โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ยาโอบิคุนิ” ตำนานภิกษุณี 800 ปีและเนื้อเงือกยาอายุวัฒนะญี่ปุ่น

conomi

อัพเดต 22 มี.ค. 2567 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

เรารู้ดีว่าความตายเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น แต่มนุษย์เราก็ยังปรารถนาและแสวงหาชีวิตอันเป็นนิรันดร์มาโดยตลอด สะท้อนให้เห็นได้จากนิทานพื้นบ้านและเรื่องราวต่างๆ ทั่วโลก ที่มักหยิบยกความปรารถนานี้ขึ้นมาเป็นแก่นเรื่องอยู่เสมอ จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีวันแก่? ในบทความนี้จะชวนทุกคนมารู้จักกับคนญี่ปุ่นคนหนึ่งในเรื่องเล่าเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ว่ากันว่าได้พรแห่งชีวิตยืนยาวนั้นมาครอบครอง!

เปิดตำนาน “ยาโอบิคุนิ” ภิกษุณีผู้เป็นอมตะ

Mermaid Terrace จังหวัดฟุคุอิ ที่มีรูปปั้นนางเงือกในตำนาน

“ยาโอบิคุนิ” เป็นบุคคลในตำนานที่ถูกเล่าขานกันทั่วเกาะญี่ปุ่น เธอเป็นภิกษุณีที่ทานของวิเศษซึ่งว่ากันว่าเป็นเนื้อเงือกเข้าไป ทำให้เธอไม่มีวันแก่และตาย ว่ากันว่าเธอมีอายุยืนยาวถึง 800 ปีโดยมีหน้าตาเหมือนสาวรุ่น ผิวเต่งตึงไม่ต้องพึ่งโบท็อกซ์อยู่ตลอด! โดยวัฒนธรรมญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าเงือกคือสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะ และใครก็ตามที่ได้กินเนื้อเงือกเข้าไปจะไม่มีวันตาย! แต่เงือกในความเชื่อญี่ปุ่นไม่ได้มีครึ่งล่างเป็นปลา และครึ่งบนเป็นคนเหมือนแอเรียลหรือนางสุพรรณมัจฉา แต่มีตัวเป็นปลาและมีหัวเป็นคน หน้าตาตามภาพด้านล่างเลยค่ะ (ใครจะกินใครกันแน่!?)

ชื่อ “ยาโอบิคุนิ (八百比丘尼)” ประกอบด้วยคำว่า“ยาโอ (八百)” หมายถึง 800 และคำว่า “บิคุนิ (比丘尼)” หมายถึง ภิกษุณี จึงแปลตรงตัวเป็นไทยได้ว่า “ภิกษุณีผู้มีอายุ 800 ปี” แต่นอกจากนี้ยังอ่านชื่อได้อีกแบบคือ “ฮัปเบียคุบิคุนิ (八百比丘尼)” ที่มีความหมายเดียวกัน ตำนานภิกษุณีผู้นี้และความเชื่อเรื่องยาอายุวัฒนะนี้ถูกดัดแปลงและนำเสนอทางสื่อเกม อนิเมะ และมังงะมากมายหลายเรื่อง แต่ตำนานฉบับออริจินอลนั้นเล่าสั้นๆ ว่า…

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งได้รับคำเชิญจากคนแปลกหน้าให้ไปทานอาหารที่บ้าน ระหว่างรออาหาร ชายคนนั้นบังเอิญผ่านไปที่ครัวและเห็นวัตถุดิบประหลาดวางอยู่บนเขียง มันเป็นปลาที่มีหัวเป็นคน! ใช่แล้ว มันคือเงือก! ชายคนนั้นรู้ดีว่า เขาต้องกินเมนูพิสดารนั้น จึงอ้างว่าจะเก็บกลับไปกินที่บ้านแทน ชะตากรรมจึงตกมาที่ลูกสาวของเขา เพราะเธอดันกินเนื้อเงือกนั้นไปโดยไม่รู้ตัว! ทำให้หญิงสาวได้ชีวิตอมตะไม่แก่ไม่ตายตั้งแต่นั้นมา เธอใช้ชีวิตมายาวนาน มองดูความตายมาพรากคนที่เธอรักไปคนแล้วคนเล่า เธอจึงตัดสินใจออกบวชชีและเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น จนสุดท้ายเธอก็ได้มาถึงเมืองวากาสะ จ.ฟุคุอิ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ที่เธอได้นั่งสมาธิบำเพ็ญพรตจนถึงแก่ชีวิตตามความเชื่อของนิกายเซ็น เชื่อกันว่าสถานที่ที่เป็นวาระสุดท้ายของภิกษุณีอมตะคือ ถํ้าภายในวัดคูอินจิ (空印寺, Kuinji-temple) เมืองวากาสะนั่นเอง”

