนใต้ ทั้งสองคนพาผู้ชมไปเห็นเหตุการณ์ เห็นความจริง เห็นความโหดร้ายที่รัฐบาลเผด็จการทำกับประชาชนของตัวเอง

เหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนั้น ข้อมูลของทางราชการเกาหลีใต้ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 160 คน แต่นั่นยังเป็นข้อถกเถียง เพราะฝั่งนักกิจกรรมบอกว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจริงอาจมากกว่านี้ 3 เท่า

ที่น่าเศร้าคือ การล้มตายของประชาชนจำนวนมากขนาดนั้น ไม่ได้ทำให้รัฐบาลเผด็จการของช็อน ดูฮวาน หมดอำนาจแต่อย่างใด เขายังคงอยู่ในตำแหน่งต่อมาอีก 8 ปี ซึ่งในปี 1987 เขาเตรียมลงจากตำแหน่งและจะส่งต่ออำนาจให้นายพลอีกคน แทนที่จะคืนอำนาจให้ประชาชน จึงทำให้เกิดการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศอีกครั้งในปี 1987 ในที่สุด ช็อน ดูฮวาน ต้องยอมให้มีการจัดการเลือกตั้งในเดือนธันวาคมปี 1987 ซึ่งมีภาพยนตร์และซีรีส์เกาหลีอีกหลายเรื่องที่กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...