โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รอง ผบ.ตร. สั่งขยายผลแก๊งปลอมพาสปอร์ตถอนเงิน 176 ล้าน

สวพ.FM91

อัพเดต 26 มี.ค. 2566 เวลา 21.36 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2566 เวลา 08.27 น.

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งขยายผล แก็งคนจีนปลอมพาสปอร์ตหลอกธนาคาร รอถอนเงินกว่า 176 ล้านบาท

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 มี.ค.66 สน.ทองหล่อได้รับแจ้งจากธนาคารกสิกรไทย สาขาเอ็มควอเทียร์ ว่ามีบุคคลต่างด้าวใช้เอกสารเดินทางปลอมมาใช้ในการขอทำสมุดบัญชีใหม่ จึงได้ไปตรวจสอบและพบว่า มีการใช้เอกสารเดินทางปลอมเป็นเจ้าของบัญชี ซึ่งในบัญชีดังกล่าวมีเงินมากถึง 176 ล้านบาท

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ ดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวเพื่อขยายผลจับกุมโดยเร่งด่วน รวมทั้งตรวจสอบที่มาของเงินในบัญชีดังกล่าวว่า เงินจำนวนมากซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ เช้ามาอยู่ในราชอาณาจักรได้อย่างไร

พฤติกาณ์กล่าวคือ ตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้มีกลุ่มคนไทยจำนวน 4 คน พร้อมด้วยชาวกัมพูชา 1 คนซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของบัญชีดังกล่าว ได้นำเอาเอกสารเดินทางสัญชาติกัมพูชา เข้ามาติดต่อกับธนาคารเพื่อที่จะขอทำสมุดบัญชีเล่มใหม่ เพื่อจะใช้ในการถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวได้ในอนาคต แต่ปรากฎว่าใบหน้าของชาวกัมพูชาดังกล่าวไม่ตรงกับใบหน้าของบุคคลเจ้าของบัญชี ธนาคารจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อมาตรวจสอบ

จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้มีความพยายามหลายครั้งในการมาขอถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าว แต่ไม่สามารถหาเอกสารตามที่ธนาคารต้องการมายื่นได้ ในส่วนของบัญชีดังกล่าวตรวจสอบทราบว่า มียอดเงินในบัญชีสูงถึง 176 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการทยอยโอนเงินสูงถึงหลักล้านบาทเข้าในบัญชีหลายครั้งตั้งแต่ปี 2561 คาดว่าจะเป็นเงินที่ได้จากกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อยู่ในระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ในเบื้องต้นได้มีการจับกุมดำเนินคดีชายชาวกัมพูชาดังกล่าว ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้างหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เงินในบัญชีดังกล่าว คาดว่าเป็นเงินของกลุ่มแก๊งชาวจีนซึ่งกระทำผิดแล้วโอนเงินมารวมไว้ในบัญชีดังกล่าว ก่อนที่จะใช้ความพยายามในการถอนเงินออกจากบัญชีโดยการปลอมเอกสารเดินทางขึ้นมา ในชั้นนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลจับกุมคนไทยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งทราบว่ามีบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่มีส่วนร่วมด้วย ทั้งนี้หากพบผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดดังกล่าว จะให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...