โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

'ปิงปอง ธงชัย' กับชีวิตในวงการบันเทิง ที่มีจุดให้ต้องพิสูจน์ตัวอยู่เสมอ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ก.ค. 2567 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 05.08 น.

‘ปิงปอง ธงชัย’ กับชีวิตในวงการบันเทิง ที่มีจุดให้ต้องพิสูจน์ตัวอยู่เสมอ

เมื่อนักแสดงอารมณ์ดี ‘ปิงปอง ธงชัย ทองกันทม’ ต้องมาร่วมเป็นหนึ่งในตำนานความฮารูปแบบใหม่ กับรายการLOL: Last One Laughing Thailand หัวเราะทีหลังปังกว่า ซึ่งเป็นออริจินัล ของ Prime video โดยจะสตรีมในทุกวันพฤหัสบดี มีทั้งหมด 6 ตอน ที่ดัดแปลงมาจากรายการคอมเมดี้ยอดนิยมระดับโลก โดยได้รับการผลิตและการสตรีมมามากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และยังต้องมาฟาดฟันมุขตลกกลั้นขำพร้อมกับ 10 คนดังสายฮาของเมืองไทย เพื่อให้เหลือรอดเป็นคนสุดท้ายในการแข่งขัน

ซึ่งงานนี้ ปิงปองก็ถึงกับออกปากว่า เล่นกันแบบสะใจ เล่นกันเต็มที่ แบบมุทะลุ และใส่สุดกันมาก เราใช้ชีวิตร่วมกันโดยที่จะมีเวทีเล็กๆ ข้างหน้า เพื่อเอาไว้เป็นลานโชว์กิจกรรม

“เป็นลานที่เอาไว้โชว์ความสามารถพิเศษที่เราเตรียมมา คือการแสดงของเรา คนละ 2 โชว์ แล้วเราค่อยจะสลับกันขึ้นไป ทุกครั้งที่มีโชว์ ทุกคนจะต้องดูโชว์นั้นด้วย ห้ามหนี และห้ามหันสายตาไปไหนและความยากคือนอกจะพยายามทำให้คนอื่นขำแล้ว ตัวเองก็ต้องห้ามขำไปด้วย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วละก็อาจจะได้ใบแดงและต้องออกจากการแข่งขันทันที”

“ไม่เคยเห็นรายการเรียลิตี้แบบนี้ในไทยเลย LOL เขาทำกันทุกหัวมุมโลก และเพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย เราเลยรู้สึกว่า โอ้โห เริ่ด ที่เราเป็นคนกลุ่มแรกที่เข้าไปในห้องนั้น” เพราะฉะนั้นแล้ว “มีเท่าไหร่ใส่ให้หมด นี่คือคำจำกัดความของ LOL” อยากจะรู้ว่าฮาแค่ไหนก็ต้องตามไปรับชมกับอีกหนึ่งผลงานของปิงปอง

และหากนับจากซีรีส์ ‘ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์’ ได้ออกอากาศ จนสร้างชื่อให้ปิงปองเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงก็กินเวลามานานกว่า 8 ปีแล้ว ที่เจ้าตัวก็ยอมรับว่า จากวันนั้นถึงวันนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป

“ปิงปองในวันนั้นกับปิงปองในวันนี้ก็ไม่เหมือนกัน เพราะเราต่างก็มีความรับผิดชอบมากขึ้น มีวินัยมากขึ้น และรับผิดชอบตัวเองได้มากขึ้น ถึงแม้ความเละๆ เทะๆ ความเป็นคนคึกคัก และคนที่ชอบทำให้การทำงานมีความสนุกยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ว่าคนเรานั้นก็ต้องมีการพัฒนาไปทุกวัน” โดยที่ผ่านมาการได้ก้าวเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง ทำให้ชีวิตมีความท้าทายมากขึ้น

