โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดร่วง 279.13 จุด วิตกสหรัฐ เดินหน้า ‘ภาษีทรัมป์’ รุนแรงมากขึ้น

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • The Bangkok Insight

ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดลบในวันศุกร์ (11 ก.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าใช้นโยบายภาษีที่รุนแรงยิ่งขึ้นกับแคนาดา ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,371.51 จุด ลดลง 279.13 จุด หรือ -0.63% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 6,259.75 จุด ลดลง 20.71 จุด หรือ -0.33% และดัชนีแนสแด็ก ปิดที่ 20,585.53 จุด ลดลง 45.14 จุด หรือ -0.22%

Crisis in USA, rising inflation, devaluation of dollars and the economy. Stock market trading graph with american flag is damage.Effect of recession US economy

ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐค่อนข้างเบาบาง โดยมีการซื้อขายรวม 1.54 หมื่นล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 20 วันที่ผ่านมาที่ 1.83 หมื่นล้านหุ้น

ทรัมป์ประกาศเมื่อค่ำวันพฤหัสบดี (10 ก.ค.) ว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดาในอัตรา 35% เริ่มตั้งแต่เดือนหน้า และยังมีแผนจะเก็บภาษีแบบครอบคลุมในอัตรา 15% หรือ 20% กับประเทศคู่ค้ารายใหญ่อื่น ๆ ส่วนใหญ่

ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันก่อน ขณะที่นักลงทุนมีความระมัดระวังในการซื้อขายมากขึ้น หลังจากที่ทรัมป์เรียกเก็บภาษี 50% กับบราซิล และสหภาพยุโรปกำลังเตรียมรับจดหมายจากทรัมป์ ซึ่งอาจมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บภาษีรอบใหม่

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า วาทกรรมเรื่องภาษีที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรณีของบราซิล และแคนาดาในสัปดาห์นี้ กำลังทำให้นักลงทุนวิตกมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ ตลาดเริ่มชินกับการไม่มีข่าวลบเรื่องภาษี แต่ตอนนี้ก็เหมือนถูกเตือนว่า ปัญหาเรื่องภาษียังไม่จบ

บรรดานักลงทุนจะเริ่มจับตาฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 โดยเน้นผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์ต่อบริษัทสหรัฐขนาดใหญ่ โดยในสัปดาห์หน้า จะมีบริษัทรายใหญ่ประกาศผลประกอบการ เช่น เจพีมอร์แกน เน็ตฟลิกซ์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน

นักวิเคราะห์คาดว่าโดยเฉลี่ยแล้ว บริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบรายปี โดยข้อมูลจาก LSEG I/B/E/S ระบุว่า กลุ่มเทคโนโลยีจะเป็นกลุ่มที่มีกำไรเพิ่มขึ้นมากที่สุด ขณะที่กลุ่มพลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และสินค้าฟุ่มเฟือยจะมีกำไรลดลง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...