โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เครื่องรางเขี้ยวเสืออาคม หลวงพ่อนก วัดสังกะสี ศิษย์หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 13 พ.ย. 2563 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 03.30 น.
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ komkam.ks@gmail.com

เครื่องรางเขี้ยวเสืออาคม

หลวงพ่อนก วัดสังกะสี

ศิษย์หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย

 

เสือเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ เป็นที่ครั่นคร้ามเกรงกลัวนับถือของบรรดาสัตว์ทั้งหลาย อีกทั้งยังมีอำนาจบารมีสูงล้ำและบริวารมากมาย จนเกิดการสร้างเครื่องรางของขลังด้วยอำนาจพญาเสือ

กล่าวถึงเครื่องรางเขี้ยวเสือ “หลวงพ่อปาน อัคคปัญโญ” หรือพระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดมงคลโคธาวาส (วัดบางเหี้ย) ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการพระเกจิชื่อดังของสมุทรปราการ จัดสร้างขึ้นมา ล้วนแต่ได้รับความนิยม ถือเป็นสุดยอดของเครื่องรางหายากมาก

อย่างไรก็ตาม เครื่องรางเขี้ยวเสือที่สร้างโดยลูกศิษย์ของหลวงพ่อปานและมีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้กันคือ “หลวงพ่อนก วัดสังกะสี” นั่นเอง

สมัยก่อนนั้น สำหรับผู้ที่หาเขี้ยวเสือหลวงพ่อปานไม่ได้ ก็หาเขี้ยวเสือของหลวงพ่อนก วัดสังกะสีแทน

แต่ปัจจุบันก็หายากเช่นกัน

“หลวงพ่อนก ธัมมโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดนาคราช (วัดสังกะสี) อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ศิษย์ของหลวงพ่อปาน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชาการทำเสือ ถึงขนาดที่ว่า หลวงพ่อปานทึ่งในความมานะอดทนฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ พร้อมกับชมเชยว่าทำได้ขลังจริงๆ ทำได้เหมือนท่านมาก

สร้างวัตถุมงคลไว้ให้แก่ศิษย์และชาวบ้านอยู่หลายอย่าง แต่ที่นิยมสูงสุดคือเขี้ยวเสือ เป็นการแกะแบบเต็มเขี้ยวและลงอักขระเต็มตลอดตัวเสือ

โดยนำเขี้ยวเสือที่แกะแล้วไปปลุกเสกในอุโบสถ ร่ำลือกันว่าจะปลุกเสกจนเขี้ยวเสือหมุนได้อยู่ในบาตร จึงเป็นอันเสร็จพิธี แล้วจึงนำมาแจก

พุทธคุณเด่นทั้งด้านอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด เมตตามหานิยม เจริญรุ่งเรือง ค้าขายดี

ปัจจุบันหาของแท้ยาก

 

เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2392 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 2 ปีระกา ที่ ต.บางกระเจ้า อ.นครเขื่อนขันธ์ (อ.พระประแดง) จ.สมุทรปราการ ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

ในวัยเด็กบิดา-มารดานำไปฝากเป็นศิษย์วัด เรียนหนังสือไทย หนังสือขอมกับพระอธิการโตที่วัดบางบ่อ ใกล้บ้านมารดา จนพอมีความรู้อ่านออกเขียนได้

กระทั่งอายุครบ 15 ปีจึงบรรพชาที่วัดกองแก้ว ต.บางยอ อ.นครเขื่อนขันธ์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของบิดา มีพระครูวิบูลย์ธรรมคุตเป็นพระอุปัชฌาย์

หลังจากนั้นศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและหนังสือขอมจนแตกฉาน

เมื่ออายุครบบวช กลับมาอุปสมบทที่วัดบางเหี้ย (วัดมงคลโคธาวาส) อ.บางบ่อ มีพระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ (หลวงพ่อปาน) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เรือน เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายาว่าธัมมโชติ

 

ศึกษาสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน และรับถ่ายทอดพระเวทวิทยาคมต่างๆ จากพระอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน ซึ่งในยุคนั้นเป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงมาก

หลวงพ่อนกมีความอดทนเป็นเยี่ยม พยายามฝึกฝนอบรมตนเองให้เกิดพลังจิตแก่กล้า ติดตามหลวงพ่อปานออกธุดงค์ไปด้วยเป็นประจำ และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำคณะธุดงค์

ได้รับคำยกย่องจากหลวงพ่อปานว่า “พระนกนี้แม้จะเป็นพระหนุ่มแน่นบวชไม่กี่พรรษา แต่กำลังจิตกำลังใจนับว่ากล้าแข็งเหลือเกิน ภายภาคหน้าจะได้เป็นผู้นำหมู่คณะที่ดีต่อไป”

เคยธุดงค์เข้าไปถึงประเทศพม่า กราบพระเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี พระเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง และอีกหลายแห่งหลายเมือง

ช่วงหนึ่งของการธุดงค์ได้พบและแลกวิทยาคมกับหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งให้วิชาทำปลัดขิกและวิชาทำลิงมา

ต่อมา ขุนสำแดงเดชและภรรยาชื่อนางนุ่มมีจิตศรัทธาถวายที่ดินให้สร้างวัดและขอนิมนต์ให้ปกครองวัด จึงได้นำความมาปรึกษาหลวงพ่อปาน ก็ให้ความเห็นชอบด้วย สนับสนุนให้หลวงพ่อนกไปเป็นเจ้าอาวาสวัดสังกะสี

ชาวบ้านต่างๆ ก็มาช่วยกันสร้างอุโบสถและกุฏิเสนาสนะต่างๆ เจริญรุ่งเรือง

 

บุคลิกลักษณะ เป็นพระรูปร่างเล็ก สูงโปร่ง ว่องไว ใจดี มีเมตตาสูง ทำงานจะมีระเบียบแบบแผน อีกทั้งยังเคร่งครัดในหลักธรรมวินัย กิจของสงฆ์ปฏิบัติไม่เคยขาด โดยเฉพาะเรื่องสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น

เสียงของท่านดังกังวานน่าเกรงขาม เวลาสวดมนต์เมื่อขึ้น “นะโม” ครั้งใด แม้แต่เด็กยังร้องไห้ เพราะกลัวเสียงท่าน

นอกจากนี้ ยังเทศน์สั่งสอนให้คติเป็นธรรมย้ำเตือนใจ อบรมส่งเสริมให้ทำแต่ความดี ดั่งเช่นอุบายอันแยบคายที่ว่า “เกิดเป็นคนต้องสนใจในการศึกษาหาความรู้ให้มากๆ ใช้สติปัญญา เพราะปัญญาไม่ว่าขโมยหรือโจรปล้นเอาไปไม่ได้ คนดีมีปัญญาไม่อดตาย การบวชเรียนก็เช่นกัน เมื่อบวชแล้วต้องเรียนให้รู้ให้แจ้ง เมื่อรู้แล้วก็จะเป็นคุณให้ประโยชน์ โดยนำวิชานั้นมาบำรุงสร้างสรรค์สังคมในหมู่ชนให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป”

วัตถุมงคลของขลังที่ท่านสร้างไว้มีเขี้ยวเสือ, เหรียญหยดน้ำทองแดง, ปลัดขิก, ลูกอม, ตะกรุดโทน พระปิดตา ฯลฯ แต่ละชนิดนั้นล้วนหายากและมีราคาเช่าหาสูง ชาวปากน้ำเชื่อในพุทธคุณที่ครบเครื่องรอบด้าน

วาระสุดท้าย อาพาธอย่างหนัก ก่อนละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันพุธที่ 21 กันยายน 2475 สิริอายุ 83 ปี

 

บรรยายภาพ

1.หลวงพ่อนก ธัมมโชติ

2.เครื่องรางเขี้ยวเสือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...