โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

3 ธนาคารรัฐชี้สินเชื่อบ้านแข่งเดือด 1 เม.ย.มาตรการ LTV กดดันชิงลูกค้าน้ำดี

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 21 มี.ค. 2562 เวลา 02.43 น.

3 นายแบงก์รัฐประเมินแนวโน้มสินเชื่ออสังหาฯแข่งดุเดือด หลังมาตรการคุม LTV เริ่มใช้ 1 เม.ย.นี้ “ผยง” ยันกรุงไทยไม่นำแข่งดอกเบี้ย เหตุ MRR แบงก์ต่ำอยู่แล้ว ขณะที่ “ออมสิน” ชี้ดีเวลอปเปอร์ได้รับผลกระทบมากกว่าแบงก์ ฟาก “ธอส.” ลั่นโปรฯดอกเบี้ย 0% ไม่น่าเกิดแล้ว คาดไตรมาสแรกยอดปล่อยกู้ 4.5 หมื่นล้านบาท

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงก่อนที่มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีผลในวันที่ 1 เม.ย. 2562 นี้ ช่วงโค้งสุดท้ายที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าลูกค้ามีการเร่งโอนที่อยู่อาศัยกันอย่างมาก

อย่างไรก็ดี สำหรับธนาคารกรุงไทย เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะเกณฑ์วงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) รวมถึงลักษณะการให้กู้บ้านหลังแรก หรือหลังที่สอง เป็นเรื่องที่แบงก์มีการพิจารณาอย่างเป็นไปตามมาตรฐานอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีผลอะไรมากนัก ขณะที่ภาพรวมสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารก็ยังทรง ๆ เนื่องจากลูกค้ามีการชำระคืนหนี้ค่อนข้างมากด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2562 นี้ น่าจะไม่เติบโตมากนัก ซึ่งจะทำให้ตลอดทั้งปีแบงก์ต่าง ๆ จะมีการแข่งขันกันค่อนข้างดุเดือด ส่วนจะเห็นการใช้แคมเปญสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% กันมากขึ้นหรือไม่นั้น ไม่มั่นใจเพราะธนาคารกรุงไทยไม่ได้เป็นผู้นำการแข่งขันด้านราคา

“หลังจากนี้คงต้องดูว่าเขาเล่นกันหนักหรือเปล่า แต่ปกติเราไม่นิยมทางเลือกนี้อยู่แล้ว เพราะตอนจบลูกค้าก็จะต้องกระเด้งไป (ถูกคิดอัตราดอกเบี้ย) ที่เอ็มอาร์อาร์ (MRR) อยู่ดี แล้วเอ็มอาร์อาร์ของเราก็ต่ำอยู่แล้ว ดังนั้น การจะไปเล่นอะไรเพื่อบูตตรงนี้ก็คงไม่เหมาะ” นายผยงกล่าว

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่ออสังหาฯของ ธปท.เป็นเกณฑ์ที่ทุกแบงก์ต้องปฏิบัติตามอยู่แล้ว ซึ่งมองว่าผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่แบงก์ แต่จะไปอยู่ที่บริษัทอสังหาฯมากกว่า

“ในเชิงของแบงก์ก็จะได้รับสินเชื่อที่มีความเสี่ยงน้อยลง เพราะ LTV น้อยลง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ คนก็ต้องมากู้ โดยการกู้ซื้อบ้านใหม่ คนกู้ต้องคำนึงถึงเงินดาวน์ที่ต้องเตรียมไว้ ถ้าไม่มีเงินดาวน์เขาก็ไม่กล้าไปซื้อบ้าน ก็จะทำให้ดีมานด์ (ความต้องการ) ของคนที่จะซื้อบ้านลดลง สินเชื่อก็จะลดลง” นายชาติชายกล่าว

นายชาติชายกล่าวอีกว่า การแข่งขันปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังจากมาตรการมีผลบังคับใช้ ก็คงยังอาจจะมีโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% กันได้อยู่ เพราะเป็นคนละประเด็นกับ LTV ที่ไม่สามารถเล่นโปรโมชั่นได้ ขณะที่การเร่งปล่อยสินเชื่อช่วงก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้ ก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะมีลูกค้าค้างอยู่ในท่อ อยู่ในกระบวนการที่รออนุมัติเงินกู้อยู่

“ฉะนั้น ก่อนจะใช้มาตรการก็จะมีปริมาณสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น อาจจะมากกว่าปกติสัก 5-10% ก็ไม่ได้มาก ซึ่งของแบงก์ตัวเลขเดือน ก.พ.ก็มีสินเชื่อเพิ่มแค่กว่า 1,000 ล้านบาทเองไม่ได้มาก โดยปีนี้ (2562) ธนาคารออมสินตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเคหะเพิ่มขึ้นราว 50,000-60,000 ล้านบาท แต่เติบโตจริง ๆ ก็อาจจะไม่ถึง 5% เพราะมีการชำระคืนมากอยู่” นายชาติชายกล่าว

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังมาตรการของ ธปท.มีผลบังคับใช้ คงต้องดูว่าผู้ประกอบการ (ดีเวลอปเปอร์) จะปรับตัวอย่างไร ส่วนการปล่อยสินเชื่อของแบงก์จะมีความเท่าเทียมกันเกิดขึ้น

“ผมมองว่าแบงก์จะเกิดความเท่าเทียมกัน เพราะถ้าไปลูกเล่น บวกนั่น บวกนี่ แล้วผิดเกณฑ์ ก็อาจจะมีปัญหา ซึ่งการแข่งขันของแบงก์ต่าง ๆ สิ่งที่จะทำได้ก็มีแค่เรื่องดอกเบี้ยกับพวกฟรีค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ไม่สามารถแข่งเรื่องวงเงินกู้ได้ เพราะ LTV ถูกล็อก โดยผมมองว่า 0% ไม่น่าจะเกิดเพราะไม่ได้สะท้อนความสามารถจริง ตอนนี้ขึ้นกับการบริหารต้นทุนของแบงก์ไหนจะเจ๋งจริงในการที่จะดึงราคาลงมา” กรรมการผู้จัดการ ธอส.กล่าว

นายฉัตรชัยกล่าวว่า สำหรับปีนี้ ธอส.ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 203,000 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกนี้คาดว่าจะปล่อยได้ 42,000-45,000 ล้านบาท

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...