โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

7 คนดังที่ป่วยเป็นซึมเศร้าแต่สู้ไม่ถอย

TOJO NEWS

เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 05.30 น. • pronvalai

18 ธันวาคม 2560 ครบรอบการสูญเสียของคนวงการบันเทิงเกาหลีใต้ “คิม จงฮยอน วง SHINee” ที่ได้ทุกข์ทรมานกับโรคซึมเศร้าและตัดสินใจทิ้งชีวิตตัวเอง ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับคนใกล้ชิดในวงการและแฟนคลับเป็นอย่างมาก 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้นภายบนโลก ทำให้มีดารา นักร้อง รวมถึงไอดอลหลายคนที่ป่วย และเสียชีวิตจากโรคซึมเศร้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลสำรวจ ปี 2563 พบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากว่า 1.5 ล้านคน และมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จถึง 4,000 คนต่อปี ซึ่งโรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ และใกล้ตัวกว่าที่คิด 

โรคซึมเศร้า (Depression disorder) เกิดจากการที่สารเคมีในสมองหลั่งผิดปกติจึงส่งผลต่อความแปรปรวนทางความคิด อารมณ์​ และพฤติกรรม และนำไปสู่อาการ สามารถรักษาให้หายได้ โดยการพบแพทย์ หากรู้ตัวว่าตัวเองเข้าข่ายโรคซึมเศร้า ควรรีบไปพบจิตแพทย์เฉพาะทางเพื่อเข้ารับการรักษา ด้วยการบำบัด หรือยา  

วันนี้ทีมข่าวโตโจ้นิวส์ ได้รวบรวมศิลปิน ดารา ที่ออกมายอมรับว่าตนเองเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังต่อสู้กับโรคซึมเศร้าอยู่ให้ผ่านไปได้เช่นเดียวกัน 

โอ๊ต ปราโมทย์

แม้จะดูเป็นคนตลก สนุกสนาน เฮฮา แต่เนื่องจากการทำงานอย่างไม่ได้หยุดพัก บางวันก็หลายงานต่อวัน ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพมีอาการแพนิคและซึมเศร้าอย่างรุนแรง ร้องไห้ทุกวัน บ้างก็หายใจไม่ออก หัวใจเต้นแรง มือชา เท้าชา ปากชา จนต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาโดยการใช้ยา เพื่อปรับสารเคมีในสมอง 

แต่โอ๊ตก็ได้กล่าวว่า สาเหตุอาจจะมาจากการที่ตัวเองไม่มีคนคอยปรับทุกข์ ระบายความรู้สึกด้วยได้ แล้วต้องเก็บอะไรไว้คนเดียว แต่เขาก็ไม่อยากให้มองว่านี่เป็นโรคที่ใช้เรียกร้องความสนใจ เพราะโรคนี้เป็นโรคที่ต้องรักษาด้วยตัวเอง และจะหายได้ด้วยตัวเอง

ทราย เจริญปุระ 

อาการซึมเศร้าของทราย เจริญปุระ เกิดขึ้นครั้งแรกจากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เบรคแตก จนทำให้เป็นโรคซึมเศร้าประเภทสะเทือนใจหลังอุบัติเหตุ (PTSD : Posttraumatic Stress Disorder) ที่ทำให้เอาแต่ฝันถึงแต่เหตุการณ์เดิมๆ เรื่อยๆ จนต้องพบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษา แต่หลังจากที่เธอเว้นการกินยาไปหนึ่งปี ทำให้เธอกลับมาเป็นอีกครั้งในระดับ MMD (Major Depressive Disorder) ซึ่งเกิดจากความเครียดที่ต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเช่นเดียวกัน ซึ่งครั้งนี้ทำให้เธอป่วยจนถึงขั้นเสียการเสียงานชีวิตจมจนไม่สามารถหาทางออกได้ 

ซึ่งเธอหายได้จากการเริ่มรักษาตัวเอง มีระเบียบวินัยในตัวเอง กินยาตลอด และจัดการตัวเองได้ดีและพยายามคิดถึงเรื่องที่ทำแล้วชีวิตมีความสุขจนถึงทุกวันนี้ 

ส้ม มารี 

สาวเสียงหวาน ส้ม มารี ออกมาบอกว่าเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานานถึง 3 ปี และเคยคิดฆ่าตัวตายในหลายๆ รูปแบบ  ตอนนี้แม้ว่าจะดีขึ้นแล้วแต่อาการก็ยังไม่หายขาด ต้องพบแพทย์อยู่เรื่อยๆ 

