โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

11 วิธีกำจัดเสมหะ เคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น

HonestDocs

อัพเดต 22 พ.ย. 2563 เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2563 เวลา 18.49 น. • HonestDocs
ไอมีเสมหะ เกิดจากอะไร? ไอมีเสมหะ เจ็บคอ มีน้ำมูก ไม่มีไข้ ตอนเช้า ตอนกลางคืน นอนไม่ได้ ทำอย่างไรดี? อ่านวิธีบรรเทาอาการไอมีเสมหะ คัดจมูก ที่ช่วยให้หายใจโล่งขึ้นที่นี่

เสมหะคืออะไร 

"เสมหะ" (Mucus) เป็นสิ่งเหนียวๆ คล้ายกับเจลเหลวที่อยู่ตามปอด คอ ปาก จมูก และโพรงอากาศในกะโหลกของคุณ ซึ่งถูกผลิตจากเยื่อในจมูกและโพรงอากาศในกะโหลกที่เรียกว่า "เยื่อเสมหะ" ร่างกายของคนเราจะสร้างเสมหะอยู่ตลอดเวลา 

แต่คุณอาจสังเกตเห็นหลังจากมีการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดธรรมดา โรคไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ หรือภูมิแพ้ และร่างกายของคุณอาจผลิตเสมหะมากขึ้นหากคุณสูบบุหรี่

ความสำคัญของเสมหะ

เสมหะอาจสร้างความรำคาญให้กับคุณเมื่อคุณป่วย และหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเสมหะเป็นของเสียในลำคอที่ต้องกำจัดให้หมดไป แต่ความจริงแล้ว เสมหะคือ สิ่งจำเป็นที่ทำให้สุขภาพของเราแข็งแรง และเป็นสิ่งปกติที่ร่างกายจะผลิตออกมา ซึ่งมีความสำคัญดังนี้ 

  • ช่วยป้องกันเนื้อเยื่อบริเวณปอด คอ จมูกและทางเดินโพรงอากาศในกะโหลกของคุณไม่ให้แห้งเกินไป 
  • ช่วยดักจับแบคทีเรีย สารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ เพื่อไม่ให้แพร่กระจายไปบริเวณอื่นๆ ของร่างกายได้ 
  • มีเอนไซม์ภูมิต้านทาน ที่จะช่วยในการถอนพิษแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดเสมหะมากในขณะล้มป่วย

โดยปกติแล้ว ร่างกายมักจะผลิตเสมหะมากถึง 1.5 ลิตรต่อวันแม้ในขณะที่คุณไม่ได้ป่วย และเมื่อคุณป่วยร่วมกับมีอาการแพ้เกิดขึ้นด้วย คุณจะสังเกตถึงความเหนียวข้นของเสมหะที่มากกว่าปกติ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เสมหะของคุณเหนียวข้นกว่าปกติในเวลาที่ป่วยนั้น เกิดมาจากเชื้อแบคทีเรีย หรือสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ไปสัมผัสกับเยื่อเมือกที่ผลิตเสมหะ ซึ่งเสมหะจะมีสารที่ชื่อว่า "ฮิสทามีน (Histamine)"

ซึ่งสารฮิสทามีนตัวนี้เมื่อไปสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียแล้ว ก็จะส่งผลให้เยื่อในทางเดินหายใจของคุณบวมและผลิตเสมหะออกมามากขึ้น 

ผลกระทบจากการมีเสมหะที่เหนียวข้นในปริมาณมาก จะทำให้คุณรู้สึกหายใจลำบากและกลืนอาหารลำบากขึ้น เพราะเสมหะจะไม่ไหลลงคอง่ายๆ และมักจะติดในคอและปอด อีกทั้งคุณอาจมีปัญหาน้ำมูกไหลลงคอ จาม เจ็บคอ คันจมูก และคัดจมูกได้

นอกจากนี้ การมีเสมหะยังเป็นสัญญาณบอกว่าเยื่อเมือกของคุณนั้นแห้งเกินไป หรืออาจเป็นผลจากสาเหตุดังนี้

  • สภาพแวดล้อมภายในมีความแห้ง (ซึ่งเกิดจากความร้อนหรือเครื่องปรับอากาศ)
  • ดื่มน้ำเปล่าหรือของเหลวอื่นๆ ไม่เพียงพอ
  • ดื่มเครื่องดื่มบางประเภท เช่น กาแฟ ชา หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียน้ำในร่างกาย
  • การรับประทานยาบางประเภท
  • สูบบุหรี่

