โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลุ้น 'เศรษฐา' เคาะ 'ภาษีที่ดิน 2567' เศรษฐีแห่ทำเกษตร ย้ายบ้านเลี่ยงจ่ายแพงอื้อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.ย 2566 เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2566 เวลา 09.08 น.

ลุ้น ‘เศรษฐา’ เคาะ ‘ภาษีที่ดิน 2567’ เศรษฐีแห่ทำเกษตร ย้ายบ้านเลี่ยงจ่ายแพงอื้อ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังจากที่อัตราจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันจะสิ้นสุดในปี 2566 สำหรับการจัดเก็บในปี 2567 คงต้องรอดูนโยบายนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะกำหนดอัตราการจัดเก็บเท่าไหร่ จะเป็นอัตราชนเพดาน หรือยังใช้อัตราเดิมแต่เก็บ 100% หรือมีอัตราลดหย่อนให้เหมือนทุกปี ซึ่งกระทรวงการคลังต้องแจ้งอัตราการจัดเก็บในเดือนมกราคม 2567 ส่วนการที่จะยกเลิกภาษีที่ดินฯและกลับไปใช้ภาษีโรงเรือนและที่ดินเหมือนเดิมคงไม่ง่ายและทำให้ฐานภาษีสั่นคลอน

แห่ทำเกษตร-ย้ายที่อยู่เลี่ยงภาษีแพง

“ปี 2566 พบว่ามีการเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินจากรกร้าง เป็นที่ดินเกษตรกรรมจำนวนมากกว่า 50% เพราะจ่ายถูกกว่าอัตราที่ดินรกร้าง ซึ่งเรียกว่ามีการเลื่อนไหลการใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้เก็บภาษีได้น้อยลง รวมถึงมีการย้ายที่อยู่อาศัยเพื่อให้เข้าเกณฑ์ยกเว้นภาษีบ้านหลังแรกไม่เกิน 50 ล้านบาท ด้านการเก็บภาษีจากธุรกิจอพาร์ตเมนต์ก็ลดลงอย่างน่าใจหายเป็น 1,000 เท่า เช่น จากเดิมเก็บตามภาษีโรงเรือน ที่เก็บในอัตรา 12.5% ต่อปี เคยเก็บได้ 200,000 บาท เหลือ 2,000 บาท เป็นต้น อยากให้รัฐบาลใหม่ทบทวนภาษีที่ดินใหม่ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เช่น กรณียกเว้นบ้านหลังแรก 50 ล้านบาท ในกรุงเทพฯ มีแค่ 10 รายเท่านั้น ควรจะกำหนดให้เหลือ 10-15 ล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว

รฟท.ค้างจ่ายกว่า 370 ล้าน

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับผลการจัดเก็บภาษีที่ดินปี 2566 จากที่แจ้งประเมินไป 14,000 ล้านบาท มียอดชำระแล้ว 11,266 ล้านบาท และยังไม่จ่ายอีกประมาณ 3,370 ล้านบาท ส่วนเช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งแต่รอบปี 2565-2566 มียอดรวมกว่า 370 ล้านบาท เพราะมีการยื่นอุทธรณ์ ส่วนอื่นๆ อาจเป็นเพราะจดหมายถูกตีกลับจึงยังไม่มาชำระตามกำหนด คงต้องมีการตรวจสอบต่อไป

ธุรกิจจัดการที่ดินบูมคาดสิ้นปีทะลัก

นายบุญชู พรหมสอน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเวอร์ทีม จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีลูกค้าติดต่อให้ไปปรับพื้นที่และปลูกพืชตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้เสียภาษีในอัตราที่ดินเกษตรกรรมอัตรา 0.01-0.1% อย่างต่อเนื่องแต่ไม่หวือหวาเหมือนช่วงแรกๆ ส่วนใหญ่เป็นที่ดินมรดกและเป็นแปลงเล็ก โดยอยู่ในพื้นที่ในเมืองที่ราคาประเมินที่ดินสูง เพื่อลดภาระภาษี โดยบริษัทคิดค่าบริการ ถ้าเป็นที่ดินสมบูรณ์ ปลูกอย่างเดียวตกไร่ละ 30,000 บาท ถ้าต้องเคลียร์พื้นที่และปลูกด้วยไร่ละ 70,000 บาท พร้อมบริการดูแลและตัดต้นไม้ให้ โดยพืชที่นิยมปลูก เช่น มะพร้าว เพราะกฎหมายกำหนดให้ปลูกแค่ 20 ต้นต่อไร่ และมะม่วง

“ส่วนใหญ่เจ้าของที่ดินจะกระตือรือร้นช่วงใกล้เสียภาษี คือ ต้นปี ดังนั้นในรอบภาษีปี 2567 จะเริ่มคึกคักตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ เพราะตามเกณฑ์การเสียภาษีจะต้องปลูกก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ถ้าทำหลังจากนี้จะไม่ได้สิทธิ ต้องเสียอัตราที่ดินรกร้าง ปัจจุบันลูกค้าเรามีเป็นเจ้าสัวประมาณ 10% นักธุรกิจ 50% เจ้าของมรดก 40% และปัจจุบันคนที่ไม่อยากรับภาระภาษีหรือดูแลที่ดิน จะมีนำมาปล่อยเช่ามากขึ้น” นายบุญชูกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอัตราภาษีจัดเก็บในปัจจุบันจะครบกำหนดในปี 2566 ได้แก่ 1.ที่ดินเกษตรกรรมจัดเก็บ 0.01-0.1% 2.ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยจัดเก็บ 0.02-0.1% 3.ที่ดินอื่นๆ เช่น การพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม จัดเก็บ 0.3-0.7% และ 4.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จัดเก็บ 0.3-0.7%

ส่วนอัตราเก็บเต็มเพดานที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ ที่ดินเกษตรกรรมไม่เกิน 0.15% หรือเพิ่ม 15 เท่า จากล้านละ 100 บาท เป็นล้านละ 1,500 บาท, บ้านพักอาศัยไม่เกิน 0.3%, ที่ดินอื่นๆ และที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่เกิน 1.2%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...