โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วีซ่าฟรีดันไทยแห่เที่ยวจีน พุ่ง 3 เท่าไล่บี้ญี่ปุ่น-แอร์ไลน์เพิ่มไฟลต์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มี.ค. 2567 เวลา 22.59 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2567 เวลา 22.59 น.

วีซ่าฟรีไทย-จีนหนุนคนไทยแห่เที่ยวนอก เผยตัวเลขคนไทยเที่ยวจีนเพิ่ม 3 เท่าตัว บริษัททัวร์เอาต์บาวนด์คึกคัก แพ็กเกจเที่ยวจีนช่วงวันหยุดสงกรานต์ขายล่วงหน้าเกลี้ยง ชี้กระแสตอบรับดีเกินคาด ฝั่งจีนไกด์ไม่พอ โรงแรมเริ่มแน่น มั่นใจไตรมาส 3 นี้ตัวเลขไปจีนพุ่งแซงหน้าญี่ปุ่น “การบินไทย-แอร์เอเชีย” ขยับเพิ่มไฟลต์รองรับ ผลสำรวจพบ “เสฉวน-ยูนนาน-ปักกิ่ง-หูหนาน-เซี่ยงไฮ้” ท็อป 5 เดสติเนชั่นฮอตฮิต ราคาแพ็กเกจแค่ 2-3 หมื่นบาท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงผลจากการเปิดวีซ่าฟรีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมาว่า จากข้อมูลของ Trip.com Group ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ซึ่งเป็นวันแรกในการให้วีซ่าฟรีระหว่าง 2 ประเทศ (ไทย-จีน) มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 30%

ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปประเทศจีนนั้นเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นกว่า 160% เมื่อเทียบกับปี 2562 และมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว สะท้อนถึงความนิยมของประเทศจีนในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย ในทางกลับกันตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นตลาดสำคัญที่สูงสุดอันดับ 1 ของประเทศไทย

ทัวร์สงกรานต์ขายเกลี้ยง

นายธนพล ชีวรัตนพร อุปนายกสมาคม TTAA และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด และบริษัท แตงโม ทัวร์ จำกัด บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ทัวร์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่รัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนใช้มาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่าฟรี) ระหว่างกันตั้งแต่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยไปจีนเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 1 เท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2562

รวมถึงตัดสินใจเดินทางง่ายขึ้น ไม่ต้องวางแผนล่วงหน้าเป็นเวลานานเหมือนที่ผ่านมา ประกอบกับการขายในปัจจุบันเป็นการขายแพ็กเกจในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ยิ่งทำให้ได้รับการตอบรับดีเกินคาด

“ตอนนี้ผู้ประกอบการนำเที่ยวที่ทำตลาดเอาต์บาวนด์คึกคักกันพอสมควร ของผมเองตอนนี้แพ็กเกจทัวร์ในช่วงสงกรานต์ก็ขายออกไปหมดแล้ว โดยเดสติเนชั่นที่ขายดีคือ คุนหมิง เฉิงตู และฉางชา ซึ่งระดับราคาก็ยังสามารถทำราคาที่ดีได้อยู่ กล่าวคือ ประมาณ 20,000-30,000 บาทสำหรับแพ็กเกจทัวร์ที่ไม่มีช็อปปิ้ง” นายธนพลกล่าว

ไกด์ไม่พอ-โรงแรมเริ่มแน่น

นายธนพลกล่าวว่า กระแสการตอบรับในช่วงที่ผ่านมาถือว่าดีเกินคาด ผู้ประกอบการนำเที่ยวในฝั่งจีนเองก็ไม่คิดว่าตลาดจะดีขนาดนี้ ทำให้เตรียมความพร้อมรับมือไม่ทัน ปัจจุบันเริ่มเห็นปรากฏการณ์ไกด์นำเที่ยวไม่เพียงพอ เนื่องจากไกด์เดิม ๆ บางส่วนได้ออกไปทำธุรกิจอื่น และสร้างใหม่ขึ้นมาทดแทนไม่ทัน รวมถึงโรงแรมห้องพักก็เริ่มหนาแน่นขึ้นด้วย

