โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โบรกฯ ชี้ UPTRICK ฉุด SHORT SELL ลด- เปิดโผ 20 หุ้นยอด SHORT คงค้างลดลง

ทันหุ้น

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 03.50 น.

#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส เผยการบังคับใช้UPTRICK RULE เพื่อควบคุมเรื่อง SHORT SELLวานนี้วันแรก พบว่าส่งผลทำให้มูลค่าธุรกรรม SHORT SELL ปรับลดลงจากค่าเฉลี่ย 5.5 พันล้านบาท/วัน ลงมาอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท หรือลดลง 79% ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย ประเมินว่าการลดลงของธุรกรรม SHORT SELL น่าจะมีส่วนทำให้แรงกดดันต่อราคาหุ้นลดระดับลง แต่ในขณะเดียวกันที่ทำให้มูลค่าการซื้อขายของตลาดฯ ลดลงไปด้วย ซึ่งจากนี้ต้องหวังพึ่งการกลับมาของนักลงทุนในประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งผ่านกลไกของ TESG เกณฑ์ใหม่ และ วายุภักษ์ ที่จะเริ่มเห็นในไตรมาส 3/67

สำหรับปัจจัยแวดล้อมทางพื้นฐานยังให้ความสำคัญกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยยังเชื่อว่าเฟด น่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.67 ขณะที่ไทยคงไว้ที่เดิม ภาวะดังกล่าวน่าจะช่วยลดการไหลออกของเงินได้ระดับหนึ่ง

เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่มีมาตรการ UPTICK RULE ทุกหลักทรัพย์และกำหนดเกณฑ์หุ้นที่จะ SHORT SELLING จึงทำให้หุ้นข้างต้น มียอด SHORT คงค้างลดลงอย่างมีนัยฯ เมื่อเทียบกับยอด SHORT SELL(YTD) ทำให้มีโอกาสสูงที่จะลดความผันผวน และเป็นโอกาสทยอยสะสมสำหรับหุ้นพื้นฐานดีในหุ้นกลุ่มนี้ อาทิAOT, GULF, SCC, CPAXT, CPALL และ CPN เป็นต้น

-ต่างชาติสลับมาซื้อสุทธิเล็กน้อยในตลาดหุ้นไทย 338 ล้านบาท (หลังจากขายสุทธิติดต่อกันยาวนานถึง 27 วันทำการกว่า 5.16 หมื่นล้านบาท)

-ต่างชาติสลับมา LONG สุทธิ SET50 FUTURES 1,984 สัญญา (หลังจากขายสุทธิติดต่อกัน 3 วัน)

-โดยสัดส่วนการ SHORT SELL เหลือเพียง 3.7% ของมูลค่าซื้อขาย และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปีนี้ (YTD) ที่ 12.9%

- มูลค่าธุรกรรม SHORT SELL ลดลงเหลือ 1.2 พันล้านบาท ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยSHORT SELL ในปีนี้ (YTD) ที่ 5.5 พันล้านบาทต่อวัน หรือลดลงกว่า 79%

และเป็น % ที่ลดลงเท่ากับช่วงที่ใช้มาตรการ UPTICK ตอนเกิด COVID-19 พอดี

-ปริมาณการ SHORT SELL ผ่าน NVDR เหลือเพียง 392 ล้านบาท น้อยกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 1 เดือนกว่าๆ ที่ 3.1 พันล้านบาทต่อวัน หรือลดลงกว่า 87%

ทั้ง 5 ส่วนที่กล่าวมา แสดงให้เห็นถึง MOMENTUM ที่ต่างชาติชะลอการ SHORT SELL ปกติ และ SHORT ผ่าน NVDR รวมถึงขายสุทธิน้อยลง ที่สำคัญคือ เริ่มเห็น สัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนไทยในวันที่ 1 ก.ค. 24 ที่กลับมาเกินครึ่งหนึ่ง หรืออยู่ ที่ 55.3% มาจากนักลงทุนรายย่อยถึง 37.7% และกองทุน 8.7% ซึ่งคาดว่าสัดส่วน การซื้อขายของกองทุนจะค่อยๆเร่งตัวขึ้นหลังมีกองทุน THAIESG เข้ามา น่าจะหนุนให้ สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 11% - 13% เหมือนช่วงที่มีกองทุน LTF ในปี 2560 – 2563 ได้

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...