โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NSL กางแผนรุกปี’68 อัดสินค้าใหม่-ขยายโรงงาน ดันรายได้โต 16%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 02.56 น.

เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ ทุ่ม 800 ล้านบาท ผุดโรงงานใหม่ที่ชลบุรี คาดเริ่มเดินเครื่องปี’69 เสริมแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากผู้ผลิต OEM สู่บริษัทอาหารส่งออก ประเดิมเสริมกำลังผลิต “แซนด์วิชอบร้อน” พร้อมสปีดสินค้าส่งออกหวังดันยอดส่งออกแตะ 5% ส่วนครึ่งหลังปี’68 ลุยพาเหรดสินค้าใหม่ 5-6 รายการต่อเดือน คาดสิ้นปี 2568 รายได้แตะ 6,700-6,800 ล้านบาท เติบโต 16% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 5,700 ล้านบาท

นายสมชาย อัศวปิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL ผู้รับจ้างผลิตและร่วมพัฒนา แซนด์วิชอบร้อนในเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า ตลาดอาหารในไทยมีแนวโน้มท้าทายมากขึ้น จากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลง และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society)

รวมถึงในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีความท้าทายจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง กำลังซื้อที่น้อยลง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงสถานการณ์ขัดแย้งบริเวณชายแดนที่ส่งผลต่อกลุ่มแรงงานข้ามชาติ

ด้วยเหตุนี้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัทจึงวางแผนขยายธุรกิจไปในทิศทางที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเปิดตัวสินค้าใหม่เฉลี่ย 5-6 รายการต่อเดือน หรือราว 50 รายการต่อปี เพื่อสร้างโอกาสในการซื้อและกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้า ควบคู่ไปกับการมองหาโอกาสในน่านน้ำใหม่ ๆ รวมถึงต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา

ทุ่ม 800 ล้านผุดโรงงานใหม่

สำหรับหัวใจหลักของแผนนี้จะอยู่ที่โรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานเดิม มูลค่าลงทุน 800 ล้านบาท รวมค่าที่ดินและเครื่องจักร ซึ่งปัจจุบันเริ่มตอกเสาเข็มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าเฟสแรกจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2569

โดยโรงงานแห่งนี้จะมีกำลังผลิตรวมทั้งหมด 1.4 ล้านชิ้นต่อวัน เพียงพอสำหรับรองรับการเติบโตไปได้อีก 5-6 ปี ซึ่งสำหรับในเฟสแรก จะเน้นไปที่การผลิต “แซนด์วิชอบร้อนกลุ่มขนมปัง”

ขณะเดียวกัน โรงงานแห่งใหม่นี้ยังออกแบบมาเป็นฐานผลิตสินค้าสำหรับส่งออกอีกด้วย ไม่ว่าจะในกลุ่มขนมหวาน, อาหารแช่แข็ง (Frozen) และอาหารพร้อมทาน เช่น สินค้านวัตกรรม “ข้าวแท่ง” เพื่อตอบสนองตลาดต่างประเทศที่บริษัทกำลังจะรุกหนักมากยิ่งขึ้น

ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “3Es”

นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนด้านกลยุทธ์ในการดำเนินงาน วางกลยุทธ์ไว้ 3 แกนหลัก ได้แก่ 1) Engagement ส่งเสริมความสัมพันธ์ ด้วยการกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้าและลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะกับพันธมิตรหลักอย่าง 7-Eleven เพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้านวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

2) Expansion ขยายโอกาสทางธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งแต่ปี 2567 บริษัทตั้งบริษัทลูกและเข้าซื้อกิจการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในหลายมิติ ทั้ง NSL INTERTRADE (2023) Co., Ltd. กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการโรงงาน PNF ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเกษตรแปรรูปกว่า 20 ปี ปัจจุบันส่งออกสินค้าประเภทน้ำมะพร้าว กะทิ และน้ำผลไม้ ไปยังกว่า 15 ประเทศทั่วโลก มีลูกค้ารายใหญ่กว่า 100 ราย

ธุรกิจ Food Services (HoReCa) ผ่านโรงงาน NSL สาขา 5 ที่เน้นผลิตและแปรรูปสินค้าเนื้อสัตว์ ให้กับกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตตามอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนยแข็ง เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบภายในเครือและจำหน่าย

และ Bake A Wish ที่ปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปถือหุ้น 60% และเป็นผู้ผลิตสินค้าบางรายการของ Bake A Wish เพื่อส่งเข้าจำหน่ายใน 7-Eleven โดยในปี 2568 เบื้องต้นยังไม่มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่ม หลังปัจจุบันมี 60 สาขา แต่จะเน้นปรับปรุงสาขาบางแห่งเพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น

3) Exponential Growth สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยนวัตกรรม เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่สนองตอบความต้องการของตลาดที่เฉพาะทางมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า

“คาดว่าสิ้นปี 2568 สัดส่วนรายได้จากการส่งออกจะเพิ่มจาก 0.5% เป็น 5% หรือมีรายได้แตะ 300-350 ล้านบาท โดยมีตลาดหลักคือ สหรัฐอเมริกา 50%, สหราชอาณาจักรและยุโรป 15% และตะวันออกกลาง 5-6%”

สำหรับการรับมือสภาพเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทยังคงมองว่ากลุ่มสินค้าอาหารซึ่งถือเป็นปัจจัยสี่ โดยเฉพาะสินค้าที่ราคาเข้าถึงง่ายในกลุ่ม 29-35 บาทของบริษัท จะยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคอยู่

พร้อมกันนี้การบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม มีการล็อกราคาวัตถุดิบล่วงหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานผ่านการวัดผล KPI เพื่อรับมือกับความผันผวนของต้นทุนและค่าแรงที่อาจปรับขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

ตั้งเป้าปี’68 โต 16%

นายสมชายย้ำว่า จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าสิ้นปี 2568 บริษัทจะมีรายได้แตะ 6,700-6,800 ล้านบาท หรือเติบโต 16% จากปี 2567 ที่มีรายได้ 5,700 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ OEM 80%, ธุรกิจส่งออก 5%, ธุรกิจ Food Services 5%, Owned Brand 5% และ Bake A Wish 5%

“เรากำลังทรานส์ฟอร์มองค์กรจากผู้ผลิต OEM ที่แข็งแกร่งในประเทศ ไปสู่การเป็นบริษัทอาหารที่มีความหลากหลายและเติบโตในระดับโลก ซึ่งการขยายไปต่างประเทศและรุกเข้าสู่ธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสคืออนาคตที่จะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับบริษัทได้ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจในประเทศ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : NSL กางแผนรุกปี’68 อัดสินค้าใหม่-ขยายโรงงาน ดันรายได้โต 16%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...