ขณะที่ที่นั่งสายการบินในขณะนี้ยังกลับมาไม่เต็มที่ เนื่องจากตลาดคนจีนมาเที่ยวไทยยังเป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) และกลุ่มอินเซนทีฟเป็นหลัก ส่วนกลุ่มทัวร์ซีรีส์ (แพ็กเกจทัวร์) ยังไม่กลับมา อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าสายการบินทั้งในฝั่งจีนและฝั่งไทยจะเพิ่มเส้นทางและความถี่มากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้

“ส่วนตัวผมมองว่าแนวโน้มคนไทยเที่ยวจีนจะดีต่อเนื่อง เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูงกว่าทุกประเทศ และมากกว่าญี่ปุ่น เพราะจีนเขามีมาตรฐาน และคาดว่าจำนวนคนไทยออกไปเที่ยวจีนจะแซงหน้าจำนวนคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ในช่วงไตรมาส 3 นี้เช่นกัน” นายธนพลกล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม หากรวมทั้งปียังเชื่อว่าปีนี้ตลาดญี่ปุ่นจะยังเป็นตลาดอันดับ 1 ที่คนไทยไปเที่ยวมากที่สุดที่ประมาณ 1.2 ล้านคน ส่วนจีนคาดว่าจะมีจำนวนที่ราว 900,000-1,000,000 คน

คาดตลาดจีนเทียบชั้นญี่ปุ่น

ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัททัวร์เอาต์บาวนด์อีกรายหนึ่งที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มั่นใจว่าจำนวนคนไทยไปเที่ยวจีนในปี 2567 นี้จะมีจำนวนประมาณ 1,000,000-1,200,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีจำนวนประมาณ 600,000 คน และมีจำนวนใกล้เคียงกับคนไทยเที่ยวญี่ปุ่นที่คาดว่าจะมีจำนวน 1,200,000 คน

“เชื่อว่าหลังจากที่จีนให้วีซ่าฟรีกับไทย ตลาดคนไทยไปเที่ยวจีนจะโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ดีมากในช่วงวิกฤตโควิด ที่สำคัญเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แมนเมด แหล่งช็อปปิ้ง แหล่งมรดกโลก ฯลฯ รวมถึงต้นทุนการเดินทางที่ไม่สูงจนเกินไป หรือเฉลี่ยอยู่ที่ราว 20,000-30,000 บาทเท่านั้น” แหล่งข่าวกล่าว

“การบินไทย-แอร์เอเชีย” เพิ่มไฟลต์

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายกรกฎ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับตลาดจีนนั้น ในตารางบินฤดูร้อนที่จะเริ่มปลายเดือนมีนาคมนี้ การบินไทยมีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางสู่จีนรวม 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยเพิ่มความถี่เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาด

โดยเพิ่มความถี่ในเส้นทางกรุงเทพฯ-ปักกิ่ง จากจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เส้นทางกรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้ จากจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เส้นทางกรุงเทพฯ-เฉิงตู จากจำนวน 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเส้นทางกรุงเทพฯ-คุนหมิง จากปัจจุบันจำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

เช่นเดียวกับสายการบินไทยแอร์เอเชียที่มีแผนเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางที่มีดีมานด์สูงเช่นกัน อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ-ปักกิ่ง จากปัจจุบันที่ให้บริการเส้นทางบินสู่จีนรวม 11 เส้นทาง ประกอบด้วย เซี่ยงไฮ้ (ทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ) กว่างโจว เสิ่นเจิ้น เฉิงตู ฉางชา คุนหมิง ฉงชิ่ง ซีอาน หางโจว อู่ฮั่น และซัวเถา