“รู้สึกดีใจอยู่อย่างหนึ่ง เพราะในวงการบันเทิงทางเข้ามันเหมือนถ้ำ ถ้าได้เข้าไปแล้ว มันมีทั้งช่วงจังหวะที่เป็นลานโล่งกว้างเดินสบาย และก็มีทางที่เป็นจุดแคบ แล้วตัวเราอ้วน เราต้องมุดตัวลงไป มันมีทั้งจุดที่มีน้ำท่วมแล้วเราต้องดำน้ำ มันมีจุดที่พิสูจน์ใจว่าเราจะดำไปลึกขนาดไหน มีจุดให้เราเอาเชือกไปม้วน มันมีทุกจุดเลยที่เรารู้สึกว่ามันเป็นอีกเวิ้งหนึ่งที่เราช่างสนุกกับมันมากๆ มันเหมือนเราแหวกว่าย วนไป ค้นหา ดำเนินกับมันไม่รู้จบไม่รู้สิ้น แล้วเรารู้สึกชอบกับมันมากจริงๆ”

เพราะการเป็นนักแสดง คือความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเจ้าตัวจึงตอบด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความฝันว่า

”เราอยากจะเป็นดาราทุกวันเลย อยากเป็นนักแสดง และก็ยังสนุกกับตรงนี้อยู่”

“ถ้าถามว่าพรุ่งนี้มีความฝันอยากทำอะไร ก็รู้สึกว่าตรงนี้มันช่างสนุก และมีเรื่องให้ทำทุกวัน และแต่ละเรื่องที่ทำมันเป็นสิ่งที่ไม่ซ้ำซากจำเจเลย มันมีอะไรใหม่ๆ ให้เรียนรู้ ให้มีจุดมุ่งหมายทุกๆ วัน ว่าวันนี้เขาอยากได้อะไร วันนี้ทำคล้ายๆ กับเมื่อวาน แต่วันนี้ไม่ได้ทำแบบเมื่อวาน วันนี้มีขอเพิ่มนิดหน่อย หรือขอลดลง เพราะฉะนั้นชีวิตมันสนุกสนานกับวงการนี้ตลอดเลย เราช่างชอบวงการนี้มากๆ เลย”

ดังนั้นเจ้าตัวจึงพยายามที่จะรักษาคนที่อยู่รอบข้าง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และเอ็นจอยกับคนที่อยู่กับเขา เพื่อที่จะได้อยู่ในตรงนี้ได้ยาวนาน

นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าเขาเองก็มักจะทำคอนเทนต์คัฟเวอร์แฟชั่นที่เป็นไวรัลของดาราระดับประเทศไปจนถึงระดับโลก

ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยว่า พอมานั่งคิดแล้ว แฟชั่นมันเกี่ยวกับการสังเกต เราช่างสังเกตว่าคนนี้ชอบใส่อะไรแบบนี้ แล้วในรอบตัวเรานั้นมีแบบนั้นหรือไม่ อย่างเช่น ลิซ่าใส่ชุดสีเหลือง เราไม่มีผ้าสีเหลือง เราลองมองดูว่ามีอะไรคล้ายๆ กันไหม หรือเราอยากเป็นลาบูบู้ เราก็คิดว่าทำอย่างไรจะได้เป็นลาบูบู้ดี เพราฉะนั้นมันไม่ใช่ทักษะการเรียนจากมหาวิทยาลัย แต่มันเป็นทักษะความอยากได้ อยากมี และความสังเกตมากกว่า

“เชื่อไหม ว่าเราไม่เกี่ยงเลยว่าจะตั้งตารอใครเพื่อที่จะมาคัฟเวอร์ แต่แค่ขอให้การเป็นเขามันสะดุดใจเรา ที่ชอบทำลิซ่า เพราะลิซ่าเขาทำอะไรก็เป็นไอคอนตลอด เราก็รู้สึกว่าเราก็อยากเป็นแบบนั้น” อีกทั้งเจ้าตัวยังเผยว่าหลังจากนี้อยากจะทำคอนเทนต์เพิ่มอีก เพราะเรามีเรื่องให้เรียนรู้กับตัวเองมากไปเรื่อยๆ

พร้อมกับเปิดเผยอีกมุมหนึ่งของเจ้าตัวให้ฟังว่า ตนเป็นคนที่ดูมีเอ็นเนอร์จี้เยอะมากในตอนที่ออกสื่อ แต่กระนั้น ปิงปอง คนที่อยู่ในบ้านก็อาจจะมีพลังงานที่ลดลงไปจากเดิมบ้าง

”เราก็ทราบว่า คนจ้างงานต้องการอะไร จุดมุ่งหมายการขายของวันนี้เขาจ้างเราไปทำอะไร เราก็แค่ทำสิ่งนั้นได้อย่างสะใจและเป็นตัวเองสุดๆ แล้วเราก็อยู่กับคนรอบตัวได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร รับผิดชอบให้ใครไม่เดือดร้อนในเรื่องของเรา คิดว่าคือสิ่งที่เราต้องทำ”

