โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีเดย์วันนี้ กฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ จ่อปล่อยนักโทษ 29 ราย

JS100

อัพเดต 23 ม.ค. 2566 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 07.27 น. • JS100:จส.100
ดีเดย์วันนี้ กฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ จ่อปล่อยนักโทษ 29 ราย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ในวันนี้ (23 ม.ค.66) พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565

ซึ่งจะมีผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ จำนวน 29 ราย ที่จะได้รับการปล่อยตัว โดยจะทยอยปล่อยตัวตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.-31 ม.ค.66 และต้องถูกควบคุมตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยเบื้องต้น จะขอศาลสั่งให้ติดกำไลอีเอ็มในผู้ต้องขังที่พ้นโทษได้รับการปล่อยตัวทุกคน รวมทั้งกําหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่เฝ้าติดตามกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะสร้างความปลอดภัยแก่สังคมและประชาชนมากยิ่งขึ้น

นายสมศักดิ์ ย้ำว่า การออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อควบคุมไม่ให้ผู้ที่พ้นโทษออกไปแล้ว ไปก่อคดีร้ายแรงซ้ำอีก และอาจจะนำไปสู่แนวทางที่ไม่มีโทษประหารชีวิต เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย

สำหรับสาระสำคัญของพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 กำหนดให้มีมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษแล้ว หากมีเหตุให้เชื่อว่านักโทษเด็ดขาดจะกระทำความผิดซ้ำภายหลังพ้นโทษ ศาลอาจมีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษได้ เช่น ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย ห้ามทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด ห้ามเข้าเขตกำหนด ห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ห้ามก่อให้เกิดอันตรายต่อละแวกชุมชนที่ตนพักอาศัย ให้พักอาศัยในสถานที่ที่กำหนด เป็นต้น

การคุมขังฉุกเฉิน ในกรณีมีเหตุเชื่อได้ว่า ผู้ต้องขังที่พ้นโทษและอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง จะกระทำความผิดซ้ำและมีเหตุฉุกเฉินที่ไม่มีมาตรการอื่นป้องกันได้ ศาลอาจสั่งคุมขังฉุกเฉินผู้ถูกเฝ้าระวังได้ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

นอกจากนี้ยังมีมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด เช่น พนักงานอัยการมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ใช้มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดในระหว่างรับโทษจำคุก เพื่อป้องกันไม่ให้กระทำความผิดซ้ำ ด้วยมาตรการทางการแพทย์ หรือมาตรการอื่นๆ ที่รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมกำหนดในกฎกระทรวง

#กฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...