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า การลงนามความตกลงวีซ่าฟรีไทย-จีน ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา เป็นตัวกระตุ้นการเดินทางและเศรษฐกิจท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี

แหล่งข่าวจากสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ทำแคมเปญต้อนรับมาตรการวีซ่าฟรีของทั้ง 2 ประเทศ บินตรงจากกรุงเทพฯ (ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ) สู่จีน ราคารวมเที่ยวเดียวเริ่มต้นที่ 2,490 บาทไปรอบหนึ่งแล้ว

“ที่ผ่านมาคนจีนเข้าไทยมีจำนวนเยอะอยู่แล้ว ตอนนี้คนไทยไปจีนเพิ่มขึ้นสูงขึ้นก็จริง แต่ฐานที่ผ่านมายังน้อย เพราะมีข้อจำกัดเยอะมาก เราจึงต้องเพิ่มอย่างระมัดระวังและมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด” แหล่งข่าวกล่าว

“เสฉวน-ยูนนาน-ปักกิ่ง” ฮอต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากรายงานของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ซึ่งรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ DXT360 ฟังเสียงในสังคมออนไลน์ (Social Listening) และนำมาวิเคราะห์ในช่วงวันที่ 1 มกราคม-20 กุมภาพันธ์ 2567 ระบุว่า จากการโปรโมตของบริษัททัวร์ พบว่ามณฑลของจีนที่เป็นที่นิยมมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ เสฉวน 15.95% ยูนนาน 14.27% ปักกิ่ง 12.32% หูหนาน 12.06% เซี่ยงไฮ้ 9.08% และอื่น ๆ

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่บริษัททัวร์นำมาโปรโมตในโปรแกรมท่องเที่ยวมากที่สุดในมณฑลเสฉวนคือ อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว รองลงมาคือ อุทยานหวงหลง หรือหุบเขามังกรเหลือง หมีแพนด้ายักษ์ปีนตึก วัดต้าฉือ และภูเขาสี่ดรุณี

ส่วนมณฑลยูนนาน เมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเด่น เช่น เมืองคุนหมิง เมืองลี่เจียง เมืองต้าหลี่ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่บริษัททัวร์นำมาโปรโมตในโปรแกรมท่องเที่ยวมากที่สุดคือ ภูเขาหิมะมังกรหยก รองลงมาคือ เมืองโบราณลี่เจียง ทะเลสาบไป๋สุ๋ยเหอะ ช่องแคบเสือกระโจน เมืองโบราณแชงกรีลา ฯลฯ

ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวที่บริษัททัวร์นำมาโปรโมตในโปรแกรมท่องเที่ยวมากที่สุดในปักกิ่งคือ กำแพงเมืองจีน รองลงมาคือ จัตุรัสเทียนอันเหมิน พระราชวังต้องห้าม หอฟ้าเทียนถาน วัดลามะ และยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ

ส่วนมณฑลหูหนาน อยู่ทางภาคกลางของจีน สถานที่ท่องเที่ยวที่บริษัททัวร์นำมาโปรโมตในโปรแกรมท่องเที่ยวมากที่สุดคือ อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย เขาเทียนเหมินซาน หรือประตูสวรรค์ หุบเขาอวตาร เมืองโบราณเฟิ่งหวง และล่องเรือแม่น้ำถัวเจียง

สำหรับนครเซี่ยงไฮ้สถานที่ท่องเที่ยวที่บริษัททัวร์นำมาโปรโมตในโปรแกรมท่องเที่ยวส่วนใหญ่คือ เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ หอไข่มุก ทะเลสาบซีหู หาดไว่ทาน หรือหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ และล่องเรือทะเลสาบหนานหู

