โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทรัมป์ขึ้นภาษีสินค้านำจากสหภาพยุโรป-เม็กซิโกเป็น 30%

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 12.23 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาภาพ: https://www.whitehouse.gov/gallery/president-donald-trump-delivers-remarks-at-a-bill-signing-ceremony-supporting-the-auto-and-fuel-industries/

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้า (reciprocal tariff) จากเม็กซิโกและสหภาพยุโรป สองพันธมิตรทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา ในอัตรา 30% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้

เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะเก็บภาษีสินค้าจากเม็กซิโกและสหภาพยุโรปในอัตรา 30% หลังจากการเจรจากับคู่ค้ารายใหญ่ทั้งสองไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าที่ครอบคลุมมากขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งเป็นการเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่ต่อเนื่องมาโดยตลอด ส่งผลให้การค้าโลกพลิกผันนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งอีกสมัยหนึ่งในเดือนมกราคม

ทรัมป์ประกาศภาษีศุลกากรใหม่ต่อคู่ค้าทางการค้ารายใหญ่ที่สุด 2 รายของสหรัฐฯ ในจดหมายคนละฉบับที่โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาเมื่อวันเสาร์

ในจดหมายถึงสหภาพยุโรปและเม็กซิโก ทรัมป์กล่าวว่าสินค้านำเข้าทั้งหมดจะเสียภาษี 30% ไม่รวมถึง “ภาษีเฉพาะกลุ่ม” เช่น ภาษีรถยนต์ 25% ซึ่งสำหรับเม็กซิโกเป็นผลมาจากบทบาทของเม็กซิโกในเรื่องผู้อพยพเข้าเมืองโดยไม่มีเอกสารและยาเสพติดที่ผิดกฎหมายที่ไหลเข้าสู่สหรัฐฯ ส่วนสหภาพยุโรปเป็นเรื่องความไม่สมดุลทางการค้ากับสหภาพยุโรปตามลำดับ

“สหรัฐอเมริกาตกลงที่จะทำงานร่วมกับสหภาพยุโรปต่อไป แม้ว่ามีการขาดดุลการค้าใหญ่สุดแห่งหนึ่งกับสหภาพยุโรปก็ตาม อย่างไรก็ตาม เราได้ตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไป แต่จะต้องดำเนินการด้วยการค้าที่สมดุลและเป็นธรรมมากขึ้นเท่านั้น” ทรัมป์เขียนในจดหมายถึงนางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเขาโพสต์บน Truth Social

ฟ็อน แดร์ ไลเอิน กล่าวในแถลงการณ์ว่าสหภาพยุโรปยังคง “พร้อมที่จะทำงานต่อไปเพื่อให้บรรลุข้อตกลง” ภายในกำหนดเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม

แต่ฟ็อน แดร์ ไลเอิน กล่าวว่า การเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป 30% จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ธุรกิจ และผู้บริโภคทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก สหภาพยุโรป “จะดำเนินการทุกขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป รวมถึงการปรับใช้มาตรการตอบโต้ที่สมส่วนหากจำเป็น”

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แอมานุแอล มาครง โพสต์บน X เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการยุโรปว่าจะต้อง “ปกป้องผลประโยชน์ของยุโรปอย่างเด็ดเดี่ยว”

“ที่พิเศษ นี่หมายถึงการเร่งเตรียมมาตรการตอบโต้ที่วางใจได้ โดยการระดมเครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ รวมถึงการต่อต้านการบังคับ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้ภายในวันที่ 1 สิงหาคม” มาครงระบุในโพสต์

เครื่องมือต่อต้านการถูกบีบบังคับทางเศรษฐกิจ (Anti-Coercion Instrument หรือ ACI) ยอมให้สหภาพยุโรปสามารถตอบโต้ประเทศที่สามที่กดดันทางเศรษฐกิจให้สมาชิกสหภาพยุโรปเปลี่ยนแปลงนโยบาย มาตรการต่างๆ รวมถึงการจำกัดการเข้าถึงการประมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปอีก 3 คนกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ภัยคุกคามด้านภาษีของทรัมป์เป็นเพียงกลยุทธ์การเจรจา

ก่อนหน้านี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศอื่นๆ อีกหลายสิบประเทศ ถูกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ เพิ่มจากระดับพื้นฐาน 10% ในวันพุธ แต่ทรัมป์ได้เลื่อนกำหนดเส้นตายออกไปเพียงไม่กี่วันก่อนที่อัตราภาษีที่สูงขึ้นจะมีผลบังคับใช้เป็นวันที่ 1 สิงหาคม

ภาษีนำเข้า 30% ที่เก็บจากสหภาพยุโรปนั้นสูงกว่าภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariff) 20% ที่สินค้าจากสหภาพยุโรปต้องเผชิญก่อนที่ทรัมป์จะระงับการนำเข้าในกลางเดือนเมษายน