สีของเสมหะ

หากคุณคิดว่าตนเองเป็นภูมิแพ้ หวัด หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ แพทย์อาจใช้วิธีประเมินปริมาณ ความเหนียวข้น และสีของเสมหะของคุณในการทำการวินิจฉัยโรค

  • เสมหะสีใส: เป็นสีของเสมหะเมื่อคุณมีอาการของโรคภูมิแพ้  
  • เสมหะสีเขียว มีความขุ่น หรือมีสีเหลืองอ่อน: คุณอาจป่วยด้วยโรคหวัด ซึ่งโรคนี้จะทำให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น และส่งเข้าไปในโพรงจมูกเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค โดยเซลล์เม็ดเลือดขาวจะมีสารที่ชื่อว่า "นิวโทรฟิล" (Neutrophils) ซึ่งสามารถทำให้เสมหะของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือเขียวได้ 
  • เสมหะสีแดง หรือน้ำตาล: เสมหะประเภทนี้มักเป็นสัญญาณบอกว่ามีเลือดอยู่ในเสมหะของคุณ โดยทั่วไปแล้ว การมีเลือดอยู่ในเสมหะมักเป็นผลมาจากความระคายเคือง และเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจแห้ง ซึ่งเกิดมาจากการถู เช็ด หรือสั่งน้ำมูกมากเกินไป การมีเลือดเล็กน้อยปะปนอยู่ในเสมหะไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล แต่หากคุณมีเลือดออกมากจนผิดปกติและอย่างต่อเนื่อง คุณควรรีบปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรง เช่น หลอดลมอักเสบ

11 วิธีกำจัดเสมหะ ให้ทางเดินหายใจโล่งยิ่งขึ้น

การเผชิญอากาศร้อนและเย็นสลับกันบ่อยๆ สามารถทำให้คุณเกิดอาการไอและมีเสมหะได้ หรือคุณอาจป่วยเป็นโรคหวัด ซึ่งเสมหะในลำคอบางครั้งก็สามารถสร้างความรำคาญ ทำให้หายใจไม่สะดวก 

อีกทั้งยังทำให้นอนหลับได้ยาก และยังทำให้คนรอบตัวไม่อยากเข้าใกล้คุณ เพราะเสมหะอาจทำให้น้ำเสียงของคุณเปลี่ยนไป และบ่งบอกถึงอาการป่วยติดเชื้อ ซึ่งการกำจัดเสมหะให้คุณหายใจได้โล่งขึ้นมีทางออกได้หลายวิธี โดยคุณอาจลองวิธีดังต่อไปนี้

1. พยายามขับน้ำมูกและเสมหะออกมา

ถึงแม้ว่าวิธีนี้อาจจะส่งเสียงดัง หรือฟังเสียงแล้วดูไม่น่าเข้าใกล้ไปหน่อย แต่การขับเสมหะออกมาเป็นวิธีการกำจัดเสมหะที่ดีที่สุด และอีกสิ่งที่ไม่ควรทำคือ อย่ากลืนเสมหะลงคอ เพราะอาจเป็นการนำเชื้อกลับเข้าสู่ระบบในร่างกายอีกครั้ง

นอกจากนี้ การกักเสมหะไว้ยามระคายคอ คัดจมูก หรือน้ำมูกไหลจะทำให้คุณรู้สึกอัดอัดได้ คุณควรพกกระดาษทิชชู่สักกล่องไว้ใกล้ๆ มือ เพื่อไว้ใช้เวลาขับน้ำมูกหรือเสมหะออกมา

2. ไอให้เสมหะออกมา

วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีเสมหะอยู่ในลำคอเท่านั้น เพราะถ้ามีเสมหะค้างอยู่ในปอด คุณจะกระแอมไอไม่ได้ สำหรับวิธีไอให้เสมหะออกมาคือ 

  • สูดลมหายใจเข้าทางจมูกให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ลมหายใจเข้าไปอยู่หลังเสมหะ โดยสังเกตจากทรวงอกที่ต้องขยายโดยไหล่ไม่ยก คอไม่ยืด แล้วกลั้นลมหายใจไว้สักครู่ 
  • จากนั้นไอให้แรงพอควร ซึ่งลมที่อยู่หลังเสมหะจะกระแทกกับเสมหะให้ขึ้นมาตามหลอดลม เมื่อเสมหะออกมาที่ปากแล้วให้ไปบ้วนทิ้งในที่ที่เหมาะสม