ขายแพ็กเกจทัวร์ 2-3 หมื่นบาท

นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า จากการสำรวจวิเคราะห์ข้อมูลการเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวในประเทศจีนทางโซเชียลมีเดีย พบว่าบริษัททัวร์ส่วนใหญ่มักนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวใน 2 ช่วงราคาคือ ระดับช่วงราคาตั้งแต่ 16,000-20,000 บาท และช่วงราคา 26,000-30,000 บาท และมีทัวร์ไพรเวตที่มีราคามากกว่า 50,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการโปรโมตผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียมากนัก โดยจะเน้นการสื่อสารในช่องทาง LINE Official เนื่องจากเป็นระดับ Exclusive ที่มักเสนอขายให้แก่ผู้ติดตาม

โดยทริปท่องเที่ยวยอดนิยมที่บริษัททัวร์ส่วนใหญ่จัดทำแพ็กเกจทัวร์เสนอขายนักท่องเที่ยวไทยคือ ทริป 5 วัน 4 คืน รองลงมา 4 วัน 3 คืน และ 6 วัน 5 คืน ตามลำดับ ซึ่งราคาแพ็กเกจจะผันแปรไปตามจำนวนคืนที่เข้าพักในโรงแรม และสายการบินถูกเรียกใช้บริการ โดยเหมารวมกับแพ็กเกจทัวร์มากที่สุดคือ แอร์ไชน่า รองลงมาคือ ไทยเวียตเจ็ท และไทยแอร์เอเชีย

เที่ยวบินจีนเข้าไทย 6.6 ล้านที่นั่ง

รายงานข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-10 มีนาคม 2567 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้ว 7.42 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจีนยังครองจำนวนสูงสุดอันดับ 1 จำนวน 1.36 ล้านคน และคาดว่าปีนี้ทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวจีนรวมประมาณ 7.3 ล้านคน

โดยจากการมอนิเตอร์ข้อมูลประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พบว่ามีจำนวนเที่ยวบินบินออกจากจีนจำนวน 40 พื้นที่สู่ 4 ท่าอากาศยานหลักของไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานเชียงใหม่ จำนวน 4,467 เที่ยวบิน รวม 828,544 ที่นั่ง

ทั้งนี้ คาดว่าตลอดทั้งปี 2567 นี้จะมีจำนวนที่นั่งสายการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าประเทศไทยประมาณ 6.6 ล้านที่นั่ง แบ่งเป็นไตรมาส 1 จำนวน 2.97 ล้านที่นั่ง ไตรมาส 2 จำนวน 1.27 ล้านที่นั่ง ไตรมาส 3 จำนวน 1.26 ล้านที่นั่ง และไตรมาส 4 จำนวน 1.10 ล้านที่นั่ง (ดูตารางประกอบ)

ไทยเที่ยวนอกปีนี้ 8-10 ล้านคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) กล่าวว่า สมาคมคาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดทัวร์เอาต์บาวนด์ หรือคนไทยเที่ยวต่างประเทศในปี 2567 จะมีจำนวนประมาณ 8-10 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% เมื่อเทียบกับปี 2566 และกลับมาใกล้เคียงกับปี 2562 ก่อนโควิดระบาดที่มีประมาณ 10-11 ล้านคน

โดยจุดหมายปลายทางที่คนไทยนิยมไปเที่ยวต่างประเทศสำหรับปีนี้ยังคงเป็นญี่ปุ่น และมีอัตราการเดินทางซ้ำสูงมาก ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง โดยคาดว่าปี 2567 จะมีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นราว 1.2-1.5 ล้านคน ใกล้เคียงหรือดีกว่าปี 2562 ที่มีประมาณ 1.3 ล้านคน และสูงกว่าปี 2566 ที่ผ่านมาที่มีประมาณ 1 ล้านคน รองลงมาคือ จีน ที่คาดว่าจะมีจำนวนที่ประมาณ 800,000-1,000,000 คน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วีซ่าฟรีดันไทยแห่เที่ยวจีน พุ่ง 3 เท่าไล่บี้ญี่ปุ่น-แอร์ไลน์เพิ่มไฟลต์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...