ตำนานภิกษุณีผู้เป็นอมตะ x อุราชิมะทาโร่

ยาโอบิคุนิ - อุราชิมะทาโร่

ตำนานนี้แพร่ไปทั่วประเทศโดยเฉพาะในจังหวัดอิชิกาว่า จังหวัดฟุคุอิ และจังหวัดกิฟุ ทำให้รายละเอียดเนื้อเรื่องมีเวอร์ชั่นที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ขอยกตัวอย่างตำนานในมัลติเวิร์สของจังหวัดกิฟุ เพราะเรื่องราวไปผสมกับเรื่อง “อุราชิมะทาโร่” ที่เล่าเรื่องราวของชาวประมงหนุ่มจิตใจดีที่ช่วยชีวิตเต่า เลยได้รับทริปเที่ยววังมังกรใต้ทะเลเป็นการตอบแทนบุญคุณ

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายชื่อ “จิโรเบ” เปิดร้านขายสาเกอยู่ในหมู่บ้าน วันหนึ่งมีเด็กชายเดินมาที่ร้านและขอให้จิโรเบเติมสาเก 18 ลิตรลงในนํ้าเต้าลูกเล็กๆ ที่พกมา จิโรเบได้แต่คิดในใจว่า “นํ้าเต้าลูกเล็กแค่นั้น จะไปใส่สาเกตั้ง 18 ลิตรเข้าหมดได้ยังไง?” และแล้วความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เพราะนํ้าเต้าลูกเล็กๆ นั้นสามารถรับปริมาณสาเกได้ทั้งหมด! หลังจากแสดงอภินิหาร เด็กชายก็ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่าตนเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแม่นํ้า และขึ้นมาบนบกเพื่อเอาสาเกไปใช้ในงานเทศกาลที่วังมังกร (วังบาดาลใต้นํ้าตามตำนานญี่ปุ่น) เด็กชายตอบแทนสาเกของจิโรเบด้วยการเชิญเขาเข้าร่วมเทศกาล ขากลับจิโรเบได้รับกล่องจากเจ้าหญิงแห่งวังมังกร แน่นอนว่าไม่ใช่กล่องธรรมดา เพราะเป็นกล่องวิเศษที่ทำให้สามารถฟังภาษาสัตว์และแมลงได้ แต่มีข้อแม้คือห้ามเปิดกล่อง เพราะถ้าเปิดกล่องแล้วจิโรเบจะต้องตาย! จิโรเบก็รักษากฏนั้นมาตลอด จนวันหนึ่งที่เขาไม่อยู่บ้าน ลูกสาวของจิโรเบได้เปิดกล่องวิเศษนั้นออก ทำให้จิโรเบต้องตาย ในกล่องวิเศษนั้นมีเงือกตัวน้อยซ่อนอยู่ และเงือกน้อยตัวนั้นก็ถูกลูกสาวของจิโรเบเขมือบลงท้องไป หลังจากนั้นลูกสาวของจิโรเบก็อาศัยอยู่ที่ริมแม่นํ้ามาเสะ (馬瀬川, Maze-gawa) จ.กิฟุมาอย่างยาวนานกว่า 800 ปี”

View this post on Instagram

A post shared by riverruns181 (@riverruns_tkmt)

เมืองวากาสะที่ภิกษุณีผู้เป็นอมตะมาเสียชีวิต พ้องเสียงกับคำว่า “ความเยาว์วัย” ในภาษาญี่ปุ่น และเป็นการเล่นคำที่แฝงความหมายให้ได้ไปขบคิดต่อ ประกอบกับความเชื่อที่ว่ากันว่าถ้ากินอาหารจากต่างโลกแล้วจะกลับมาโลกแห่งความเป็นจริงในปัจจุบันไม่ได้อีก ความเชื่อนั้นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนเชื่อว่าเนื้อเงือกเป็นอายุวัฒนะ อ่านแล้วอยากลองทานดูไหมคะ? กินเนื้อเงือกหนึ่งครั้งประหยัดค่าโบท็อกซ์ตลอดไป ฟังดูเป็นเงื่อนไขที่คุ้มค่านะคะ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าภิกษุณีรูปนั้นรู้ถึงสรรพคุณแสนวิเศษนี้ ท่านจะฉันมันหรือไม่?

สรุปเนื้อหาจาก: wikipedia , kotobank

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...