โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SNNP เด้ง 2% ปักธงรายได้ปีนี้โต 15% ลุยขยายตลาดไทย-ต่างประเทศ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 03.44 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (28 พ.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ณ เวลา 10:30 น. อยู่ที่ระดับ 10.70 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 1.90% สูงสุดที่ระดับ 10.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 0.45 ล้านบาท

นายฐากร ชัยสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SNNP เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2568 ยังคงเติบโต แต่ไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งมีผลกระทบกับตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกัน สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่มีฝนตกเร็วขึ้น ทำให้จำนวนคนเข้าซื้อสินค้าของร้านค้าลดลง

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตในปี 2568 ของรายได้รวมไว้ที่ 15% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 5,983.42 ล้านบาท แม้ภาพรวมรายได้ในไตรมาส 1/2568 จะเติบโตเพียง 3% อยู่ที่ 1,496.35 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสัดส่วนรายได้ในปี 2568 คาดว่าจะมาจากรายได้จากการขายภายในประเทศ 75% และรายได้จากยอดขายต่างประเทศ 25%

ขณะที่ประเมินภาพรวมรายได้จากการขายภายในประเทศในปี 2568 จะสามารถเติบโตได้ที่ 10% จากปีก่อน ซึ่งปัจจุบัน SNNP มีการขายผ่านโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) สัดส่วน 60% และเจเนอรัล เทรด (General Trade) คือช่องทางการจัดจำหน่ายแบบดั้งเดิมที่ครอบคลุมร้านค้าปลีกหลากหลายประเภท สัดส่วน 40%

ส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศในปี 2568 จะสามารถเติบโตที่ 25% จากปีก่อน โดยประเทศที่สร้างรายได้หลักมาจากประเทศเวียดนาม ซึ่งมีสัดส่วนที่ประมาณ 40% ของรายได้จากการขายต่างประเทศ อีกทั้งยังมีกลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา ลาว เมียนมา) ซึ่งมีสัดส่วนที่ประมาณ 30% ของรายได้จากการขายต่างประเทศ ส่วนที่เหลือมาจากประเทศอื่น ๆ

นายฐากร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์สินค้าที่แข็งแกร่ง ทั้ง Jele (เจเล่), เบนโตะ (Bento), เมจิกฟาร์ม และโลตัส เป็นต้น ซึ่งบริษัทมีนโยบายออกสินค้ารสชาติใหม่ ๆ ในแบรนด์ดั้งเดิมเหล่านี้ อย่างน้อยปีละ 1 รสชาติ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาด และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคในตลาด ซึ่งจะเป็นหนึ่งในส่วนที่ช่วยขับเคลื่อนและสร้างยอดขายให้กับบริษัทด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าและให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของกระบวนการผลิตลดลง ขณะที่กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตจะเป็นการผสมผสานทั้งสินค้าที่ออกสู่ตลาด ช่องทางการจำหน่าย และโปรโมชันที่เหมาะสมกับช่องทางนั้น ๆ เพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ด้านนายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ SNNP เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจใน 1-3 ปีจากนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในและต่างประเทศ หากพิจารณาจากแผนการตลาดตั้งแต่โควิด-19 ถึงปัจจุบัน บริษัทมีทั้งแผนรับและแผนรุก รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย เพื่อให้บริษัทเติบโตได้เป็นเลขสองหลัก ส่วนสิ่งที่กังวล คือ ความท้าทายที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ความไม่แน่นอนของสงครามการค้า เป็นต้น

ขณะที่แนวโน้มในการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง ยังคงมีความระมัดระวัง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายประเมินว่าจะไม่เติบโต และมีความท้าทายในการทำธุรกิจ เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว และสงครามการค้าของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...