สหภาพยุโรปซึ่งประกอบด้วย 27 ประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่ขัดแย้งกัน เนื่องจากเยอรมนีซึ่งเป็นมหาอำนาจเรียกร้องให้มีข้อตกลงอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมของประเทศ ขณะที่สมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ เช่น ฝรั่งเศส กล่าวว่าผู้เจรจาของสหภาพยุโรปไม่ควรยอมจำนนต่อข้อตกลงฝ่ายเดียวที่ให้ประโยชน์แก่สหรัฐฯ เท่านั้น

ด้านเม็กซิโก สินค้าจากเม็กซิโกส่วนใหญ่สามารถนำเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องเสียภาษีอากร ตราบใดที่สินค้าเหล่านั้นสอดคล้องกับข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ที่ทรัมป์เจรจาไว้ในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยแรก

ในจดหมายถึงประธานาธิบดีเม็กซิโก คลาวเดีย เชินบอม ทรัมป์ระบุว่าการกำหนดกำแพงภาษีศุลกากรเพื่อหยุดยั้งการไหลของเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับเม็กซิโกมาก่อน

“เม็กซิโกช่วยผมรักษาความปลอดภัยชายแดน แต่สิ่งที่เม็กซิโกทำนั้นยังไม่เพียงพอ” ทรัมป์ระบุ

“มาร์เซโล เอบราร์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโก โพสต์ข้อความบน X ว่าคณะผู้แทนเม็กซิโกได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระหว่างการประชุมเมื่อวันศุกร์ว่า แผนการกำหนดอัตราภาษีศุลกากรใหม่จะเป็น “การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม และเราไม่เห็นด้วย” แต่สหรัฐฯ และเม็กซิโกกำลังเจรจาเพื่อหา “ทางเลือกอื่นเพื่อปกป้องธุรกิจและงานในทั้งสองฝั่งชายแดน”

“จดหมายดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนว่าจุดมุ่งหมายคือการบรรลุข้อตกลงเพื่อไม่ให้มีการกำหนดภาษีศุลกากรเหล่านี้” ประธานาธิบดีเชินบอม กล่าวในสุนทรพจน์ที่เมืองไกวย์มัส (Guaymas) เมื่อวันเสาร์ และว่าเธอมีความมั่นใจในเรื่องการบรรลุข้อตกลงและเงื่อนไขการค้าที่กว่านี้กับสหรัฐฯ

เม็กซิโกเป็นหนึ่งในประเทศที่เสี่ยงต่อภาษีนำเข้าของผู้นำสหรัฐฯ มากที่สุด โดยสินค้าส่งออก 80% มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศเพื่อนบ้านทางตอนเหนือ

ในจดหมายแจ้งเรื่องภาษีศุลกากรซึ่งลงวันที่เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์กล่าวว่าการตอบโต้ต่อภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ จะถูกตอบโต้ด้วยแรงต่อต้านจากสหรัฐฯ ทรัมป์กล่าวว่า “ไม่ว่าคุณจะเลือกขึ้น (ภาษี) ในอัตราเท่าใด จะถูกบวกเพิ่มเข้าไปใน 30% ที่เราเรียกเก็บ”

ทรัมป์โทษว่ามาตรการกีดกันทางการค้าทั้งรูปแบบภาษีศุลกากรและมาตรการอื่นไม่ใช่ภาษีศุลกากรเป็นเหตุผลเพิ่มเติมในการกำหนดภาษีศุลกากรต่อสหภาพยุโรปและเม็กซิโก

ทรัมป์และสมาชิกในคณะบริหารของเขากล่าวหลายครั้งว่า สหภาพยุโรปไม่ได้เจรจาด้วยความจริงใจ และเมื่อสองเดือนก่อน ทรัมป์โกรธมากที่ไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาการค้า จนเตรียมที่จะจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป 50% ในวันที่ 1 มิถุนายน “ผมไม่ได้ต้องการข้อตกลง” ทรัมป์กล่าวในขณะนั้น

หลังจากที่ทรัมป์ขู่ในเดือนพฤษภาคม รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ กล่าวในการสัมภาษณ์กับ Fox News ว่า “ข้อเสนอของสหภาพยุโรปไม่ได้มีคุณภาพเท่ากับที่เราเห็นจากพันธมิตรทางการค้ารายสำคัญอื่นๆ ของเรา”

ในบ่ายวันเสาร์ เบสเซนต์โพสต์บน X ว่าสหราชอาณาจักร “ฉลาดที่ทำข้อตกลงได้ก่อน”

จดหมายที่ส่งถึงสหภาพยุโรปและเม็กซิโกมีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการจากแคนาดา 35% เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ โดยมียอดการค้าสินค้าระหว่างกันมูลค่าเกือบ 976,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 เม็กซิโกมีการค้าสินค้าระหว่างกันมูลค่าเกือบ 840,000 ล้านดอลลาร์ และแคนาดามีการค้าสินค้าระหว่างกันกับสหรัฐฯ มูลค่าเกิน 762,000 ล้านดอลลาร์เล็กน้อย

เรียบเรียงจาก

Trump announces tariffs of 30% on Mexico and the European Union

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...