ลุ้นต่อ! ETF ของ Solana ยังไม่ผ่าน SEC ขยายเวลาพิจารณา พร้อมเปิดรับความเห็น
ลุ้นต่อ! ETF ของ Solana ยังไม่ผ่าน SEC ขยายเวลาพิจารณา พร้อมเปิดรับความเห็น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ประกาศเลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับกองทุน Solana ETF ที่ยื่นโดย 21Shares และ Bitwise พร้อมเปิด “กระบวนการพิจารณา” และ เชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอ อย่างเป็นทางการ
ในเอกสารที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา SEC ระบุว่า
“การเปิดกระบวนการพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมการมีข้อสรุปใด ๆ แล้วในประเด็นนี้ แต่เป็นการเปิดรับข้อเสนอแนะจากสาธารณชน”
มีหลายเจ้ายื่นขอ Solana ETF – รวมทั้ง VanEck และ Grayscale
นอกจาก 21Shares และ Bitwise แล้ว ในวันเดียวกัน SEC ยังเปิดรับความเห็นต่อกองทุน Canary Solana Trust และ VanEck Solana Trust ด้วย
ขณะนี้ SEC กำลัง พิจารณาข้อเสนอ ETF ของคริปโตหลายตัว ไม่ใช่แค่ Solana (SOL) แต่รวมถึง XRP และ Dogecoin ด้วย โดยมีหลายบริษัทที่ยื่นเรื่องไปแล้ว เช่น Canary, Grayscale และ ProShares ซึ่งสะท้อนว่าตลาดกำลังจับตามอง “การเปลี่ยนจุดยืน” ของ SEC ในยุคปัจจุบัน
SEC ยุคทรัมป์ท่าทีเปลี่ยน – เริ่มผ่อนปรนต่อคริปโตมากขึ้น
ภายใต้รัฐบาลของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ SEC ได้เปลี่ยนท่าทีจากยุคเดิม โดยมีการ
ยุติคดีความกับบริษัทคริปโตหลายรายจัดเวทีเสวนากับผู้ประกอบการ เพื่อหารือแนวทางกำกับดูแลที่สมดุล
ก่อนหน้านี้ SEC ได้อนุมัติให้มีการ ซื้อขาย Spot Bitcoin ETF และ Spot Ethereum ETF ไปแล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ
ล่าสุด ประธาน SEC คนใหม่ Paul Atkins ก็เพิ่งประกาศ “วิสัยทัศน์ใหม่ด้านการกำกับดูแลคริปโต” ในงาน Crypto Roundtable โดยเขาได้วิจารณ์การทำงานของ SEC ชุดก่อนหน้าว่าเข้มงวดเกินไป และไม่สอดคล้องกับนวัตกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
อ้างอิง : theblock.co
ที่มา https://bitcoinaddict.org/2025/05/20/sec-delays-decision-on-21shares-and-bitwise-solana-etf/
Jamie Dimon เปลี่ยนใจ? JPMorgan เปิดให้ลูกค้าซื้อ Bitcoin แม้ซีอีโอยังด่าว่า ‘แชร์ลูกโซ่’
Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan Chase ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยอมรับว่า JPMorgan จะเปิดให้ลูกค้าสามารถซื้อ Bitcoin ได้แล้ว แม้ตัวเขาเองจะยัง “ไม่ชอบ” และไม่เปลี่ยนความเห็นว่า Bitcoin “ไม่มีมูลค่า” หรือเคยถึงขั้นเรียกว่า “แชร์ลูกโซ่” เมื่อต้นปี 2025
อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะ ไม่เก็บรักษา (custody) เหรียญไว้ให้ลูกค้า หมายความว่า ลูกค้าจะต้องดูแลกระเป๋าเงินคริปโตของตนเอง
จากด่า Blockchain… สู่การใช้งานจริง
Dimon กล่าวในการประชุมนักลงทุนของ JPMorgan เมื่อวันจันทร์ว่า เขายังคงไม่เห็นว่าเทคโนโลยี Blockchain จะ “เปลี่ยนโลก” ได้อย่างที่หลายคนคาดไว้ โดยบอกว่า
“เราพูดถึง Blockchain มา 12 ปีแล้ว แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเท่าที่คิดไว้… มันไม่เหมือนกับ AI ที่เปลี่ยนทุกอย่างจริง ๆ” – Jamie Dimon, ก.ย. 2024
อย่างไรก็ตาม เขาเคยให้สัมภาษณ์ในปี 2023 ว่า JPMorgan เป็นหนึ่งในองค์กรที่ใช้งาน Blockchain มากที่สุด โดยเฉพาะในด้านการเงินและธุรกรรมภายใน
สถานการณ์ในสหรัฐฯ เปลี่ยน – ธนาคารเริ่มกลับลำ
ก่อนหน้านี้ หลายธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ รวมถึง JPMorgan เผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลที่จำกัดไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับคริปโตมากนัก แต่เมื่อรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงจุดยืนสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัล สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป
Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ระบุว่า
“ธนาคารสามารถให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมคริปโตได้ ตราบใดที่จัดการความเสี่ยงได้อย่างรัดกุม”
อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์อย่าง TD Cowen ยังเชื่อว่า ธนาคารส่วนใหญ่จะยังคงจำกัดการเปิดรับคริปโตไว้ จนกว่าจะสามารถควบคุมความเสี่ยงด้านการฟอกเงินได้ชัดเจนกว่านี้
อ้างอิง : theblock.co
ที่มา https://bitcoinaddict.org/2025/05/20/jamie-dimon-says-jpmorgan-will-allow-clients-to-buy-bitcoin/
ช็อก! ไดรเวอร์เครื่องปรินเตอร์จีนแอบฝังมัลแวร์ดูด Bitcoin สูญกว่า 953,000 ดอลลาร์
สื่อจีน Landian Newsรายงานว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ในเซินเจิ้นชื่อว่า Procolored ได้แจกจ่าย ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ที่ฝังมัลแวร์ขโมยคริปโต มากับซอฟต์แวร์ทางการของบริษัท โดยมัลแวร์ดังกล่าวมุ่งเป้าขโมย Bitcoin จากผู้ใช้ทั่วโลกผ่านกลไกเปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าสตางค์ในคลิปบอร์ด
บริษัทใช้ USB drivers ที่ติดมัลแวร์เป็นตัวกลาง และอัปโหลดไฟล์เหล่านี้ขึ้น cloud ให้ดาวน์โหลดทั่วโลก ผลคือมีผู้เสียหายถูกขโมย Bitcoin ไปแล้วรวมกว่า 9.3 BTC หรือประมาณ 953,000 ดอลลาร์สหรัฐ
วิธีการโจมตี – มัลแวร์เปลี่ยน “ที่อยู่กระเป๋า” อัตโนมัติ
บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ SlowMist อธิบายว่า มัลแวร์ฝังอยู่ในไฟล์ไดรเวอร์ทางการ และจะทำงานโดย สแกนคลิปบอร์ดของผู้ใช้ หากพบว่ามีการคัดลอกที่อยู่กระเป๋าเงินคริปโต มัลแวร์จะเปลี่ยนที่อยู่นั้นเป็นของแฮกเกอร์แบบแนบเนียน ทำให้เหยื่อส่งเงินผิดโดยไม่รู้ตัว
YouTuber เป็นคนแรกที่ตรวจเจอ – ไวรัส “Foxif” และ “Backdoor”
YouTuber ชื่อว่า Cameron Coward คือคนแรกที่ตรวจพบปัญหานี้ระหว่างทดสอบเครื่องพิมพ์ UV ของ Procolored โดยซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสของเขาตรวจพบไวรัสประเภท worm และ trojan ที่ชื่อว่า Foxif ซึ่งทำให้เขานำเรื่องไปโพสต์ใน Reddit และได้รับความสนใจจากบริษัทไซเบอร์ชื่อดัง G-Data
G-Data ตรวจสอบต่อ และพบว่าไดรเวอร์ส่วนใหญ่ของ Procolored ถูกอัปโหลดไว้บนบริการ MEGA ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 และมีการฝังมัลแวร์จริง 2 ตัว คือ
- Win32.Backdoor.XRedRAT.A
- Crypto Stealer ที่เปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าเงินในคลิปบอร์ด
Procolored ปฏิเสธ – โทษว่าเป็น “ปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน”
เมื่อถูกติดต่อ Procolored ปฏิเสธว่าตนไม่มีเจตนา โดยอ้างว่าโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตรวจผิด (false positive) แต่หลัง G-Data เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม Procolored ยอมลบไฟล์ติดไวรัสออกจากระบบ cloud ของตนเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม และสแกนไฟล์ใหม่ทั้งหมด
บริษัทกล่าวว่า เหตุการณ์นี้อาจเป็นผลจาก “supply chain attack” โดยมัลแวร์อาจถูกใส่เข้ามาผ่าน USB drive ที่ติดไวรัสก่อนอัปโหลดขึ้นระบบของบริษัท
คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน
- ผู้ที่เคยดาวน์โหลดไดรเวอร์จาก Procolored ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ควรสแกนระบบด้วยโปรแกรมแอนตี้ไวรัสทันที
- หากไม่มั่นใจ ควรล้างเครื่องและติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ พร้อมตรวจสอบไฟล์ทั้งหมดอย่างละเอียด
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://bitcoinaddict.org/2025/05/20/bitcoin-stealer-malware-found-in-official-printer-drivers/