โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กรุยทางสู่ ‘มหาอำนาจ’ เบื้องหลังจีนคุมบริษัทเทคยักษ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ม.ค. 2564 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2564 เวลา 11.37 น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก นงนุช สิงหเดชะ

ปรากฏการณ์สำคัญในจีนเมื่อไม่นานมานี้ประการหนึ่งที่เห็นชัดก็คือ ข่าวคราวการ “ลงดาบ” จัดระเบียบบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และทำท่าว่าจะใหญ่อย่างไม่สิ้นสุด โดยกรณีที่เป็นข่าวโด่งดังที่สุดก็คือ “แอนต์กรุ๊ป” ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีการเงิน หรือฟินเทค ในเครืออาลีบาบา ของ “แจ็ก หม่า” ผู้ยิ่งใหญ่ ถูกรัฐบาลสั่งเบรกการขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อปลายปีที่แล้ว แบบช็อกโลก เพราะไอพีโอของแอนต์กรุ๊ป ถือว่ามีมูลค่าสูงที่สุดในโลก 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะนักลงทุนจองซื้อกันถล่มทลาย

มีการคาดเดาต่าง ๆ นานาถึงเบื้องหลังที่ทำให้รัฐบาลจีน “สอย” แจ็ก หม่า บ้างก็ว่าเป็นเพราะเขาไปวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายควบคุมการเงินของรัฐบาลว่าเก่าแก่ล้าหลัง ไม่ยอมให้มีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการให้บริการทางการเงิน บ้างก็ว่าเขาท้าทายอำนาจ “สี จิ้นผิง” และยิ่งลือหนักเข้าไปอีก เมื่อแจ็ก หม่า หายไปจากสายตาสาธารณชนกว่า 2 เดือน ขณะที่ภาครัฐก็กำลังดำเนินการสอบสวนอาลีบาบา

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่าประเด็นการเมืองเป็นสาเหตุสำคัญให้แอนต์กรุ๊ป ถูกรัฐบาลจัดการ แต่ประเด็นหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามในเชิงข้อเท็จจริงก็คือ รัฐบาลจีนกังวลว่าจะก่อให้เกิดการผูกขาดในบริษัทเพียงไม่กี่แห่ง อีกทั้งเป็นการเปิดให้ประชาชนกู้ยืมง่ายเกินไป ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาหนี้สิน

แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญบางคนมองลึกไปกว่านั้นโดยมองว่า การที่รัฐบาลจีนออกกฎระเบียบหลายอย่างเพื่อควบคุมดูแลบริษัทเทคโนโลยีขนาดยักษ์ เป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่จะทำให้จีนกลายเป็น “มหาอำนาจ” เทคโนโลยีระดับโลก นี่คือข้อสังเกตของ เคนดรา สแคฟเฟอร์ หุ้นส่วนบริษัทวิจัย Trivium China ในปักกิ่ง

สแคฟเฟอร์ชี้ว่า เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลจีนออกกฎระเบียบหลายอย่างเพื่อควบคุมจัดระเบียบภาคเทคโนโลยีซึ่งครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การปกป้องข้อมูลผู้ใช้บริการไปจนถึงต่อต้านการผูกขาด เพราะที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยีจีนเติบโตอย่างมาก และส่วนใหญ่ไม่ถูกควบคุมโดยกฎระเบียบใดทั้งสิ้น ส่งผลให้บริษัทจีนหลายแห่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยร่างกฎระเบียบที่ทยอยออกมาแล้วก็อย่างเช่น เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ธนาคารกลางจีนออกระเบียบว่าด้วยการปล่อยกู้สินเชื่อวงเงินเล็ก ๆ หรือ microlending โดยมีการกำหนดเงินทุนขั้นต่ำสำหรับบริษัทที่ประสงค์จะให้บริการปล่อยกู้ดังกล่าว

นอกจากนี้ก็มีกฎระเบียบเพื่อหยุดยั้งพฤติกรรมผูกขาดโดยแพลตฟอร์มบนอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ นับเป็นหนึ่งในกฎระเบียบที่ครอบคลุมกว้างขวางที่สุดในอันที่จะจัดระเบียบบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีน “ผมคิดว่าจีนเข้าใจเป็นอย่างดีว่า การจะกลายเป็นมหาอำนาจเทคโนโลยีของโลก จำเป็นต้องวางรากฐานกฎระเบียบที่แข็งแกร่ง คล้ายกับเป็นการวางกรอบทำงาน เป็นกระดานหกสำหรับจีนที่จะพัฒนาและเคลื่อนไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น” สแคฟเฟอร์ระบุ

“เอมิลี เดอ ลา บรูแยร์” ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา ฮอไรซอน แอดไวซอรี ชี้ว่า การที่รัฐบาลจีนเข้ามาจัดระเบียบควบคุมบริษัทเทคจีน ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลต้องการทำตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามบริษัทเอกชน เพียงแต่ต้องการทำให้แน่ใจว่า บริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

ไม่ใช่แค่จีนเท่านั้นที่ออกกฎควบคุมบริษัทเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง แต่สหภาพยุโรปก็เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ออกมาตรการแข็งกร้าวที่สุดในโลก กฎระเบียบปกป้องข้อมูลเป็นการทั่วไปได้รับอนุมัติเมื่อปี 2016 เพื่อปกป้องข้อมูลของผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าของบริษัทผู้ให้บริการนั้น ๆ นอกจากนั้นในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปออกกฎหมายว่าด้วยตลาดดิจิทัลและบริการดิจิทัล ซึ่งมีเป้าหมายควบคุมเข้มงวดยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในหลายด้าน

แต่สำหรับอเมริกา ยังไม่มีมาตรการคล้ายคลึงกันนี้ในระดับกว้างเพื่อดูแลปัญหาการใช้ข้อมูล ดังนั้น จึงถือว่าอเมริกายังไม่ได้วางรากฐานด้านนี้ หากมีการวางรากฐานไว้ก็จะสามารถรับมือ หรือจัดการกับทั้งบริษัทในประเทศและต่างชาติ โดยไม่ต้องใช้วิธีประหลาด ๆ เพื่อควบคุมบริการจากต่างชาติ อย่างเช่น การควบคุมแอป TikTok จากจีน เมื่อเร็ว ๆ นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...