“แต่พอกลับมาบ้าน เราก็ไม่ได้คึกคักอะไรขนาดนั้น แต่เราก็ไม่ได้แน่นิ่ง หรือไปด่าทอใคร เราก็เอ็นจอยในมุมที่เงียบ และเอ็นจอยในมุมที่สนุกทุกองศาของเรา”

ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่ามีรู้สึกเหนื่อยบ้าง แต่ก็จัดการกับความรู้สึกของตัวเองโดยการกลับมานั่งนิ่งๆ เพราะคิดว่าทุกคนย่อมมีจุดที่สบายเป็นของตัวเอง อาจจะได้ดื่มอะไรเย็นๆ สักแก้วนึง แล้วก็นั่งเหม่อ นั่งมองจิ้งจก ตุ๊กแกในบ้าน ก็รู้สึกสบายดีเหมือนกัน

“มันก็เป็นอีกแง่มุมที่คนจ้างเขาไม่ได้ต้องการสิ่งนี้ ดังนั้นเราก็แค่ทำของเราอยู่ที่บ้าน”

ทั้งนี้เจ้าตัวก็ยังได้เล่าถึงอีกหนึ่งความภาคภูมิใจในฐานะลูกว่าได้ซื้อบ้านให้คุณแม่ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในการตัดสินใจเรื่องใหญ่ในชีวิต และรู้สึกว่าตนเองได้ตัดสินใจถูกต้อง รวมถึงการตัดสินใจเข้ามาในวงการบันเทิง และตัดสินใจผ่าตัดให้กับคุณแม่ ที่ทำให้เขาสามารถเดินเหินได้สะดวกสบายกว่าเดิม

“แม่เขาก็ดีใจมาก คือเราอยู่ไหนก็ได้ เพราะเราปรัชญากับตัวเองว่า เราอยู่ไหนก็ได้ขอแค่อยู่กัน 3 คน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้าเราอยู่ด้วยกัน บ้านมันก็คือบ้าน บ้านมันไม่ได้แปลว่าต้องมีสิ่งปลูกสร้างที่มีเนื้อที่ใหญ่โต บ้านคือการที่เราอยู่ด้วยกัน ด้วยความอบอุ่นใจ แต่พอรู้สึกว่าเขาเป็นแม่คน เขาก็อยากมีบ้าน เราก็เลยอยากซื้อสิ่งปลูกสร้างที่มันดูเป็นบ้าน ซึ่งไม่ใช่คอนโดที่เป็นห้องเล็กๆ สี่เหลี่ยมจัตุรัส”

พร้อมกับให้แง่คิดว่า อย่าเพิ่งมองอนาคตเลยว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร เพราะสิ่งที่เราวางแผนไว้ เราไม่รู้ว่ามันจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ อยากให้ลองมองแค่ปัจจุบันก่อนว่าพรุ่งตื่นมาจะมีชีวิตรอดไหม ถึงแม้เราจะมีสิ่งที่วาดฝันไว้ แต่เราจะบอกได้ไหมว่าเราจะไปก่อนใคร

“เรามีความรู้สึกว่าอยากไปทีหลังแม่ แต่ว่าระหว่างที่เราพูดคุย หรือสัมภาษณ์อยู่ ของกินตรงหน้าเราก็ยังเป็นชีส เบคอน หรืออาหารแปรรูป รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่เราก็ยังรับประทานเข้าไป”

แต่ถึงอย่างไร ความฝันง่ายๆ ที่วาดไว้ ก็คืออยากจะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากจะใช้ชีวิตที่มันจอยๆ แล้วมีรายได้เข้าบ้าน แต่ธุรกิจนั้นต้องเป็นสิ่งที่เราชอบทำ อาจจะเป็นธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ที่มันมีรายได้เข้ามาอยู่เรื่อยๆ แล้วเราก็ไปเที่ยวรอบโลกได้

นี่คือความฝันง่ายๆ ในแบบของ..ปิงปอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ปิงปอง ธงชัย’ กับชีวิตในวงการบันเทิง ที่มีจุดให้ต้องพิสูจน์ตัวอยู่เสมอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...