โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระชากแก๊ง‘ฉีกตั๋วผี’เกาะสิมิลัน สูบเงินรัฐ 2 ชั่วโมง 1.5 แสน ‘ป.ป.ช.’ไม่หวั่นชนขาใหญ่

แนวหน้า

เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

‘ประธานชุด ฉก.ฉลามอันดามัน’เปิดตัวเลขสุดอึ้ง รัฐสูญเสียเงินจากขบวนการ‘ฉีกตั๋วผี’ เพียงแค่ 2 ชั่วโมง เป็นเงินกว่า 1.5 แสนบาท ‘ป.ป.ช.’เตรียมตั้งเรื่องไต่สวน ไม่หวั่นกังวลชนผู้มีอิทธิพล

27 มีนาคม 2568 จากกรณีคณะทำงานของ ป.ป.ช. ชุดเฉพาะกิจติดตามมาตรการป้องกันการทุจริตในการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ หรือ “ชุดฉก.ฉลามอันดามัน” นำโดยนายสุชาติ กรวยกิตานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 (ที่ปรึกษาคณะทำงาน) , นายทวิชาติ นิลกาญจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 (ที่ปรึกษาคณะทำงาน) , นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.ตรัง (คณะทำงานและเลขานุการ) , นายปิยะวัฒน์ คุระพูล ผอ.กลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 9 และเจ้าหน้าที่คณะทำงานร่วมกว่า 30 คน ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา บริเวณ เกาะสี่ และเกาะแปด อย่างเป็นความลับ ซึ่งอุทยานฯดังกล่าวเป็นอีก 1 แห่ง ที่ประกาศให้มีการจัดเก็บรายได้แบบ E-Ticket หรือตั๋วแบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเต็ม 100% โดยไม่มีการจัดเก็บแบบ “ฉีกตั๋ว” จ่ายเงินสด ตามมาตรการของทาง ป.ป.ช. ที่มีการเสนอไป เพื่อที่การจัดเก็บจะได้มีความโปร่งใส และลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของเงินเข้าสู่ตัวบุคล

จากการลงตรวจสอบกลับพบเห็นและปรากฏข้อเท็จจริงอย่างเห็นได้ชัดว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่นำผู้โดยสารเดินทางเข้ามา มีจำนวนนักท่องเที่ยวจริงที่เยอะกว่าจำนวนยอดที่ซื้อตั๋วผ่านระบบ E-Ticket ที่มีการระบุเอาไว้ เช่นเรือ 1 ลำ นำผู้โดยสารเข้ามาจำนวน 50-60 คน แต่ไกด์นำเที่ยวกลับนำคิวอาร์โค้ดยอดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วผ่านระบบ E-Ticket มาเพียงแค่ 5 คน รวมทั้งจำนวนสัญชาตินักท่องเที่ยวแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด เช่นระบุเรือลำหนึ่ง เป็นชาวไทยซึ่งจะต้องจ่ายค่าตั๋วในราคา 100 บาท ผ่านระบบ E-Ticket เดินทางมาจำนวน 10-20 คน แต่กลับพบข้อเท็จจริงว่าเรือลำดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติที่จะต้องจ่ายค่าตั๋วในราคา 500 บาท ทั้งลำ ไม่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยแม้แต่คนเดียว อีกทั้งลูกจ้างของอุทยานฯ ที่อยู่ประจำจุด ไม่ได้มีการนับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดทุกลำ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : งามหน้า! ขบวนการฉีกตั๋วผี เกลื่อนอุทยานฯสิมิลัน ต่างชาติเต็มเรือ แต่แจ้งเป็นคนไทย)

จนกระทั่งวานนี้ (26 มี.ค.68) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีคำสั่งย้าย นายฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน ออกจากพื้นที่ โดยให้ไปประจำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที โดยอธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า ตามกระบวนการ หัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน ต้องชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นก่อนเพื่อความเป็นธรรม ก่อนนำมาประกอบข้อมูลกับ ป.ป.ช. จ.ตรังที่พบ หากพบว่าผิดจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัย ที่เน้นย้ำเป็นนโยบายหลักของกรมอุทยานฯ ในเรื่องความโปร่งใส และขณะนี้ให้ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน รักษาการแทน

ล่าสุดนายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.ตรัง และประธานคณะทำงานของ ป.ป.ช. ชุดเฉพาะกิจติดตามมาตรการป้องกันการทุจริตในการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ หรือชุด “ฉก.ฉลามอันดามัน” เปิดเผยว่า จากการลงไปสุ่มตรวจสอบเมื่อวันที่ 25 มี.ค.68 ที่ผ่านมา ได้ข้อมูลแยกออกเป็น 2 ประเด็น ประเด็นที่ 1.จำนวนนักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วผ่านระบบ E-Ticket น้อยกว่าที่คณะทำงานนับได้ และประเด็นที่ 2.จำนวนนักท่องเที่ยวที่ระบุซื้อตั๋วไว้ในระบบ E-Ticket เป็นคนไทย แต่จากการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นชาวต่างชาติ

จากการตรวจสอบใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ คณะทำงานได้นับจำนวนเรือที่เข้ามาเทียบชายหาด จำนวน 12 ลำ ซึ่งเรือเพียงแค่ 12 ลำดังกล่าวเมื่อนำยอดนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ซื้อตั๋วอยู่ในระบบ E-Ticket ทำให้รัฐต้องเสียหายเป็นตัวเลขประมาณ 156,300 บาท ส่วนยอดตามที่ระบุอยู่ในระบบ E-Ticket เดินทางจากเกาะ 8 ไป เกาะ 4 จำนวน 1,700 คน และจากเกาะ 4 ไป เกาะ 8 จำนวน 1,625 คน ส่วนยอดจำนวนนักท่องเที่ยวจริงจะกี่คนนั้นยังอยู่ระหว่างคณะทำงานกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดครบถ้วนอีกครั้ง

ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสันนิษฐาน และเข้าใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้มีมานาน เนื่องจากการลงไปตรวจสอบใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงกลับได้ยอดนักท่องเที่ยวซื้อตั๋วนอกระบบจำนวนมาก และทำให้รัฐต้องเสียหายได้ถึงขนาดนี้ จึงเชื่อว่าไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่วันลงสุ่มตรวจสอบแค่วันเดียวเท่านั้น น่าจะเกิดขึ้นมานาน เพียงแค่ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงไปตรวจสอบ

สำหรับคณะทำงานชุด “ฉก.ฉลามอันดามัน” เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. โดยท่านเลขา สำนักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจในการตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ รับผิดชอบฝั่งทะเลอันดามันทั้งหมด เราได้ดำเนินการตรวจสอบมาตั้งแต่พื้นที่ จ.ตรัง พื้นที่ จ.กระบี่ และล่าสุดพื้นที่ใน จ.พังงา กระทั่งพบข้อเท็จจริงดังกล่าว ขั้นตอนขบวนการหลังนี้ทาง ป.ป.ช. จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อที่จะพิจารณาว่าจะยกเหตุอันควรสงสัยขึ้นมาดำเนินการไต่สวนหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการอยู่ พร้อมทั้งได้มีการประชุดคณะทำงานไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่ต้องกลั่นกรองข้อเท็จจริงทั้งหมดออกมาให้เป็นตัวเลขให้ชัดเจน หลังจากนั้นจึงจะนำมาดูว่าจะยกเหตุอันควรสงสัยหรือไม่

นายบัณฑิต กล่าวว่า การกระทำในลักษณะเช่นนี้ตนเชื่อโดยส่วนตัวว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าไปเกี่ยวจ้องคงยากที่จะดำเนินการได้ น่าจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ส่วนจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับไหนอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง โดยจากที่ผู้สื่อข่าวสอบถามมาว่า เท่าที่มีข้อมูลทราบว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวบางราย เป็นบุคคลที่มีตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง หรือมีความสัมพันธ์กันและอาจะเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น

“ตนในฐานะประธานคณะทำงานชุด “ฉก.ฉลามอันดามัน” ของยืนยันและขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า เราไม่ได้กังวล เพราะเรารู้มาตั้งแต่ตนแล้วว่า เราทำงานในลักษณะนี้ มันจะต้องพบปะกับผู้มีอิทธิพลแน่นอน เพราะว่าเป็นธุรกิจใหญ่ ไม่ใช่ธุรกิจเล็กๆ ฉะนั้นผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องก็ต้องไม่ใช่ผู้ที่ตัวเล็กๆเช่นกัน เราทำใจรับสภาพไว้แล้วและไม่ได้กังวลว่าแรงเสียดทานหรือสภาพใดๆที่จะเกิดขึ้น ถ้ากังวลเรื่องนี้เราคงทำงานไม่ได้” ประธานคณะทำงาน ชุด “ฉก.ฉลามอันดามัน” กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดแล้วประเทศชาติ ต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมหาศาลที่เล็ดลอดออกไปจากขบวนการ “ตั๋วผี” เหล่านี้ และเงินจำนวนมหาศาลเหล่านั้นไหลเข้าไปสู่กระเป๋าของใคร เจ้าหน้าที่รัฐแทนที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่กลับไปรวมหัวกันกอบโกยเข้าตัวหรือแบ่งส่งต่อให้กับนายใหญ่ด้วยหรือไม่อย่างไรยังไม่ทราบได้ในขณะนี้ ต้องคอยพิสูจน์จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. โดยชุด “ฉก.ฉลามอันดามัน” ว่าจะกระชากหน้ากากแก๊ง “ตั๋วผี” ออกมาได้หรือไม่กันต่อไป

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...