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น

เป็นอีกวิธีกำจัดเสมหะที่ทำได้ง่าย และมักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับวิธีแก้ปัญหาเรื่องเสมหะในหมู่ผู้ป่วยเป็นโรคหวัด เพราะการดื่มน้ำสะอาดในอุณหภูมิห้อง หรือดื่มน้ำอุ่นทุกชั่วโมงจะช่วยละลายเสมหะให้คลายความเหนียว และช่วยให้ร่างกายขับเสมหะออกมา พร้อมทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายไปด้วย

4. หาเครื่องดื่มอุ่นๆ มาดื่ม

นอกจากการดื่มน้ำในอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นแล้ว การดื่มน้ำขิงหรือน้ำซุปอุ่นๆ ก็ช่วยกำจัดเสมหะได้เช่นกัน เพราะอุณหภูมิน้ำที่สูงกว่าปกติจะช่วยละลายเสมหะในลำคอได้ดี

5. รับประทานอาหารรสชาติเผ็ดร้อน

หากคุณสามารถรับประทานอาหารรสเผ็ดได้ ให้ลองรับประทานอาหารรสชาติจัดจ้านดู เช่น แกงป่า ต้มยำ แกงเลียง ยำรสแซ่บ ส้มตำ หรือน้ำพริก เพราะสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบของอาหารเหล่านี้จะช่วยขับเสมหะ และช่วยเปิดทางให้ระบบหายใจคล่องตัวมากขึ้นได้ เช่น มะนาว มะแว้ง มะขามป้อม กระเทียม กระเจี๊ยบ สับปะรด และดีปลี แต่หากใครรับประทานอาหารรสเผ็ดไม่เก่ง ให้เปลี่ยนเป็นรับประทานแกงจืดร้อนๆ แทน

6. ใช้ไอน้ำช่วย 

การใช้ไอน้ำจะช่วยทำให้น้ำมูกและเสมหะในช่วงอก จมูก และคอแตกตัวออก ซึ่งจะทำให้เสมหะถูกขับออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น สำหรับวิธีทำคือ ต้มน้ำ 1 หม้อ ผสมกับน้ำมันยูคาลิปตัส 2-3 หยด จากนั้นก้มหน้าลงไปเหนือชามน้ำร้อน สูดหายใจเข้าเอาไอน้ำเข้าไปหลายๆ นาที นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้การอาบน้ำร้อนเพื่อช่วยให้น้ำมูกและเสมหะแตกตัวได้อีกด้วย

7. กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ

วิธีการคือ ใช้เกลือ 1/4 ช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้วใหญ่ผสมกันแล้วนำมากลั้วคอ ให้เงยหน้าขึ้นระหว่างที่กลั้วคอด้วย เกลือจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการอักเสบในลำคอ อีกทั้งน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะไปในตัวได้

8. ใช้ยูคาลิปตัสทา

การใช้สารจากยูคาลิปตัสในการลดการสร้างเสมหะนั้นมีมานานแล้ว โดยสามารถใช้ในรูปขี้ผึ้งหรือน้ำมันหอยระเหยก็ได้ เพียงทาที่บริเวณหน้าอกไอระเหยจะทำให้หายใจสดชื่น และเสมหะน้อยลง 

9. กลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก

ใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่น 1 ถ้วยผสมน้ำยาบ้วนปาก แล้วกลั้วคอไว้ 30 วินาที จากนั้นทำซ้ำอีกหลายๆ ครั้งต่อวัน วิธีนี้จะช่วยขจัดเสมหะที่ติดอยู่ในผนังของลำคอ และที่ทางเดินหายใจได้

10. หายใจเข้าออกลึกๆ

การหายใจเข้าและออกลึกๆ ติดต่อกัน 5-7 ครั้ง จะช่วยให้ถุงลมขยายใหญ่ขึ้นและฟีบลงสลับกัน โดยไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งยังช่วยให้ถุงลมที่มีเสมหะเกาะอยู่เคลื่อนตัว ทำให้เสมหะหลุดออกจากถุงลมและระบายสู่หลอดลมใหญ่ได้ง่าย

11. รับประทานขิง

เนื่องจากขิงใช้ในการรักษาโรคหวัดและไซนัสมานานหลายศตวรรษ เพราะมีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้ คุณสมบัติอีกอย่างที่เป็นที่รู้จักกันดีของขิงก็คือ ทำให้น้ำมูกที่เหนียวแตกตัวได้ โดยคุณอาจรับประทานขิงดิบ หรือขิงเชื่อมที่รสชาติไม่แรงมาก หรือจะขูดขิงสดลงในน้ำต้มเดือดแล้วทำเป็นชาสำหรับดื่มก็ได้ 

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android

👨‍⚕️⚕️👩‍⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id 

💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @hdcoth หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้

📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ

เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง

ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...