โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับเกณฑ์การซื้อ-มีหุ้นและการประกอบกิจการอื่น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 20.56 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 13.56 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 20 มิ.ย.-ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการและร่างประกาศเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การซื้อ หรือมีหุ้นและการประกอบกิจการอื่นของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ถึง 5 ก.ค.68 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการประกอบธุรกิจ สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ติดตามและกำกับดูแลได้อย่างเหมาะสม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การซื้อหรือมีหุ้นและการประกอบกิจการอื่นของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเมื่อช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2567 เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจเฉพาะที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักตามใบอนุญาตที่ได้รับและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อลูกค้าหรือธุรกิจหลักอย่างเพียงพอ และได้นำความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ ประกอบกับพัฒนาการของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการทบทวนแนวนโยบายในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มาปรับปรุงหลักการให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยคณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้เห็นชอบหลักการตามที่ ก.ล.ต. เสนอปรับปรุงแล้วนั้น

ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้การติดตามและกำกับดูแลมีความเหมาะสม ยืดหยุ่น และไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ภาคธุรกิจมากเกินควร โดยมีสาระสำคัญดังนี้
(1)การอนุญาตประกอบกิจการอื่นของบริษัทหลักทรัพย์: ปรับปรุงขอบเขตประเภทกิจการอื่นที่อนุญาตเป็นการทั่วไปและการแจ้งต่อ ก.ล.ต. ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงขยายขอบเขตให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถลงทุนในกิจการเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของทุนของกิจการ VC ได้ โดยขออนุญาตจากคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเป็นรายกรณี และดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น สัดส่วนการลงทุน เป็นต้น

(2)การอนุญาตประกอบกิจการอื่นเกี่ยวกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (DA) : ปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยไม่จำกัดให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจ crypto asset (cryptocurrency และ utility token) ต้องแยกนิติบุคคลในการให้บริการ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องขอรับใบอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและความเสี่ยง crypto asset อย่างถูกต้องและครบถ้วน รวมถึงมีมาตรการป้องกันการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการเพิ่มเติม นอกจากผลิตภัณฑ์หรือบริการด้านหลักทรัพย์ (cross-selling) อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ สำหรับโทเคนดิจิทัลเพื่อการระดมทุน (Investment token) ที่ได้รับอนุญาตเสนอขายจาก ก.ล.ต. และโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล (Government token: G-Token)* บริษัทหลักทรัพย์จะได้รับยกเว้นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ DA และสามารถให้บริการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่เทียบเคียงกับผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการอยู่แล้วภายใต้ใบอนุญาตด้านหลักทรัพย์ โดยต้องแจ้งล่วงหน้า 15 วัน เพื่อให้ ก.ล.ต. พิจารณาระบบงานที่อาจมีความแตกต่างจากธุรกิจหลักทรัพย์ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องควบคุมการประกอบกิจการดังกล่าวมิให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักทรัพย์ ลูกค้า หรือความน่าเชื่อถือหรือชื่อเสียง (reputation risk) ของบริษัทหลักทรัพย์ตลอดระยะเวลาการประกอบธุรกิจ

(3)การอนุญาตประกอบกิจการอื่นเกี่ยวกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน (repo และ reverse repo): กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (SFC) สามารถทำธุรกรรม reverse repo โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์และไม่จำเป็นต้องเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน เพื่อให้ SFC สามารถทำธุรกรรม reverse repo โดยใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมเงินธนาคารพาณิชย์หรือออกตั๋วเงินได้ตามเดิมที่ถือเป็นการให้สินเชื่อกับบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นการประกอบธุรกิจโดยปกติของ SFC

พร้อมกันนี้ ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การซื้อหรือมีหุ้นและการประกอบกิจการอื่นของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้สอดคล้องกับบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อให้มีการกำกับดูแลเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน

ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นซึ่งมีรายละเอียดการปรับปรุงหลักการและร่างประกาศในเรื่องดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1085 และระบบกลางทางกฎหมาย https://www.law.go.th/listeningDetail?survey_id=NTQ3NkRHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถศึกษาและแสดงความคิดเห็นได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์หรือทาง e-mail : phachisa@sec.or.th chawannuch@sec.or.th หรือ laksika@sec.or.th จนถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2568.-516 สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...