โดยวิธีของเธอคือพยายามอย่าอยู่คนเดียวในที่มืดเพราะจะทำให้ความคิดเตลิดควบคุมได้ยาก ให้พยายามอยู่กับครอบครัว เพื่อน หรือคนที่รัก

หวาย ปัญญริสา 

แม้ว่าจะดูเป็นสาวมั่นใจ แต่หวาย ปัญญริสา หรือ หวาย กามิกาเซ นั้นเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน เนื่องจากโดนบูลลี่ที่โรงเรียน ตั้งแต่อายุ 14 จนทำให้เธอเก็บกดจนกลายเป็นซึมเศร้า และมีอาการแพนิคแอคแทค (อาการตื่นตกใจกลัวอย่างรุนแรง) มีอาการชัก หรือเป็นลม ในบางครั้ง 

แต่เธอก็สามารถผ่านมาได้เพราะการได้พูดคุยและพยายามทำความเข้าใจกับคุณแม่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หาอะไรทำ และไม่คิดมาก อย่าอยู่กับตัวเองเยอะจนเกินไป ซึ่งปัจจุบันเธอยังคงต้องพบหมอ และทานยาอยู่ 

UrboyTJ

ทีเจ ได้เผยว่า ตัวเองเป็นโรคซึมเศร้ามา 4 ปีแล้ว และเคยคิดฆ่าตัวตายครั้งนึงจนต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลและรับรู้ว่าครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แต่ไม่ได้บอกให้ใครรู้ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขารู้สึกย่ำแย่ที่สุดเพราะไม่มีงาน รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เครียดกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทีเจบอกว่า สำหรับเขาแล้วโรคซึมเศร้านั้นเป็นโรคที่ร้ายแรงพอๆ กับโรคมะเร็งหรือโรคอื่นๆ

หลังจากที่ได้เข้ารับการรักษากับจิตแพทย์แล้วก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นและเริ่มมองเห็นหนทางที่จะก้าวเดินต่อไป และเริ่มกลับมาทำเพลงใหม่อีกครั้ง  แต่ก็ยังคงรักษาต่อไป และยังคงไม่สามารถรับมือกับกระแสด้านลบได้เท่าที่ควร ทำให้ต้องคอยเซฟตัวเอง หลีกเลี่ยงอะไรที่ไม่ใช่ที่ของเรา นอกจากนั้นยังมีน้องแมว ที่เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เขาสามารถมีความสุขขึ้นมาได้

ไมค์ พิรัชต์

อุปสรรคต่างๆในชีวิตที่ ไมค์ เจอ ก่อให้เกิดแรงกดดันและความกังวลจากสายตาของสังคม ทำให้หนุ่มไมค์ เกิดอาการของโรคซึมเศร้า

แต่ตอนนี้ ไมค์หายดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยใช้ธรรมะช่วยรักษา และได้กำลังใจดีๆจากคนรอบตัว 

แคทริยา อิงลิช

ใครจะรู้ว่า แคท ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานานกว่า 10 ปี และต้องสู้กับสภาพจิตใจและความกดดันที่เกิดขึ้น จนคิดทุกอย่างไปในทางลบหมดเลย จนถึงขั้นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ และมีครั้งนึงที่เอาหัวโขกเตียงเพื่อระบายความรู้สึก 

แต่สิ่งที่ทำให้เธอสามารถดึงตัวเองกลับมาได้นั้นก็คือ ครอบครัว สติ รวมถึงการพบแพทย์ เพื่อให้ได้มีที่ระบาย ปรึกษา ซึ่งเธอเรียนรู้ว่าความเข้มแข็งของจิตใจ และสตินั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะมันอยู่ที่ตัวเรานั่นเอง 

ทีมข่าวโตโจ้นิวส์ ขอเป็นกำลังใจเอาใจช่วยให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า สามารถก้าวข้ามผ่านวันเวลาเหล่านี้ได้ หากใครที่มีคนรู้จักเข้าข่ายหรือกำลังประสบกับโรคนี้อยู่ ควรแนะนำให้พบจิตแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาให้ไว้ที่สุด และการพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องแย่หรือเรื่องน่าอายแต่อย่างใด 

และหากใครที่ไม่อยากจะปรึกษากับคนรู้จักหรือคนใกล้ตัว สามารถโทรเพื่อปรึกษาปัญหาซึมเศร้า และสุขภาพจิตได้ที่ 

1. สายด่วน 1323 เพื่อพูดคุยปรึกษากับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาลวิชาชีพ

2.Depress we care โรงพยาบาลตำรวจ สายด่วน 081-932-0000

3.สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย โทร. 02-713-6793 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...